หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดับลง ไม่ได้นำพาความมืดมิดมาสู่ห้องทำงานเท่านั้น แต่มันกลับขับเน้นความอึดอัดให้เด่นชัดขึ้น ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนเกือบหมดสิ้น กรณ์ยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วเรียวยาวที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย—อาการที่เขาพยายามควบคุมมาตลอดหลายปี แต่ความรุนแรงของบทสนทนาก่อนหน้ากับธน์ได้ทำลายเกราะกำบังที่เขาสร้างขึ้นจนหมดสิ้น
ในความสลัวของห้องทำงานที่ตั้งอยู่บนชั้นยี่สิบสี่ แสงไฟนีอオンจากตึกสูงระฟ้าฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นสลับซับซ้อน ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา แข็งกร้าวแต่เปราะบางในเวลาเดียวกัน
พิมพ์ชนกขยับตัวเล็กน้อย เสียงเนื้อผ้ากระทบกันเบาหวิวในความเงียบ เธอยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว แต่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ระยะห่างนี้กลับกว้างใหญ่ไพศาลราวกับกั้นขวางด้วยห้วงเวลาและบาดแผลจากอดีต
"เขาพูดอะไรอีก..." น้ำเสียงของพิมพ์ชนกแผ่วเบา รอด2ผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยในความมืดสะท้อนประกายความกังวลอย่างปิดไม่มิด
กรณ์ลดมือลงช้าๆ เขาไม่ได้หันไปมองเธอทันที แต่ทอดสายตาออกไปนอกกระจกบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง รถราวิ่งผ่านไปมาเป็นสายไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น ทว่าไม่มีแสงใดเลยที่จะอบอุ่นพอจะละลายความหนาวเหน็บในใจของเขาได้
"ธน์ไม่ได้ขู่ผมเรื่องธุรกิจอีกแล้วครับ..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อย เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความอิดโรย "เขากำลังเล่นกับความรู้สึกผิดของผม พิมพ์... เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของผมคืออะไร"
พิมพ์ชนกสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับต้องการรวบรวมความกล้า เธอ้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่คุ้นเคยลอยมาแตะนาสิก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด กลิ่นนี้กลับสร้างความสงบอย่างประหลาดให้กับกรณ์
"คุณกำลังแบกรับเรื่องราวของคนอื่นไว้ทั้งหมด กรณ์" พิมพ์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น "คุณคิดว่าความผิดพลาดในอดีตคือตราบาปที่คุณต้องชดใช้ไปชั่วชีวิต... แต่คุณลืมมองปัจจุบัน ลืมมองว่ายังมีคนที่..." เธอชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้น ปล่อยให้ประโยคค้างคาไว้ในอากาศ แต่ความหมายกลับชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าสิ่งใด
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและขมขื่น "ชดใช้เหรอครับ... ถ้าคุณรู้ว่าผมเคยทำอะไรลงไป คุณอาจจะไม่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มองผมด้วยสายตาแบบนี้หรอก"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมบอกฉันล่ะคะ—" พิมพ์ชนกเผลอหลุดปากออกมาด้วยความร้อนรน ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นประกายตาไหววับของชายหนุ่ม "ทำไมคุณถึงเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว กรณ์? การที่คุณผลักไสทุกคนออกไป ไม่ได้ทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นเลย มันมีแต่จะทำให้คุณโดดเดี่ยวจนกระทั่งวันหนึ่ง... คุณอาจจะไม่มีใครเหลืออยู่เลย แม้กระทั่งตัวคุณเอง"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าๆ กรณ์นิ่งงัด สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนพิมพ์ชนกต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว
กรณ์ใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากัน สายตาของเขาล้ำลึกและดุดัน ราวกับเสือดาวที่จนมุมแต่มุ่งมั่นจะปกป้องอาณาเขตสุดท้ายของตัวเอง
"คุณไม่เข้าใจหรอก, พิมพ์..." กรณ์กระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงของเขาพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้นมานาน "ผู้หญิงคนนั้น... คนที่ผมปกป้องไม่ได้ในคืนพายุโหมกระหน่ำเมื่อห้าปีก่อน เธอมีรอยยิ้มแบบเดียวกับคุณ มีแววตาที่มองโลกในแง่ดีแบบเดียวกับคุณ... ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณมีความสุข ผมจะนึกถึงความล้มเหลวของตัวเองทุกครั้ง"
พิมพ์ชนกเบิกตากว้าง ความตกใจฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่สวย เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อท่าทีคุกคามของเขา แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ถึงความเจ็บปวดอันมหาศาลที่ชายหนุ่มผู้นี้ต้องแบกรับมาตลอดห้าปี
มือเรียวเล็กยกขึ้นสัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งของกรณ์ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อ แต่กลับมีพลังมหาศาลในการหยุดยั้งความบ้าคลั่งในใจของเขา
"กรณ์คะ..." พิมพ์ชนกเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยใช้มา ดวงตาของเธอเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น... และอดีตก็จบลงไปแล้ว คุณอาจจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่คุณเลือกได้ว่าปัจจุบันและอนาคต คุณจะเดินไปกับใคร"
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าหวาดกลัว มีเพียงความเวทนาและความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจ
"ฉันอาจจะเป็นแค่จิตรกรธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้เรื่องสถาปัตยกรรม ไม่มีอำนาจพอจะไปต่อกรกับธน์... แต่ฉันมีหัวใจที่พร้อมจะอยู่ข้างๆ คุณ ในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้คุณนะ กรณ์"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากนุ่มนวล ราวกับสายฝนที่โปรยปลงบนแผ่นดินที่แห้งแล้งมานาน กรณ์นิ่งงัน ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ความแข็งกร้าวทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาพังทลายลงในพริบตา กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นหัวใจถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นที่จริงใจของหญิงสาวตรงหน้า
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความลวง... แต่ไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากความจริงใจที่บริสุทธิ์
หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับมาเต้นรัวอีกครั้งอย่างเจ็บปวดและงดงาม กรณ์หลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ขอบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของพิมพ์ชนกอย่างแผ่วเบาและยาวนาน
มันไม่ใช่จุมพิตแห่งความลุ่มหลง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมจำนน... ยยอมจำนนต่อความรู้สึกที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด และยอมเปิดหัวใจให้แสงสว่างได้ส่อง 2เข้าสู่มุมมืดอีกครั้ง
พิมพ์ชนกหลับตาลงรับสัมผัสอันอ่อนโยนนั้น เธอยกมือขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ในห้องทำงานที่มืดมิดและเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเยือกเย็นและทรงพลัง ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางลงในทันที เสียงนั้นไม่ได้มาจากภายนอกห้องโถงหลัก... แต่มันมาจากประตูส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนบุคคล ซึ่งมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีรหัสผ่านเข้าออกได้
กรณ์ลืมตาขึ้นทันที ประกายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและเย็นเยียบในเสี้ยววินาที เขาดึงพิมพ์ชนกมาไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปรดของชายคนหนึ่งที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา แสงไฟจากภายในห้องสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มมุมปากอันคุ้นเคย—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและความลับที่พร้อมจะทำลายทุกอย่าง
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะเวลาอันแสนหวานนะครับ... พอดีผมบังเอิญผ่านมา แล้วบังเอิญได้ยินเรื่องสนุกๆ เข้าพอดี"
ธน์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมสนุกสนาน ก่อนที่เขาจะโยกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น
"โดยเฉพาะเรื่อง... ความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้เกี่ยวกับอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน กรณ์"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 12
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!