รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 11

แผนการที่ซ้อนเร้น

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
รอยขีดข่วนบนแฟ้มหนังสีดำราคาแพง ไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่มันเกิดจากแรงกดของปลายนิ้วที่พยายามสะกดกลั้นความสั่นเทาของเจ้า กรณ์นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องที่มืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าด้านข้าง เงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างเผยให้เห็นดวงตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ทว่าในยามนี้ มันกลับเปล่งประกายความเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งถูกลับจนขึ้นเงา หลักฐานแผ่นสุดท้าย—กระดาษคำสั่งซื้อสารเคมีระเหยไวและแปลนผังอาคารเก่าแก่ที่ถูกระบุวันเวลาไว้อย่างชัดเจน ก่อนหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในอดีตถึงสามสัปดาห์ ชื่อที่เซ็นกำกับไว้ในฐานะผู้รับมอบอำนาจเด็ดขาด ไม่ใช่ใครอื่น... คือธน "นายซ่อนมันไว้ลึกจริงๆ นะ ธน" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น กรณ์นึกถึงรอยยิ้มที่เป็นมิตร ท่าทางอบอุ่น และคำพูดที่เต็มไปด้วยความหวังดีเสมอเมื่อธนอยู่ต่อหน้าผู้อื่น ภาพลักษณ์ของเพื่อนสนิทผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปัตยกรรมมาด้วยกัน กลับกลายเป็นภาพลวงตาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของเขา ความไว้เนื้อเชื่อใจตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังกรัดกร่อนหัวใจของเขาให้แหลกสลาย ความเงียบงันภายในห้องทำงานถูกคั่นด้วยเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกอย่างช้าๆ พิมพ์ชนกปรากฏกายขึ้นในชุดเสื้อคลุมไหมพรมสีเทาอ่อน ใบหน้าเรียวสวยนั้นดูซีดเซียวลงไปถนัดตา ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนความกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอมือหนึ่งถือแก้วชาร้อน อีกมือถือสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มโปรดของเธอ กลิ่นหอมจางๆ ของคาโมมายล์ลอยละล่องเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียด "คุณยังไม่นอนอีกหรือคะ... เอ่อ, คุณยังไม่นอนอีกหรือครับกรณ์" พิมพ์ชนกเปลี่ยนสรรพนามกระทันหันเมื่อเห็นสายตาที่กรณ์มองมา มันไม่ใช่สายตาที่อ่อนโยนเช่นเคย แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังราวกับกลัวว่าเงาสีดำจะลุกลามมาถึงผู้หญิงตรงหน้า กรณ์รีบปิดแฟ้มหนังสีดำลงอย่างแนบเนียน พร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ความตึงเครียดที่กรามจะยังคงเด่นชัดก็ตาม เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา "ผมมีงานที่ต้องสะกดรอย... เอ่อ หมายถึงต้องสะกดใจให้จดจ่ออยู่กับแบบแปลนน่ะครับ คุณพิมพ์ล่ะทำไมยังไม่พักผ่อน ดึก and ค่ำป่านนี้แล้ว" กรณ์เอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงมีความแหบพร่าเจืออยู่ พิมพ์ชนกเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแก้วชาลงเบื้องหน้าเขาอย่างเบามือ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสัมผัสโดนหลังมือของเขาชั่วครู่ ความอบอุ่นจากเธอน่าจะช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจได้ ทว่าในยามนี้ กรณ์กลับรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนต้องชักมือกลับอย่างระมัดระวัง "ฉัน... ฉันนอนไม่หลับค่ะ... เอ๊ย หลับไม่ลงครับ" พิมพ์ชนกยิ้มแห้งๆ ออกมาด้วยความประหม่า เธอมองสำรวจใบหน้าของกรณ์ด้วยความห่วงใย "ช่วงนี้คุณดูแปลกไปนะกรณ์ มีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ... หรือเกี่ยวกับเรื่องเพลิงไหม้ครั้งนั้นที่คุณพยายามตามหาความจริงอยู่" กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำจนน่ากลัว เขารู้ดีว่าพิมพ์ชนกคือเป้าหมายสำคัญที่ธนพยายามเข้าใกล้ และอาจเป็นผู้กุมความลับบางอย่างที่เธอเองก็ยังไม่รู้ตัว การที่เธอยื่นมือเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ ยิ่งทำให้กรณ์รู้สึกเหมือนมีเชือกมารัดคอแน่นขึ้นเรื่อยๆ "ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณพิมพ์ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก หน้าที่ของผมคือปกป้องคุณ และหาความจริงให้กระจ่าง ไม่ใช่เอาเรื่องพวกนี้มาทำให้คุณต้องนอนไม่หลับ" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปากแน่น เธอนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขา "แต่ฉันสัมผัสได้นะกรณ์ ว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจ... และปีศาจตัวนั้น อาจเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็ได้" ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ประโยคเรียบง่ายของพิมพ์ชนกกลับตรงกับความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่ราวกับมีใครมาจงใจขีดเขียนบทบาทไว้ กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธเพื่อความปลอดภัยของเธอ ทว่า เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกลับแผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบาง หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบ 'ธน' พิมพ์ชนกเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากันด้วยความตกใจ กรณ์นิ่งงอนค้างไปชั่วขณะ นิ้วมือแข็งทื่อไม่กล้ากดรับ แต่เสียงเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่องราวกับจะเยาะเย้ยความลังเลของเขา ในวินาทีที่กรณ์ตัดสินใจเอื้อมมือไปกดรับสาย พร้อมกับกดเปิดสปีดสปีคเกอร์เพื่อให้พิมพ์ชนกได้ยินด้วย เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของธนก็ลอดผ่านลำโพงออกมาทันที โดยไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยทักทาย *“ดึกดื่นค่ำคืนป่านนี้แล้ว... นายยังนั่งดูแฟ้มประวัติเก่าๆ ของฉันอยู่อีกเหรอ กรณ์? ระวังหน่อยนะ... ไฟน่ะ ถ้าเล่นไม่ดี มันอาจจะย้อนกลับมาเผาบ้านตัวเองเอาได้ง่ายๆ นะเพื่อนรัก”* สิ้นเสียงพูดนั้น สายก็ถูกตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของคนทั้งคู่ในห้องทำงานที่มืดมิด ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ... ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%