รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 13

ราคาของปาฏิหาริย์

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"นายกำลังโกหก ธน" เสียงของกรณ์ลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น แรงกดดันในห้องทำงานขนาดกว้างบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารสรุปงบประมาณและบันทึกการซ่อมบำรุงเมื่อห้าปีก่อนกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง รอยพับและรอยยับย่นบนกระดาษแผ่นนั้นสะท้อนถึงความรุนแรงของแรงเหวี่ยงเมื่อครู่ ธน์หัวเราะในลำคอ—เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ รอยยิ้มที่มุมปากของเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนคนนี้ช่างเยียบเย็นจนน่ากลัว เขายังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู "โกหกหรือกรณ์? นายลองถามตัวเองดูดีๆ สิว่า ระหว่างความจริงที่นายพยายามลืม กับความลับที่นายพยายามฝังกลบ... อันไหนมันทำร้ายคนรอบข้างมากกว่ากัน" ธน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำเจือด้วยสารพิษที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด "อุบัติเหตุคืนนั้น... รถยนต์คันที่เบรกแตก ไม่ใช่เพราะความประมาทของน้องชายนายหรอกเหรอ? หรือจริงๆ แล้ว... นายต่างหากที่เป็นคนตรวจเช็กสภาพรถคันนั้นก่อนส่งมอบกุญแจ?" ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาทุบลงกลางศีรษะ กรณ์เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือหนากำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว กลิ่นน้ำมันเครื่อง คราบเขม่า และเสียงกรีดร้องที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิตกำลังโถมเข้าใส่ ไม่ใช่... เขาไม่ได้ทำ... กรณ์พยายามจะปฏิเสธ แต่ลำคอกลับตีบตัน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานทำหน้าที่เป็นทนายฝ่ายจำเลยที่ทรงพลังที่สุดในจิตใต้สำนึกของเขาเอง ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน มือที่สั่นเทาของกรณ์ควAานหาบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อสูท สมุดปกหนังสีดำเล่มเก่า—สมุดบันทึกที่พิมพ์ชนกเคยเตือนเขาว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย—ถูกดึงออกมาอย่างไร้ทิศทาง เขาเปิดมันออกอย่างไร้สติเพื่อค้นหาข้อความ คำพูด หรือร่องรอยใดๆ ที่จะมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อดึงสติให้หลุดพ้นจากหลุมดำแห่งความทรงจำนี้ หมึกสีดำบนหน้ากระดาษเริ่มสั่นไหว ตัวอักษรไม่ได้เรียงร้อยเป็นลายมือของเขาอีกต่อไป แต่มันกำลังบิดเบี้ยว เคลื่อนไหว และหลอมละลายราวกับหยดน้ำตา กรณ์กะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว แต่ทว่า... ความผิดปกติไม่ได้เกิดขึ้นที่สายตา มันเกิดขึ้นลึกเข้าไปในสมองส่วนที่ทำหน้าที่บันทึกภาพความผูกพัน เขาก้มมองรูปถ่ายใบเล็กที่คั่นไว้ในหน้าสมุด—ภาพภรรยาและลูกสาวที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น... ความว่างเปล่าสีเทาก็พัดผ่านเข้ามาในหัว สมองของเขาขาวโพลนราวกับกระดาษเปล่าที่ถูกไฟเผาจนมอดไหม้ กรณ์ขมวดคิ้วแน่น พยายามเพ่งมองใบหน้าในรูปถ่ายด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกจากอก ผู้หญิงคนนั้น... ใครกัน? เด็กผู้หญิงรอยยิ้มสดใสในอ้อมแขนนั้น... ลูกของใคร? ใบหน้าของภรรยาที่เคยแจ่มชัดในความทรงจำกลับเลือนราง หายวับไปกับตา ราวกับหมอกคยยามเช้าที่ถูกความร้อนแผดเผา ทว่าไม่ใช่แค่ใบหน้า เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม หรือแม้กระทั่งชื่อของพวกเธอก็ถูกลบเลือนหายไปจากความทรงจำของเขาอย่างหมดจด ชั่วขณะนั้นกรณ์กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อคนที่เขารักที่สุดในโลก ความหนטายเหน็บพุ่งทะลุจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ นี่คือราคา... นี่คือราคาของปาฏิหาริย์ที่เขาดึงดันจะไขว่คว้าสินะ? กรณ์อ้าปากค้าง ไร้ซึ่งเสียงร้องเล็ดลอด มีเพียงหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า เขายืนอยู่ตรงนั้น โดดเดี่ยวท่ามกลางห้องทำงานที่กว้างใหญ่ จำไม่ได้กระทั่งว่าตนเองเป็นใคร และหัวใจดวงนี้เคยรักใครมาบ้าง ธน์หรี่ตามองอาการของกรณ์ด้วยความแปลกใจระคนสมเพช ก่อนที่รอยยิ้มเยือกเย็นจะกลับมาประดับบนใบหน้าของอีกฝ่ายอีกครั้ง "เป็นอะไรไปกรณ์? หน้าซีดเชียว... หรือว่าความทรงจำเกี่ยวกับคนที่นายรัก มันเริ่มจางหายไปจากหัวสมองของนายแล้วล่ะสิ" ธน์เอ่ยเย้ยหยัน พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว "สมุดบันทึกเล่มนั้น... มันกำลังกินวิญญาณนายทีละน้อย นายแลกความจริงกับความทรงจำ นายกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละส่วน กรณ์" กรณ์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท สายตาที่เคยคมปลาบ บัดนี้ว่างเปล่าและไร้ทิศทาง เขากำสมุดในมือแน่นจนปกหนังยับยู่ยี่ แม้จะจำหน้าลูกภรรยาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณดิบภายในกายยังคงร่ำร้องว่าเขาต้องหยุดผู้ชายคนนี้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทว่า ก่อนที่กรณ์จะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกไป เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันน่าอึดอัดขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดโค้ทกันหนาวสีครีม ปอยผมเปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝนด้านนอก เธอส่งยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยมาให้กรณ์ แววตานั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่คนความจำเสื่อมชั่วขณะอย่างเขาจะเข้าใจ "สวัสดีค่ะกรณ์... ดิฉันมาทวงสัญญาที่เราเคยให้ไว้ต่อกัน เมื่อห้าปีก่อน" พิมพ์ชนกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับดังก้องราวกับเสียงอสุนิบາດฟาดลงกลางใจของพวกเขาทั้งสองคน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไป1ด้วยกันนะครับ / ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%