เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามมาอย่างสม่ำเสมอในระยะห่างไม่เกินสaิบเมตร ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้วครับ
กรณ์หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกแสดงผลงานศิลปะโบราณของหอศิลป์แห่งชาติ เงาสะท้อนบนผิวแผ่นกระจกใสเผยให้เห็นร่างสวมเสื้อแจ็คเก็ตฮู้ดสีเข้มที่แกล้งทำเป็นสนใจรูปปั้นสำริดด้านหลัง แต่ดวงตานั้นกลับจดจ้องตรงมาที่กระเป๋าเอกสารหนังแท้ในมือของเขาอย่างไม่วางตา
สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มถี่กระชั้น ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดกับเหตุการณ์ทำนองนี้ วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาทราวกับภาพซ้ำของอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต—อดีตที่เขาไม่สามารถปกป้องอะไรไว้ได้เลย
ภายในกระเป๋าใบนั้น... มีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้ม สมบัติล้ำค่าชิ้นเดียวที่หลงเหลือมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อปีก่อน สมุดที่บรรจุลายมือและข้อความลับของพิมพ์ชนก ซึ่งเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะไขความจริงทั้งหมด
"คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นจำเลยที่ถูกพิพากษาโดยไม่รู้ตัวนะครับ..." กรณ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น
เขาเลี้ยวเข้าสู่โซนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งเป็นพื้นที่อับสายตาและมีผู้คนพลุกพล่านน้อยกว่าส่วนอื่น แสงไฟน์สปอตไลท์สีส้มอมเหลืองสาดส่องลงมาตามมุมห้อง ทอดเงายาวเหยียดของกรณ์ให้ทับซ้อนกับเงาของใครอีกคนที่พยายามเร่งฝีเท้าตามเข้ามาติดๆ
ทันใดนั้น มือปริมาณหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าที่หัวไหล่ของเขาอย่างแรง พร้อมกับแรงกระชากที่มุ่งเป้าไปยังกระเป๋าเอกสารในมือ
"ระวังตัวด้วยครับ!"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับการยื้อ1ยุดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเสี้ยววินาที กรณ์ไม่ยอมปล่อยให้สิ่งสำคัญหลุดมือไปได้ เขาบิดข้อมือพลิกตัวกลับอย่างคล่องแคล่ว ใช้ข้อศอกยันดันร่างของผู้บุกรุกให้ถอยห่างออกไป กระเป๋าหนังถูกดึงรั้งไว้จนสายสะพายเกือบขาด แรงปะทะทำให้ข้าวของบนโต๊ะจัดแสดงใกล้เคียงสั่นไหว
ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีเข้มเงยขึ้นสบตากรณ์เพียงเสี้ยววินาที แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความมืดมน
"แกต้องการอะไรกันแน่!" กรณ์เค้นเสียงถามด้วยความโกรธที่เริ่มปะทุขึ้นในอก ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อนึกถึงว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือร่องรอยเดียวที่เชื่อมโยงเขากับพิมพ์ชนก
ผู้บุกรุกไม่ตอบคำถาม ร่างนั้นอาศัยจังหวะที่กรณ์กำลังจะพุ่งตัวเข้าไปล็อกตัว สะบัดหลุดจากการเกาะกุมแล้ววิ่งหายลับไปทางประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ—กลิ่นน้ำหอมที่กรณ์จำได้แม่นยำว่ามันคือกลิ่นเดียวกับที่ธนสวมใส่ในงานเลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อน
หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความคับแค้น ความสงสัย และความหวาดระแวงที่กัดกินจิตใจ ธนเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจคนนั้น... กำลังเล่นเกมอะไรอยู่เบื้องหลังกันแน่?
กรณ์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งเพื่อตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเปิดซิปออก สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลยังคงอยู่ครบถ้วน แต่เมื่อเขาพลิกเปิดหน้ากระดาษด้านใน สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับรอยฉีกขาดของกระดาษแผ่นสุดท้าย—แผ่นที่จดบันทึกพิกัดสถานที่นัดพพCNระหว่างพิมพ์ชนกและบุคคลปริศนา
กระดาษแผ่นนั้นหายไป... พร้อมกับข้อความใหม่ที่ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงสดด้วยลายมือที่ไม่ใช่ของพิมพ์ชนก
*'ความลับที่นายพยายามปกป้อง กำลังจะพาคนที่นายรักไปสู่จุดจบ... เหมือนเธอกคนนั้นในอดีต'*
กรณ์อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่สูญเสียคนรักซ้อนทับเข้ามาในหัวสมองอย่างเด่นชัด เขากำสมุดบันทึกในมือแน่นจนข้อต่อนิ้ว
ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนในจิตใจ เสียงฝีเท้าฝีหนื่งก็ดังขึ้นอีกครั้งจากทางด้านหลัง เป็นฝีเท้าที่คุ้นเคยและเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
"กรณ์... นายมาทำอะไรตรงนี้ ฉันตามหานายซะทั่วเลย"
เสียงนุ่มนวลของธนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร ทว่าแววตาที่มองตรงมาที่สมุดบันทึกในมือของกรณ์นั้น... กลับเต็มไปด้วยประกายความเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุกเกรียวอย่างยิ่ง
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ... ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 10
เงาที่คอยจับตา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!