คราบเขม่าสีดำสนิทบนใบหน้าของกรณ์ไม่ได้ทำให้ความคมคายของเขาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับขับเน้นให้ดวงตาคู่คมที่ทอประกายเด็ดเดี่ยวคู่นั้นดูโดดเด่นและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของทั้งคู่ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในห้องใต้ดินอับชื้นแห่งนี้ กลิ่นอายของดินปืน ความชื้น และความตายเพิ่งจะจางหายไปไม่นานนัก หลังจากที่ม่านประตูกาลเวลาบานนั้นเพิ่งจะปิดฉลบลงด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล
กรณ์ใช้มือข้างที่สั่นเทาเล็กน้อยปาดคราบเหงื่อและเขม่าควันออกจากหน้าผาก ก่อนจะรีบหนุนตัวกลับไปมองร่างของพิมพ์ชนกที่ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงอิฐมอญเก่าคร่ำคร่า
"คุณพิมพ์... เจ็บตรงไหนไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะสุขุมเยือกเย็นเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์ชนกส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากซีดเซียว แม้ดวงตาจะยังคงฉายแววหวาดผวาต่อเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งผ่านพ้นไป เธอยกมือขึ้นแตะที่หัวไหล่ตัวเองเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย... ฉันไม่เป็นไรครับกรณ์... เอ๊ย... ฉันหมายถึง ฉันปลอดภัยดีค่ะ" เธอเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า เมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดผิดเพี้ยนไปตามความตื่นตระหนก
กรณ์เผลอยิ้มตามรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ออกจากใจจริงของสถาปนิกหนุ่มผู้แบกรับความรู้สึกผิดจากอดีตมาเนิ่นนาน เขานั่งลงชันเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วเรียวยื่นออกไปหมายจะปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม แต่แล้ว... ชะตากรรมก็มักจะเล่นตลกกับพวกเขาเสมอ เมื่อสายตาของกรณ์เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นห่างออกไปไม่ถึงคืบ
สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้ม... วัตถุชิ้นสำคัญที่กุมความลับของรอยต่อแห่งกาลเวลาทั้งหมด
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ เขาลุกพรวดขึ้นแล้วพุ่งตัวไปคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาด้วยความรีบร้อน ทว่าทันทีที่สัมผัส สัญชาตญาณก็บอกให้เขารู้ถึงความเลวร้ายที่เกิดขึ้น
สภาพของสมุดบันทึกในตอนนี้ แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของความขลังและทรงคุณค่าอีกต่อไป น้ำจากท่อระบายน้ำใต้ดินที่ทะลักเข้ามาในช่วงวินาทีวิกฤต ได้แช่ขังตัวเล่มเอาไว้จนกระดาษภายในเปื่อยยุ่ย ปกหนังด้านนอกบวมเป่งและหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ เมื่อกรณ์ค่อยๆ เปิดหน้าแรกออกด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด
หมึกปากกาโบราณที่เคยบันทึกเรื่องราวและข้อความสำคัญ บัดนี้เกิดการละลายและเลอะเลือนจนกลายเป็นปื้นสีดำสนิท ตัวอักษรนับร้อยนับพันถูกกลืนหายไปกับสายน้ำราวกับมันไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง มีเพียงไม่กี่คำในหน้ากลางๆ เท่านั้นที่พอจะหลงเหลือเค้าโครงให้พอเดาได้เลือนราง แต่ก็ไร้ซึ่งความหมายที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน
"ไม่... ไม่จริงน่า..." พิมพ์ชนกขยับเข้ามาใกล้ ชะโงกมองเศษซากกระดาษเปื่อยยุ่ยในมือของชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนสิ้นหวัง "ความลับทั้งหมด... ประวัติศาสตร์ที่เราพยายามจะแก้ไข... มันหายไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือคะกรณ์?"
กรณ์นิ่งเงียบ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาก้มมองสมุดบันทึกในมือที่แทบจะสลายกลายเป็นผุยผงตามปลายนิ้ว ความรู้สึกผิดที่คุ้นเคยเริ่มกัดกินหัวใจของเขาอีกครั้ง ความรู้สึกที่ว่า *'เขาไม่เคยปกป้องอะไรได้เลยจริงๆ'* กำลังกลับมาหลอกหลอนเขาในยามที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม
"เรายังมีกันและกันนะครับ" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง แม้ภายในใจจะเคว้งคว้างไม่แพ้กัน "ต่อให้ไม่มีตัวหนังสือในสมุดเล่มนี้คอยนำทาง แต่เรื่องราวที่เราพบเจอมาด้วยกัน... มันสลักอยู่ตรงนี้แล้ว" เขาวางมือลงบนตำแหน่งหัวใจของตนเอง
พิมพ์ชนกมองการกระทำนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่มืดมน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของห้องใต้ดิน เธอยื่นมือไปสัมผัสหลังมือหนาของเขาที่กุมสมุดบันทึกไว้ แววตาที่เคยเศร้าสร้อย บัดนี้กลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทีละน้อย
"ค่ะกรณ์... เราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาอดีตที่ถูกขีดเขียนไว้แล้วอีกต่อไป"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มสงบลง เสียงหอบหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเป็นความตายทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว กรณ์ขยับเข้าไปใกล้พิมพ์ชนกอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ติดตัวเธอมาตลอด แม้ในยามวิกฤต ลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด
ใบโน้มต่ำลง ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่หลับพรรณรายรอรับสัมผัสอันอ่อนโยน ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อสร้างปาฏิหาริย์แห่งรักท่ามกลางซากปรักหักพังของกาลเวลา...
*แกร็ก!*
เสียงฝาดรองเท้าหนังกระทบกับพื้นปูนดังสนั่นมาจากทางบันไดทางเข้าห้องใต้ดิน มืดทึบเบื้องบน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
กรณ์ผละออกจากพิมพ์ชนกทันที สัญชาตญาณนักสู้ตื่นตัวเต็มที่ เขาดึงร่างของหญิงสาวมาหลบไว้ด้านหลัง พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องบนด้วยแววตาดุดัน
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นเงาสลัวลงมาทีละก้าว เสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่ส่องตรงมายังใบหน้าของทั้งคู่
"โอ้... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับคุณเพื่อนรัก รอดตายมาได้หวุดหวิดแถมยังมีเวลาสวีทกันอีกหรือเนี่ย?"
ธนย์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือข้างหนึ่งของเขาถือปืนกระบอกสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังอกของกรณ์อย่างแม่นยำ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปกับตัวละครทุกท่าน ณ ที่นี้นะครับ
ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 40
ปาฏิหาริย์แห่งรัก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!