รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 41

แผลเป็นจากอดีต

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นคาวจางๆ ของยาฆ่าเชื้อและหยดน้ำเกลือที่กระทบกับสายยางใส คือเสียงเดียวที่คอยตอกย้ำว่าลมหายใจของเขายังคงทำงานอยู่ กรณ์พยายามจะขยับหัวไหล่ขวา แต่ความเจ็บแปลบราวกกับมีเหล็กเผาไฟมารุมทิ่มแทงก็แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนต้องกัดฟันแน่น ปล่อยให้เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาคมที่เคยฉายแววสุขุมและเยือกเย็น บัดนี้สะท้อนเพียงความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับความตายมาหลายวันติดต่อกัน "อย่าเพิ่งขยับเลยครับ... แผลยังไม่แห้งสนิท" เสียงนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากข้างเตียง พิมพ์ชนกในชุดเสื้อเชิร์ตหลวมโคร่งและผมที่รวบไว้ลวกๆ กำลังวางผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ลงบนโต๊ะข้างเตียง แววตาของเธอไม่ได้ซ่อนร่องรอยความอ่อนเพลียเอาไว้เลย ใต้ตาคู่สวยมีรอยคล้ำจางๆ จากการไม่ได้นอนติดต่อกันหลายคืน แต่มือเรียวคู่นั้นยังคงเบามืออย่างที่สุดเมื่อเอื้อมมาเช็ดคราบเหงื่อบริเวณหน้าผากให้เขา กรณ์มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอกจนจุกแน่น ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น—วันที่โครงสร้างเหล็กถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา และเขาเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอกลับมาฉายชัดในหัวอีกครั้ง "ผมทำให้คุณต้องมาลำบากด้วยอีกแล้ว... พิมพ์" เสียงของกรณ์แหบพร่าและแห้งผาก ราวกับผ่านการกลืนทรายร้อนมาตลอดทั้งคืน พิมพ์ชนกชะงักมือที่กำลังเช็ดหน้าให้เขา ดวงตาคู่เดิมไหววับก่อนจะหลุบลงต่ำ เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นทำหน้าที่แทนคำพูด รอยยิ้มที่มักจะสดใสเสมอในยามปกติถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใน "คุณยังคิดว่าตัวเองต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนเดิมสินะครับ, กรณ์" พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของสถาปนิกหนุ่ม "คุณปกป้องฉันจากเหล็กพวกนั้น... แต่คุณเคยถามฉันบ้างไหมว่า ฉันอยากแลกมันด้วยลมหายใจของคุณหรือเปล่า" กรณ์นิ่งงิ่งไป คำพูดของเธอราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าในใจ—ปมความรู้สึกผิดที่เขาไม่เคยให้อภัยตัวเองมาตลอดชีวิต ตั้งแต่วันที่เขาไม่สามารถปกป้องน้องสาวจากอุบัติเหตุครั้งนั้นได้ จนมาถึงวันที่เกือบจะสูญเสียพิมพ์ชนกไป "ผมเป็นผู้ชาย... และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำ" กรณ์ตอบเสียงค่อย แต่แววตาเด็ดเดี่ยว "ผมทนเห็นคุณเป็นอะไรไปไม่ได้ พิมพ์" "ความตายของคุณมันไม่ใช่การปกป้องหรอกนะครับ, กรณ์... แต่มันคือการลงโทษฉันทางอ้อมต่างหาก" พิมพ์ชนกวางผ้าลงในกะละมัง เสียงน้ำกระทบขอบดังสะท้อนเบาๆ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยแววตาที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำใส "ถ้าคุณเป็นอะไรไปในคืนนั้น คุณคิดว่าฉันจะใช้ชีวิตอยู่ต่อได้ยังไง... บนโลกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ว่า มีคนตายแทนฉัน" ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ที่ซับซ้อน กรณ์ยื่นมือข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือไปหมายจะสัมผัสหลังมือของเธอ แต่นิ้วเรียวของเขากลับสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง พิมพ์ชนกเห็นดังนั้นจึงรีบเอื้อมมือมาคว้ามือของเขาไว้แนบแก้มของเธอเอง ความอบอุ่นจากผิวเนื้อของหญิงสาวส่งผ่านเข้ามา ทำให้หัวใจที่ด้านชาของกรณ์ค่อยๆ อุ่นวาบขึ้นมาทีละน้อย เสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้งทำลายบรรยากาศอันเปราะบางนั้นลง ประตูกล่อยเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของธนสิทธิ์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในมือของเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจถือกระเช้าผลไม้ราคาแพง ใบหน้าของธนสิทธิ์ประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับไม่เคยสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเลย "อาการเป็นยังไงบ้างวะ, กรณ์" ธนสิทธิ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เดินเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วย ก่อนจะปรายตามองมือของพิมพ์ชนกที่ยังคงกุมมือของกรณ์อยู่ "ดูท่าทางนายจะมีพยาบาลส่วนตัวที่ดีคอยดูแลไม่ห่างเลยนะเนี่ย โครงการที่ไซต์งานจะได้คืบหน้าไหมเนี่ยตัวหลักดันมานอนพักยาวแบบนี้" กรณ์ดึงมือกลับช้าๆ สายตาคมกริบมองลอดผ่านความเหนื่อยล้าไปยังเพื่อนสนิท เขารู้จักธนสิทธิ์ดีเกินกว่าจะเชื่อว่าการมาเยี่ยมครั้งนี้มีเพียงความหวังดี "บริษัทคงไม่ล้มละลายแค่เพราะฉันหยุดพักสักเดือนหรอกมั้ง, ธน" กรณ์ตอบเสียงเรียบ สังเกตเห็นมุมปากของธนสิทธิ์กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทันสังเกต "ใครจะไปรู้ล่ะ..." ธนสิทธิ์วางกระเช้าผลไม้ลงบนโต๊ะ หมุนตัวไปมองวิวกรุงเทพฯ ผ่านกระจกใสบานใหญ่ของโรงพยาบาล "ช่วงนี้นายไม่อยู่ เอกสารสัญญาหลายฉบับที่นายดองไว้... ฉันจัดการเซ็นอนุมัติแทนไปหมดแล้วนะ เพื่อไม่ให้โปรเจกต์มันสะดุด" พิมพ์ชนกขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้ากรณ์เล็กน้อย สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าธนสิทธิ์กำลังซ่อนเจตนาบางอย่างที่อันตรายไว้เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น "สัญญาอะไรคะ? ธน... ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยในฐานะผู้ประสานงานโครงการ" ธนสิทธิ์หันกลับมามองจิตรกรสาว รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบกวาดมองพิมพ์ชนกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด "ก็เป็นสัญญาปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นระยะยาวน่ะครับ... คุณพิมพ์ชนก พอดีกรณ์เขาเคยเซ็นใบมอบอำนาจไว้ให้ผมตั้งแต่ก่อนเกิดอุบัติเหตุแล้วล่ะครับ" กรณ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บที่แผลแล่นแปลบขึ้นมาทันทีเมื่อเขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง "นายว่ายังไงนะ... ธน!" ธนสิทธิ์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยباتซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางทับลงบนกระเช้าผลไม้ช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "หายไวๆ นะครับเพื่อน... เพราะตึกที่นายออกแบบไว้ ตอนนี้มันกลายเป็นชื่อของฉันเรียบร้อยแล้วล่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%