"ถ้าเอกสารนี้หลุดออกไป นายก็รู้ใช่ไหมว่าธน... ว่าใครจะพังบ้าง"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่นิ่งสนิทของอดีตผู้ตรวจสอบบัญชีอาวุโสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าชายชราผู้นั้นจะจากห้องทำงานเก่าคร่ำครึแห่งนี้ไปนานกว่าสัปดาห์แล้วก็ตาม
กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าตู้เซฟฝาผนังที่ถูกอำพรางไว้หลังภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์อันเงียบเหงา กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ถูกกักเก็บไว้ข้ามทศวรรษลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็นเพราะความจริงอันหนักอึ้งที่กำลังวางอยู่ตรงหน้า
แฟ้มหนังสีน้ำตาลเข้มที่เขากำลังถืออยู่มีน้ำหนักราวกับมันบรรจุชีวิตของคนนับร้อยเอาไว้
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ในช่วงเวลาที่บริษัทสถาปัตยกรรมของพวกเขากำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด กรณ์เคยเชื่อสนิทใจว่าความสำเร็จนั้นมาจากหยาดเหงื่อและมันสมองของเขากับธน์ เพื่อนรักที่ร่วมก่อร่างสร้างตัวกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ธน์คือคนที่คอยตบไหล่ให้กำลังใจในวันที่โครงการใหญ่หลุดลอย ธน์คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในค่ำคืนอันยาวนานของการทำงานข้ามคืน ใครเล่าจะคาดคิดว่าเบื้องหลังสูทตัดเข้ารูปอันภูมิฐานและท่าทีที่อบอุ่นดั่งสุภาพบุรุษ จะซ่อนรอยแผลเป็นแห่งความโลภที่กัดกินรากฐานของบริษัทจนผุกร่อนจากภายใน
กรณ์ค่อยๆ เปิดแฟ้มออก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบลงบนแผ่นกระดาษA4ที่เหลืองกรอบตามกาลเวลา ลายเซ็นต์ที่ปรากฏอยู่มุมล่างของเอกสารการโอนเงินออกนอกประเทศนั้นชัดเจนเสียจนเขาแทบไม่ต้องเพ่งมอง
ชื่อของธน์... ปรากฏหราในฐานะผู้รับประโยชน์สูงสุดจากบัญชีลับที่ถูกโยกย้ายถ่ายเทในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเสียชีวิตอย่างปริศนาของผู้อำนวยการฝ่ายการเงินคนก่อน
ดวงตาคมกริบของกรณ์หรี่ลงเล็กน้อย ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่ธน์เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด แจ้งข่าวการยักยอกเงินและพยายามโยนความผิดให้พนักงานระดับล่าง วันนั้น... กรณ์เคยโอบกอดปลอบใจเพื่อนรักด้วยซ้ำ เขากลับเป็นฝ่ายรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่ในระบบบัญชี จนกระทั่งพิมพ์ชนก จิตรกรสาวผู้มีสายตาช่างสังเกต เคยเปรยขึ้นมาลอยๆ ในคืนหนึ่งว่า
*"บางครั้ง คนที่เราคิดว่ารู้จักดีที่สุด... อาจจะเป็นคนแปลกหน้าที่น่ากลัวที่สุดก็ได้นะกรณ์"*
เสียงของพิมพ์ชนกในวันนั้นสะท้อนก้องขึ้นมาในความเงียบ กรณ์เพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า หญิงสาวไม่ได้เพียงแค่พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของธน์ แต่เธอกำลังพยายามเตือนเขาถึงเงาบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายชีวิตของพวกเขา
ในแฟ้มฉบับนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่หลักฐานการทุจริตทางการเงิน แต่มันยังมีสำเนาบันทึกข้อตกลงลับระหว่างธน์กับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์คู่แข่ง ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินแปลงประวัติศาสตร์ในคดีที่พ่อของพิมพ์ชนกเคยถูกใส่ร้ายจนต้องตรอมใจตาย
ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ทุกชิ้นที่กระจัดกระจาย ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในคืนนี้ ธน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่หุ้นส่วนผู้ทะเยอทะยาน แต่คือผู้สร้างภาพลวงตาที่ทำให้ชีวิตของคนรอบตัวพังทลายลงทีละน้อย เพื่อแลกกับอำนาจและความมั่งคั่งบนคราบน้ำตาของผู้อื่น
กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิตกำลังถูกทดสอบด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงัน เขากำลังจะปิดแฟ้มลงเพื่อเก็บหลักฐานชิ้นเอกนี้ไว้เตรียมเผด็จศึกในวันประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่สัปดาห์หน้า ทว่า... เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกกลับทำให้ลมหายใจของเขาชะงักงัน
*กริ๊บ... เสียงลูกบิดประตูห้องทำงานถูกหมุนอย่างระมัดระวัง*
ไม่มีการเคาะ ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น แสงไฟนีออนจากทางเดินลอดผ่านรอยแผละของบานประตูที่ค่อยๆ ถูกดันเปิดออกอย่างช้าๆ เงาร่างสูงโปร่งทอดตัวยาวเข้ามาบนพื้นพรมราคาแพง กรณ์เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับหัวใจที่กระโจนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
ในความสลัวของห้อง ธน์ยืนยิ้มอยู่ที่กรอบประตู รอยยิ้มนั้นไม่ได้อบอุ่นหรือเป็นมิตรเช่นเคย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อติดกับดัก
"กำลังหาอะไรอยู่หรือครับเพื่อนรัก... ดูท่าทางนายจะเจอของถูกใจเข้าให้แล้วสินะ"
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ)
- ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 25
หลักฐานชิ้นเอก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!