เสียงฟ้าร้องคำรามก้องราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง แสงสีฟ้าวาบจากสายฟ้าที่ผ่าลงมาใกล้ไซต์งาน ทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าสูงตระหง่านสะท้อนเงาทะมึนน่ากลัวในความมืดมิด เม็ดฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่งจนเสียงคำรามของธรรมชาติกลบเสียงทุกอย่างรอบตัว
"เราออกไปตอนนี้ไม่ได้หรอกครับกรณ์ ทางลงด้านหน้าดินถล่มลงมาปิดทางออกหมดแล้ว"
เสียงของพิมพ์ชนกดังแข่งกับเสียงพายุ เธอยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่ไม่ห่างจากตัวเขา ในมือเรียวบางถือไฟฉายด้ามเล็กที่แสงเริ่มกะพริบใกล้หมดพลังงาน ร่างของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของสายฝนที่สาดส่องเข้ามาตามช่องลม แต่เป็นเพราะความตึงเครียดที่กดทับบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองให้แคบลงเรื่อย ๆ
กรณ์ถอนหายใจยาว แว่นตาของเขาฝ้าัวจนต้องถอดออกแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดอย่างใจเย็น แม้ภายนอกเขาจะพยายามรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็นตามวิสัยของสถาปนิกผู้ผ่านงานใหญ่มานับไม่ถ้วน แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้ การติดอยู่กับผู้หญิงคนนี้... คนที่เป็นดั่งเงาสะท้อนของอดีตและปริศนาที่เขาไขไม่ตก ในสถานที่ปิดตายท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ คือบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดสำหรับความตั้งใจที่จะเว้นระยะห่างของเขา
"คุณหนาวไหมครับพิมพ์" กรณ์เอ่ยถาม น้ำนิ่งสนิทแต่แฝงความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ลึก
"นิดหน่อยค่ะ... เอ๊ย... นิดหน่อยครับ" พิมพ์ชนกเผลออุทานออกมาด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาท่ามกลางความตึงเครียด "ฉันหมายถึง... ฉันไม่เป็นไรค่ะ... ให้ตายสิ ฉันติดนิสัยพูดแบบนั้นไปเสียแล้ว"
กรณ์อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบาง ๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่สะท้อนความจริงใจ เขาเดินเข้าไปใกล้เธออีกนิด ถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวเนื้อหนาของตนออกแล้วคลุมไหล่ให้หญิงสาวอย่างเบามือ
สัมผัสจากปลายนิ้วที่เฉียดโดนหัวไหล่ของเธอทำให้พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาในความมืด มีเพียงแสงเรืองรองจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ ๆ ช่วยฉายให้เห็นเค้าโครงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกซับซ้อน
"ขอบคุณนะคะกรณ์... ขอบคุณครับ" เธอย้ำคำพูดอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ "ฉันชักจะสับสนตัวเองแล้วว่าตัวตนไหนคือความจริงกันแน่"
"ทุกความรู้สึกที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือความจริงครับพิมพ์" กรณ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "เช่นเดียวกับความจริงที่ว่า... ธนณ์กำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากเราทั้งคู่"
ชื่อของธนณ์ทำให้บรรยากาศในห้องโถงกว้างของไซต์งานดิ่งลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลอยสายตาหลบไปทางอื่น มือบางกำชายเสื้อแจ็คเก็ตของกรณ์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"คุณสงสัยเขาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ... เอ๊ย... ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ" เธอยอมรับว่าความสับสนเรื่องกาลเวลาและเหตุการณ์ที่ทับซ้อนทำให้เธอเผลอตัวอยู่บ่อยครั้ง
"ตั้งแต่วันที่แบบแปลนชุดนี้ถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่โดยไม่มีลายเซ็นของผม" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สายลมพัดผ่าน กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ป่าที่ติดตัวพิมพ์ชนกมาตลอด ผสมผสานกับกลิ่นอายฝนและกลิ่นปูนใหม่ ทำให้สติของสถาปนิกหนุ่มเริ่มพร่าเลือน "ธนณ์ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจอย่างที่เขาแสดงออกห่าง พิมพ์... มีบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ในอดีต อดีตที่เราสองคน... อาจจะเคยเกี่ยวพันกันมากกว่าที่คุณคิด"
พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทำให้หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งกว่าเสียงพายุฝนด้านนอกเสียอีก ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้สร้างความอึดอัด แต่มันกลับดึงดูดพวกเขาเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล
"กรณ์..." เธอครางชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบแข่งกับสายฝน
กรณ์ไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ มือหนาเอื้อมไปประคองใบหน้าเนียนนุ่มของเธอไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกล็ดไล้เบา ๆ ที่พวงแก้มเนียนที่เย็นเฉียบ รอยแผลเป็นในใจที่เขาพยายามแบกรับมาตลอดหลายปี คล้ายจะถูกเยียวยาด้วยความอบอุ่นจากหญิงสาวตรงหน้า สายตาของเขาลึกซึ้งและร้อนแรงจนพิมพ์ชนกไม่อาจเบือนหนี
ไม่มีคำพูดใด ๆ เล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และริมฝีปากที่ค่อย ๆ
เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้า ๆ ท่ามกลางโลกที่ราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแนบชิดกัน เสียงโลหะหนักกระทบกันอย่างรุนแรงจากชั้นล่างก็ดัง "เคร้ง!" ขึ้นตัดผ่านความเงียบ
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ กรณ์คว้าท่อเหล็กใกล้ตัวขึ้นมาถือไว้ในมือทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและระแวดระวัง เขาดึงพิมพ์ชนกมาหลบไว้ข้างหลัง
ฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่กำลังเดินขึ้นบันไดวนทีละขั้น เสียงรองเท้าบูทกระทบปูนดังสะท้อนก้องในความมืด และไม่มีใครควรอยู่ที่นี่ในยามวิกาลท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองแบบนี้
เงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ขอบประตู พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องตรงมาที่พวกเขา กรณ์หรี่ตาพยายามมองผ่านแสงจ้า ทันใดนั้น หัวใจของเขาก็หล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อฮู้ดกันฝนสีดำสนิท
"ไม่นึกเลยนะครับว่าจะได้เจอพวกคุณสองคนมาสวีตกันในที่อับอากาศแบบนี้... กรณ์, พิมพ์"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทาย พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากของคนที่ยืนขวางทางออกสุดท้ายเอาไว้ทั้งหมด
ฟีนิกซ์สีทอง
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ)
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 24
ค่ำคืนพายุคะนอง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!