เสียงยางรถยนต์กรีดร้องแหลมสูงเสียดแทงประสาทสัมผัส ราวกับเสียงกรีดร้องของความตายที่พยายามทวงคืนสิทธิ์ของมัน กลิ่นไหม้ของยางมะตอยและผ้าเบรกคละคลุ้งปะปนกับไอฝนที่เพิ่งซาลงบนถนนสายเปลี่ยว ก้านนิ้วเรียวของพิมพ์ชนกกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อภาพรถบรรทุกสิบล้อที่พุ่งสวนเลนมาด้วยความเร็วสูงสะท้อนอยู่ในกระจกมองข้าง—มันคือองศาเดียวกัน มุมเดียวกัน และความรู้สึกมรณะแบบเดียวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาแรมปี
"ระวัง!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับมือหนาของกรณ์ที่ตะปบลงบนพวงมาลัยและหักเลี้ยวหลบอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงกระชากร่างของทั้งคู่ให้โคลงเคลงไปตามแรงเหวี่ยง รถเก๋งคันสีดำพุ่งไถลไปชนเข้ากับปูนแบริเออร์ข้างทางอย่างจัง เสียงโลหะบด1ขยี้กับแท่งปูนดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้ถุงลมนิรกรเบーフพองตัวออกมาทันท่วงที บดบังทัศนียภาพเบื้องหน้าไว้ในพริบตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงคำรามแผ่วเบาและกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยกรุ่น
กรณ์หอบหายใจหนักหน่วง หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา เหตุการณ์นี้... มันซ้อนทับกับอุบัติเหตุในอดีตอย่างไร้ที่ติ ราวกับโชคชะตาจงใจเขียนบทละครซ้ำเพื่อเยาะเย้ยความพยายามของเขา
"พิมพ์... คุณเป็นอย่างไรบ้าง?" กรณ์หันไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยความร้อนรน น้ำเสียงที่เคยสุขุมเยือกเย็นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์ชนกยังคงนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาเหม่อลอยไร้โฟกัส ริมฝีปากสั่นระริก ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวก้อนน้ำแข็ง เธอกะพริบตาช้าๆ ราวกับคนเพิ่งหลุดพ้นจากภวังค์มรณะ ก่อนที่หยาดน้ำตาจะร่วงเผาะลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน
"มัน... มันเหมือนเดิมเลยค่ะ—เอ๊ย... ครับ" พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มันเหมือนกับวันนั้น... วันที่ฉันเกือบตาย... ทำไมมันต้องเกิดขึ้นอีก"
กรณ์เอื้อมมือไปกุมมืออันสั่นเทาของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือ แม้ว่าในใจของเขาเองกำลังปั่นป่วนราวกับมีพายุโหมกระหน่ำ ภาพอดีตที่เขาเคยสูญเสียคนรักไปในอุบัติเหตุทำนองนี้ผุดวาบขึ้นมาในหัว ซ้ำเติมแผลเป็นในใจที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด
*เขาปกป้องใครไม่ได้เลยจริงๆ หรือ?* ความคิดด้านลบกัดกินจิตใจของสถาปนิกหนุ่ม เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของพิมพ์ชนก หลีกเลี่ยงทุกจุดเสี่ยง ปรับเปลี่ยนตารางเวลา แมกระทั่งเลือกเส้นทางกลับบ้านเส้นนี้ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่ทว่า... ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบิดเบือนกฎเกณฑ์ของกาลเวลา ดึงรั้งพวกเขาให้กลับมาสู่จุดจบเดิมพันด้วยชีวิต
"คุณปลอดภัยแล้วพิมพ์ ไม่มีอะไรต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจ ทั้งที่ภายในอกของเขารู้สึกเคว้งคว้างอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจมดิ่งอยู่กับความตื่นตระหนกและแรงกดดันรอบตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็แผדเสียงแหลมขึ้นทำลายความเงียบ กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อของ "ธนณ์" หุ้นส่วนคนสนิท
เขากดรับสายด้วยความลังเล
"กรณ์ นายอยู่ที่ไหนวะ?" เสียงของธนณ์ลอดผ่านลำโพงมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนผิดปกติ ราวกับกำลังกระวนกระวายใจบางอย่าง "ฉันโทรหาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ไซต์งาน... เอаเถอะ นายรีบกลับมาด่วนเลย มีคนพยายามรื้อค้นห้องทำงานของนาย เอกสารโปรเจกต์สำคัญหายไป!"
กรณ์นิ่งงัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เหตุการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อครู่ กับเหตุการณ์ที่สำนักงานในเวลาไล่เลี่ยกัน มันบังเอิญเกินไป... หรือนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่แรก?
เขาวางสายช้าๆ หันกลับมามองพิมพ์ชนกที่เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้บ้างแล้ว แต่แววตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงต่อโลกใบนี้
"มีอะไรเหรอคะกรณ์?" พิมพ์ชนกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานที่บริษัท" กรณ์โกหกเพื่อไม่ให้เธอต้องกังวลเพิ่มขึ้นอีก แต่ในใจกลับครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเขากันแน่ หรือการที่เขาพยายามฝืนลิขิตฟ้า กำลังทำให้เงาแห่งอดีตยิ่งไล่ล่าพวกเขาดุเดือดขึ้น
กรณ์สตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึมครึมและเต็มไปด้วยความอึดอัด รถยนต์เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ยาวนาน
แต่ทว่า... ขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่เขตตัวเมือง สายตาของกรณ์ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนหลบอยู่ใต้แสงไฟสลัวริมถนน ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยฮู้ด และที่สำคัญที่สุด... ในมือของบุคคลปริศนากล้องถ่ายรูปกำลังเล็งตรงมาที่รถของพวกเขา แสงแฟลชวابขึ้นวับหนึ่งราวกับสัญญาณเตือนภัย
กรณ์เหยียบเบรกกะทันหันอีกครั้ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... อันตรายไม่ได้อยู่แค่บนท้องถนนเบื้องหน้า แต่มันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวพวกเขาทุกที และคนที่อยู่เบื้องหลังอาจไม่ใช่แค่ "โชคชะตา" หากแต่เป็น "มนุษย์" ที่จงใจชักใยเกมนี้อยู่เบื้องหลัง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในบทนี้นะครับ
ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 32
อุบัติเหตุบนท้องถนน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!