นิ้วเรียวยาวของกรณ์สั่นเทาเล็กน้อยขณะวางปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษร่างแบบแปลน บนโต๊ะทำงานรกเรื้อด้วยกองเอกสารสถาปัตยกรรม แผ่นแล้วแผ่นเล่าที่เต็มไปด้วยเส้นสายลายมืออันคุ้นเคย แต่ทว่า... มีบางแผ่นที่สลักชื่อย่อ "พ.ช." เอาไว้ที่มุมกระดาษ พร้อมด้วยลายเส้นรูปดอกไม้ที่เขาจำไม่ได้เลยว่าตนเองเป็นคนวาดมันขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ความเงียบงันในห้องทำงานยามวิกาลช่างน่าอึดอัด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวเคล้ากับเสียงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ กรณ์ขมวดคิ้วแน่นจนเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ผนังห้องติดภาพวาดสีน้ำมันฝีมือใครบางคน ทิวทัศน์ของทะเลสาบยามเย็นที่ให้ความรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด ทว่าเมื่อพยายามค้นหาความทรงจำว่าเขาซื้อภาพนี้มาจากที่ใด หรือใครเป็นคนมอบให้ คำตอบในหัวกลับว่างเปล่าราวกับมีหมอกหนาทึบทับถม
ประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของธน์ หุ้นส่วนหนุ่มผู้มีรอยยิ้มราบเรียบ ทว่าแววตากลับซ่อนประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ธน์วางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเหลือบมองกระดาษร่างแบบบนโต๊ะของเพื่อนรัก
"ยังไม่นอนอีกหรือครับกรณ์ งานโปรเจกต์นี้ไม่ได้รีบขนาดนั้น" ธน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือของเขากลับเลื่อนไปหยิบกระดาษแผ่นที่มีลายเส้นรูปดอกไม้นั้นขึ้นมาพิจารณา
กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนสนิท ความรู้สึกคุ้นเคยและระแวงระวังตีรวนอยู่ในอก "ธน์... คุณจำภาพวาดนี้ได้ไหมครับ มันเป็นของใคร"
ธน์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "ภาพอะไรกันครับกรณ์ คุณคงทำงานหนักจนเบลอไปหมดแล้วมั้ง ไม่มีภาพอะไรหรอก... วางมันลงเถอะครับ แล้วพักผ่อนเสียหน่อย"
"อย่ามาโกหกผมนะธน์!" กรณ์ตบโต๊ะเบาๆ แต่หนักแน่นด้วยแรงอารมณ์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเพื่อนสนิท "ผมรู้ว่ามีบางอย่างขาดหายไป... ผมจำไม่ได้ว่าช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้าง และที่สำคัญที่สุด... พิมพ์ชนกคือใคร ทำไมชื่อนี้ถึงวนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดเวลา ทั้งๆที่ผม... นึกหน้าเธอไม่ออกด้วยซ้ำ!"
ชื่อนั้นหลุดจากปาก ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงสู่ความหนาเตอะ ธน์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาวางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับคนแบกรับความลับอันหนักอึ้งมานานแสนนาน
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับกรณ์..." ธน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง "บางครั้ง... การลืมความจริงบางอย่าง อาจเป็นวิธีที่โชคชะตาปรานีคุณที่สุดแล้วก็ได้ ความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่งของคุณ... มันไม่ได้สูญหายไปเพราะอุบัติเหตุหรอกครับ แต่มมันหายไปเพราะคุณเป็นคนเลือกที่จะลบมันเอง"
คำพูดของธน์ราวกระบี่คมที่แทงเข้ากลางใจ กรณ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือยึดขอบโต๊ะไว้แน่นเพื่อพยุงร่างที่เริ่มสั่นเทา "หมายความว่ายังไง... ผมทำอะไรลงไป"
ก่อนที่ธน์จะได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย เธอหยุดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟสลัวจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีก เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา และรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มจนน่าใจหาย
"สวัสดีค่ะ... คุณกรณ์ จำฉันไม่ได้จริงๆ หรือคะ?"
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ ภาพความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายถูกกระชากเข้ามาในหัว ทว่ามันกลับเจ็บปวดเสียจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบแห่งกาลเวลานี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 43
ความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!