รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 39

ทางเลือกแห่งชีวิต

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงโลหะขูดขีดกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นก้องกังวานในโถงอาคารร้าง สะท้อนความวิกฤตที่บีบกระชั้นเข้ามาทุกขณะ กรณ์หอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมสันที่ซีดเซียว ร่างกายของเขาพาสภาพที่ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที สัญญาณชีพจรเตือนเร่งเร้าผ่านอุปกรณ์การแพทย์พกพาที่แนบอยู่ข้างลำตัว เสียงบี๊บถี่รัวรากับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย โรคร้ายที่กัดกินอวัยวะภายในของเขามาแรมปีส่งสัญญาณเตือนเป็นความเจ็บแปลบดั่งมีไฟแผดเผาทุกย่างก้าว แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับภาพเบื้องหน้าที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น พิมพ์ชนกนอนหมดสติอยู่ใต้ซากโครงเหล็กขนาดมหึมาที่ทรุดตัวลงมาทับขาเรียวของเธอไว้ เลือดสีสดไหลรินอาบพื้นคอนกรีตสีเทาตัดกับผิวขาวเนียนของเธออย่างไร้ความปรานี ดวงตาที่เคยฉายแววสดใสและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลปินบัดนี้ปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนไขที่กำลังจะมอดดับลงในสายลมหนาว "พิมพ์..." กรณ์ครางเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ร่างกายที่โงนเงนของเขาเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ทว่าความรู้สึกผิดจากอดีตที่ฝังรากลึกในใจกลับทำหน้าที่ราวกับโซ่ตรวนที่ดึงรั้งให้เขายืนหยัดอยู่ได้ ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างแจ่มชัด วันที่เขาไม่สามารถปกป้องน้องสาวจากเหตุเพลิงไหม้ได้ วันที่ความลังเลคร่าชีวิตคนที่เขารักที่สุดไปต่อหน้าต่อตา ความเจ็บปวดในคราวนั้นยังคงกรีดแทะวิญญาณของเขามาจนถึงทุกวันนี้ และวันนี้... ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอีกครั้งอย่างเลือดเย็น แผงควบคุมระบบระบายอากาศฉุกเฉินที่เหลืออยู่เพียงเครื่องเดียวในรัศมีสิบเมตรส่งเสียงหึ่งๆ มันคือเครื่องมือชิ้นเดียวที่จะสามารถฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกายเขา ยับยั้งเซลล์ที่กำลังลุกลาม และยื้อชีวิตเขาให้อยู่รอดต่อไปได้อีกหลายปีตามคำวินิจฉัยของแพทย์ แต่มันอยู่ห่างจากจุดที่พิมพ์ชนกนอนอยู่ไปอีกฟากหนึ่งของห้องควบคุมที่กำลังจะพังถล่มลงมา ทางเลือกสองทางวางอยู่เบื้องหน้าอย่างโหดร้าย... หากเขาเลือกเดินไปคว้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเพื่อรักษาลมหายใจของตัวเอง เขาจะมีชีวิตรอด แต่วินาทีที่เขาหันหลังให้พิมพ์ชนก เธอกisจะไร้ซึ่งโอกาสรอดชีวิตแม้แต่น้อย ซากเหล็กหนักอึ้งนั่นจะบดขยี้ลมหายใจสุดท้ายของเธอ หรือหากเขาเลือกที่จะใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปยกคานเหล็กนั้นช่วยเธอ ร่างกายที่ไร้ซึ่งภูมิคุ้มกันและอวัยวะที่ล้มเหลวของเขาจะปิดฉากลงทันที ภายในไม่กี่นาทีข้างหน้า "กรณ์... อย่า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งมาจากห้วงความฝัน พิมพ์ชนกปรือตาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยมองตรงมาที่เขา แววตานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวความตาย หากแต่สะท้อนความห่วงใยและความเจ็บปวดที่ส่งตรงมาถึงหัวใจของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง เธอกำลังขอร้อง... ขอร้องให้เขาเห็นแก่ตัวเองบ้าง "ผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวแต่เปี่ยมด้วยความร้าวราน เขาตัดสินใจแล้ว เขาก้าวขาออกไปข้างหนึ่ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากข้อต่อกระดูกลามไปถึงขั้วหัวใจ ร่างกายของเขากำลังประท้วงอย่างรุนแรง เลือดรสชาติคาวคลุ้งเอ่อล้นขึ้นมาที่ริมฝีปาก กรณ์ปาดมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เขากลืนความทรมานนั้นลงไปพร้อมกับความกลัวที่เกาะกุมวิญญาณ สองเท้าของเขาไม่ได้มุ่งหน้าไปยังแผงควบคุมชีวิตของตนเอง หากแต่หันเหเข้าหาซากเหล็กมหึมาที่ทับร่างของหญิงสาว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่ง "ซาบซึ้งใจเสียจริงครับ คุณสถาปนิกผู้สูงส่ง" ธนย์ก้าวออกมาจากความมืดของมุมเสาปูน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนความริษยาอันดำมืด มือขวาของเขากำปืนสั้นพกพาไว้มั่น ปากกระบอกปืนหันตรงมาที่กรณ์โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "นายมาทำอะไรที่นี่ ธนย์" กรณ์หันกลับไปเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนผู้ทรยศ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "ก็มาดูจุดจบของคุณอย่างไรล่ะครับ กรณ์" ธนย์หัวנסเบาๆ ในลำคอ แววตาคู่คมฉายความบิดเบี้ยว "คุณคิดจริงๆ หรือว่าผมจะยอมปล่อยให้คุณรอดไปฮุบโครงการทั้งหมดคนเดียว? และยิ่งไปกว่านั้น... ผู้หญิงคนนี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความลับทั้งหมดที่ผมซ่อนไว้ เธอรู้มากเกินไป... และคุณเองก็เช่นกัน" สถานการณ์พลิกผันจากวิกฤตการณ์ภัยพิบัติ กลายเป็นการเผชิญหน้าบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายที่เต็มไปด้วยการหักหลัง กรณ์มองหน้าธนย์สลับกับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของพิมพ์ชนกที่นอนอยู่เบื้องหลังเพื่อนรัก ร่างกายของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด ลลมหายใจเริ่มติดขัด อาการเจ็บหน้าอกตีรวนขึ้นมาอย่างรุนแรงจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ธนย์ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืนพร้อมเหนี่ยวรั้งได้ทุกเมื่อ "เลือกเอาสิครับ กรณ์... คุณจะยอมให้ผมเป่าหัวคุณตรงนี้ เพื่อที่ผมจะได้จัดการผู้หญิงคนนั้นต่อ หรือคุณจะยอมคุกเข่าลงแล้วส่งมอบทุกอย่างให้ผมแต่โดยดี เผื่อว่าผมอาจจะเมตตาส่งเธอกลับไปนอนหลับอย่างสบายๆ ในสุสาน" กรณ์นิ่งงึม เขารู้ดีว่าหากเขาเลือกสู้ ธนย์เร็วกว่าและเขาก็ไม่มีแรงแม้แต่จะยกหมัดขึ้นมาป้องกันตัว แต่หากเขายอมจำนน พิมพ์ชนกก็ไม่รอดอยู่ดี สายตาของกรณ์กวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออกสุดท้าย ก่อนที่คมกระสุนจะพรากทุกสิ่งไปตลอดกาล ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความมืดมิดแห่งความสิ้นหวังเข้าโอบล้อม แสงไฟฉุกเฉินสีแดงส้มก็กะพริบวาบขึ้นที่มุมอับสายตา พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางประทางออกทิศเหนืออย่างเร่งรีบ ร่างเงาหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับวัตถุโลหะสีดำมันวาวที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของธนย์อย่างแม่นยำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอמהขึ้นตัดความเงียบงัน "วางอาวุธลงเสีย ธนย์... ไม่อย่างนั้น คนที่จะไม่ได้เห็นตะวันพรุ่งนี้ จะเป็นแกเอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%