กลิ่นควันจางๆ ลอยอวลอยู่ในความทรงจำเสมอ แต่นี่ไม่ใช่... นี่คือกลิ่นไหม้ของคราบเขม่าที่กำลังกัดกินเนื้อไม้จริง เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะราวกับกระดูกที่หักทลายดังขึ้นจากชั้นล่างของคฤหาสน์เก่า ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกย้อมด้วยสีส้มวาบวับของเปลวเพลิง กรณ์สะดุ้งตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์แห่งกาลเวลา หัวใจของเขากระหน่ำเต้นรัวระคนหวาดผวา ความจริงอันโหดร้ายไม่ได้รอให้เขาตั้งตัว มันพุ่งทะยานเข้ามาเร็วกว่าที่โชคชะตาเคยขีดเส้นเอาไว้
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องนอนโบราณที่คุ้นเคย แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้ กลิ่นไหม้ของน้ำมันก๊าดและควันไฟฉุนกึกจนแสบจมูก สมองของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่ความฝัน และนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ควรจะเกิดขึ้นในคืนนี้ตามบันทึกที่เขาเคยล่วงรู้
*มันเร็วขึ้น... ทุกอย่างถูกเร่งเวลาให้เร็วขึ้นเพราะการแทรกแซงของเขาเอง*
กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึกในอกกลับมาแผดเผายิ่งกว่าเปลวไฟเบื้องล่าง เขาไม่อาจปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมได้อีกเด็ดขาด พิมพ์ชนกจะต้องไม่ตายในกองเพลิงนี้เหมือนในอดีตที่เขาเคยสูญเสียเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ
เขาลุกพรวดจากเตียง สองเท้าก้าวไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออก ความร้อนระอุระลอกใหญ่พัดปะทะใบหน้าทันที ไอควันสีเทาทึบหนาแน่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามทางเดินมืดทึบ เสียงฝีเท้าก้าววิ่งอย่างลิบลับจากปลายทางเดินเรียกสติของเขาให้ตื่นตัว
"ใครอยู่ตรงนั้น!" กรณ์ตะโกนถาม เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางเสียงคำรามของเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำกินพื้นที่ชั้นล่าง
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่ไหววูบหายไปตรงมุมบันได เงาร่างที่คุ้นตาจนน่าใจหาย ร่างของคนที่ควรจะยืนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อนสนิทและหุ้นส่วน... ธนส ์
กรณ์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาวิฝ่าความร้อนและควันหนาทึบมุ่งหน้าไปยังห้องสตูดิโอของพิมพ์ชนก ซึ่งตั้งอยู่ีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ มือหนาทุบลงบนบานประตูไม้หนักอึ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"พิมพ์! พิมพ์ชนก! ตื่นขึ้นมา!" เขาตะโกนเรียกสุดเสียง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากด้านใน
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป กรณ์ถอยหลังสองก้าวแล้วใช้หัวไหล่กระแทกเข้าใส่บานประตูอย่างเต็มแรง เสียงไม้ลั่นสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้บานพับหลุดกระเด็น เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกุด
ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบ พิมพ์ชนกนอนหมดสติอยู่บนพื้นพรมใกล้กับโต๊ะทำงาน ร่างบางไร้การ
เคลื่อนไหว ท่ามกลางประกายไฟที่ลามเลียผ้าม่านผืนใหญ่จนลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว
กรณ์พุ่งเข้าไปหาร่างนั้นทันที เขารวบตัวพิมพ์ชนกขึ้นแนบอก ความเย็นเฉียบของร่างกายเธอตัดกับความร้อนระอุรอบกายอย่างสิ้นเชิง เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบาจนน่าใจหาย
"ผมมาแล้ว... พิมพ์ คุณต้องไม่เป็นไรนะ" เขากระซิบข้างใบหูเธอ แม้เสียงนั้นจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่เข้มข้นที่สุดในชีวิต
ขณะที่กรณ์กำลังจะอุ้มเธ่ออกจากห้อง ประตูทางเข้าห้องก็ถูกบล็อกด้วยกำแพงไฟสีส้มแดงที่โหมกระหน่ำปิดกั้นเส้นทางหนีไฟเดียวที่มีอยู่ อากาศเริ่มเบาบางลงทุกที ความร้อนแผดเผาผิวเนื้อจนแสบร้อน สติของกรณ์เริ่มพร่ามัว แต่แววตาของเขากลับแน่วแน่ เขาวางร่างของพิมพ์ชนกลงพิงกับผนังห้องที่ยังปลอดภัย ก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตนเองออกแล้วชุบน้ำจากแจกันดอกไม้มาคลุมศีรษะและใบหน้าให้เธอ
นี่คือบททดสอบของโชคชะตา... บททดสอบที่เขาต้องเดิมพันด้วยลมหายใจ
กรณ์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ความตั้งใจที่จะปกป้องคนที่เขารักถูกจุดประกายขึ้นในอก รุนแรงและแผดเผายิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์ตรงหน้า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่แทรกผ่านเสียงเปลวไฟลั่นเปรี๊ยะ
"นายไม่มีทางหนีพ้นหรอก กรณ์... ทุกอย่างมันจบลงแล้ว"
กรณ์ชะงัก หันขวับกลับไปมองผ่านกลุ่มควันหนาทึบ ร่างของชายผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ตรงกรอบประตูที่พังทลาย แววตาคู่นั้นสะท้อนแสงสีแดงเพลิง เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและความแค้นที่ถูกเก็บงำมาเนิ่นนาน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 37
ไฟบรรลัยกัลป์
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!