รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 44

คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
นิยายเรื่อง **"เงาแห่งกาลเวลา: รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา"** **ตอนที่ 44: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย** แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวในมือของพิมพ์ชนกสั่นระริก ปลายนิ้วเรียวที่เคยจรดพู่กันสร้างสรรค์ภาพวาดอันมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างกลางฤดูหนาว เสียงจอแจของลูกค้าในคาเฟ่กึ่งแกลเลอรีชื่อดังย่านใจกลางเมืองราวกับถูกดูดกลืนหายไปในความเงียบงัน เมื่อเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนก้าวผ่านประตูบานกระจกเข้ามา กรณ์... สถาปนิกหนุ่มผู้เคยอยู่ในทุกจังหวะลมหายใจของเธอ ผู้ชายที่เคยส-บตาเธอด้วยความรักและความอบอุ่นเต็มหัวใจ แต่ในเวลานี้ เขากลับยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีที่ราวกับรูปปั้นหินสลัก สายตาคู่นั้น... สายตาที่ไร้ซึ่งประกายความทรงจำใดๆ มันคือความว่างเปล่าที่ลึกซึ้งและน่ากลัวที่สุด เป็นความเยียบเย็นที่กรีดแทงหัวใจของพิมพ์ชนกจนแทบแหลกสลาย ราวกับว่าช่วงเวลาหลายปีที่พวกเขาร่วมสร้าง ร่วมหัวเราะ และร่วมร้องไห้ด้วยกัน ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้ "ขอโทษนะครับ... สั่งเครื่องดื่มอะไรเพิ่มอีกไหมครับ" เสียงของพนักงานเสิร์ฟหนุ่มดึงสติของพิมพ์ชนกกลับมา เธอกะพริบตาช้าๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาบังทัศนียภาพ พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึก พยายามฝืนยิ้มที่สั่นเครือให้พนักงาน ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ แล้วหันกลับไปมองเป้าหมายเดิมอีกครั้ง กรณ์กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปสะท้อนภาพลักษณ์ของนักบริหารผู้ประสบความสำเร็จ ข้างกายของเขาคือธน์ เพื่อนสนิทผู้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และตอนนี้... คือเงาที่เข้ามาแทนที่ทุกพื้นที่ในชีวิตของกรณ์ ธน์ส่งยิ้มมุมปากให้พิมพ์ชนก เป็นรอยยิ้มที่อาบด้วยความเหนือกว่าและความเย้ยหยันอย่างมิดชิด พิมพ์ชนกกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก กรณ์เดินตรงมายังโต๊ะที่เธอจับจองอยู่ ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นที่เธอเคยซบลงตรงลาดไหล่นั้นเพื่อหาความอบอุ่นในวันที่โลกใบนี้ใจร้ายกับเธอ แต่ทว่า... เมื่อกรณ์เดินผ่านโต๊ะของเธอ สายตาคู่นั้นกวาดผ่านร่างของเธอไปอย่างเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของการสะดุดใจ ไร้ซึ่งประกายแห่งความคุ้นเคย ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นเพียงสิ่งของไร้ชีวิตชิ้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทาง "เชิญทางนี้ครับคุณกรณ์ เอกสารสัญญาฉบับล่าสุดอยู่กับผมแล้ว" ธน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความยินดีปรีดาอย่างชัดเจน พลางผายมือเชิญกรณ์ให้นั่งลงที่โต๊ะวีไอพีห่างออกไปไม่ไกลนัก กรณ์พยักหน้ารับสั้นๆ "ขอบคุณครับธน์ งานนี้เราต้องรอบคอบให้มาก โปรเจกต์นี้มีความหมายกับบริษัทของเรามาก" เสียงทุ้มต่ำนั้น... น้ำเสียงที่เคยกระซิบคำว่ารักข้างหูเธอในคืนอันเหน็บหนาว บัดนี้มันกลับถูกใช้พูดคุยเรื่องธุรกิจกับชายผู้ที่เป็นภัยเงาในชีวิตของพวกเขาเอง พิมพ์ชนกชาไปทั่วร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ภาพความทรงจำหลั่งไหลย้อนกลับมาดั่งคลื่นพายุ วันที่พวกเขายืนมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน วันที่กรณ์สัญญาว่าจะจับมือเธอเดินผ่านทุกอุปสรรคไปให้ได้ คำสัญญาเหล่านั้นมันปลิวหายไปไหนหมด หรือกาลเวลาได้พรากเอาวิญญาณของกรณ์ไปทิ้งไว้ในอดีต เหลือเพียงเปลือกนอกที่เย็นชาไร้หัวใจไว้ให้เธอได้มองเห็น พิมพ์ชนกตัดสินใจลุกขึ้นยืน ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยแต่เธอกลั้นใจก้าวเดินเข้าไปหาชายทั้งสองที่กำลังนั่งปรึกษางานกันอยู่ "กรณ์คะ..." เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากที่ซีดเผือด ธน์ชะงักมือที่กำลังเปิดแฟ้มเอกสาร รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย ส่วนกรณ์... เขาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก ดวงตาสนิทสีนิลคู่คมนั้นมองตรงมาที่เธอ แต่ทว่า... มันเป็นสายตาของ "คนแปลกหน้า" อย่างแท้จริง ไม่มีความสงสัย ไม่มีแววตาแห่งความคุ้นเคย มีเพียงความรำคาญใจจางๆ ที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น "คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ" กรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ ห่างเหิน และสุภาพเกินกว่าจะใช้กับคนที่เคยยืนอยู่เคียงข้างกัน หัวใจของพิมพ์ชนกหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คำพูดนับร้อยที่เตรียมไว้จะเอ่ยถาม กลืนหายลงไปในลำคอราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาประกายแสงอุ่นๆ ที่เธอเคยรู้จัก แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงเงาของตัวเธอเองในความว่างเปล่า "กรณ์... มองหน้าฉันให้ดีๆ สิคะ คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือ... เราเคย..." พิมพ์ชนกพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ ธน์ลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าแสดงความอึดอัดใจอย่างเสแสร้ง "ขอโทษด้วยนะครับคุณพิมพ์ชนก ดูเหมือนคุณจะจำคนผิดเสียแล้วล่ะครับ คุณกรณ์เขามีภารกิจสำคัญ และเราไม่สะดวกให้ใครมารบกวนเวลาทำงาน... เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะครับ จะเป็นการดีที่สุด" ธน์จงใจเน้นคำว่า "จำคนผิด" เพื่อตอกย้ำความเจ็บปวด และสร้างกำแพงกั้นระหว่างเธอกับกรณ์ให้หนาขึ้นไปอีก พิมพ์ชนกหันไปมองหน้าธน์แวบหนึ่ง เธอรู้ทันทีว่านี่คือแผนการ นี่คือเกมที่ธน์เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง การสูญเสียความทรงจำของกรณ์... อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอเคยคิดไว้แต่แรก แต่ก่อนที่พิมพ์ชนกจะได้เอ่ยปากโต้แย้งอะไร กรณ์ก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีความเย็นชาออกมาจนน่ากลัว เขามองพิมพ์ชนกด้วยสายตาที่ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง "ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องงาน... ผมขอตัวนะครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาเสียเวลาอันมีค่ากับเรื่องไร้สาระ" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึกใดๆ เจือปน ก่อนจะหันไปผงกศีรษะให้ธน์ "เราไปคุยกันต่อที่ห้องประชุมอื่นดีกว่าครับธน์ ที่นี่เสียงดังเกินไป" "ครับคุณกรณ์ เชิญครับ" ธน์ยิ้มเยาะส่งท้ายให้พิมพ์ชนก ก่อนจะเดินตามกรณ์ออกไปอย่างผู้ชนะ พิมพ์ชนกยืนเคว้งคว้างอยู่กลางคาเฟ่ สายตาของคนรอบข้างที่มองมาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดเท่ากับแผ่นหลังกว้างของกรณ์ที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปทุกทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอบ้างเลย ความรู้สึกผิดหวัง ความโกรธแค้น และความเคว้งคว้างผสมปนเปกันอยู่ในอก มือบางยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังปวดหนึบราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอจะไม่ยอมแพ้... หากกรณ์ถูกลบความทรงจำจริง เธอก็จะใช้หัวใจของเธอรื้อฟื้นมันขึ้นมาใหม่ให้ได้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง เธอหันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากคาเฟ่แห่งนั้นเพื่อตามหาความจริงเบื้องหลังความว่างเปล่าของกรณ์ ทว่า... ในวินาทีที่เธอผลักประตูบานกระจกออกไปสู่ความหนาวเย็นด้านนอก เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทก็ดังขึ้น แสงไฟหน้าจอวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของยามเย็น พิมพ์ชนกหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่ยังสั่นเทา ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ *[อยากรู้ความจริงไหมว่าทำไมกรณ์ถึงจำคุณไม่ได้... มาที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ ไม่อย่างนั้น คุณจะไม่มีวันได้กรณ์คนเดิมกลับคืนมาอีกตลอดกาล]* ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ หัวใจที่เพิ่งตั้งสติได้กลับเต้นรัวระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหวาดระแวงและตื่นตระหนก บนเส้นด้ายแห่งความจริงที่กำลังจะขาดสะบั้นนี้ มีใครบางคนกำลังดึงเธอเข้าสู่เกมมรณะที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งกาลเวลานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%