รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 23

ความทรงจำที่เลือนหาย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
จอกาแฟเซรามิกสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานสั่นไหวเล็กน้อย ตามแรงสั่นสะเทือนจากปลายนิ้วที่พยายามกดลงบนแป้นพิมพ์เพื่อร่างเส้นสายแปลนอาคาร แต่ทว่า สติสัมปชัญญะของกรณ์กลับพร่าเลือนราวกับภาพถ่ายฟิล์มกระจกที่ถูกทิ้งตากแดดจนสีซีดจาง "กรณ์ นายคำนวณโครงสร้างตรงจุดนี้ผิดไปหรือเปล่า ปกติแกไม่เคยพลาดเรื่องการรับน้ำหนักของคานเหล็กคู่นี้นี่นา" เสียงทุ้มต่ำของธนีย์ดังขึ้น พร้อมกับเอกสารโครงการที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า กรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววเฉียบคมของผู้บริหารและสถาปนิกแถวหน้า กลับมีความว่างเปล่าฉาบอยู่เบื้องลึก เขากวาดสายตามองหน้าเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ใบหน้านั้นคุ้นเคย แต่ชื่อของเจ้าตัวกลับติดอยู่ริมฝีปาก ราวกับก้อนกรวดแหลมคมที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กรณ์นิ่งงั้นไปหลายวินาที หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันสุขุม เขาพยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับอีกฝ่าย ทั้งวันรับปริญญา โปรเจกต์แรกที่ร่วมทำด้วยกัน หรือแม้แต่เรื่องราวเมื่อวานนี้ แต่มันกลับว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวในหัวที่ดังขึ้นทุกขณะ อาการข้างเคียงจากการฝ่าฝืนเส้นทางแห่งกาลเวลากำลังกัดกินตัวตนของเขาจากภายในสู่ภายนอก "อ๋อ... ผมคงพักผ่อนน้อยไปหน่อยน่ะครับ ธนีย์" กรณ์เลือกใช้คำสรรพนามและน้ำเสียงที่สุภาพกลบเกลื่อนความผิดปกติ ขณะที่ธนีย์หรี่ตามองด้วยความเคลือบแคลง ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนธุรกิจหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่ซ่อนความริษยามาเนิ่นนานฉายประกายความได้เปรียบอย่างปิดไม่มิด "พักผ่อนน้อย? หรือว่าแกกำลังกังวลเรื่องพิมพ์ชนกันแน่... หึ สถาปนิกผู้เพียบพร้อมอย่างกรณ์ กำลังสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเองสินะ" ธนีย์เอ่ยกระซิบ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันที่บาดลึก เมื่อได้ยินชื่อของพิมพ์ชนก หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ ภาพรอยยิ้มอันสดใสที่แฝงความเศร้าของจิตรกรสาวผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอย่างชัดเจน อย่างน้อย... เขายยังไม่ลืมเธอ ผู้หญิงที่เป็นเหตุผลเดียวในการเดิมพันกับกาลเวลาอันบ้าคลั่งนี้ แต่ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินขั้วหัวใจ หากแม้แต่เพื่อนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา เขายังลืมชื่อและใบหน้าได้ แล้วอีกนานแค่ไหน... ที่เขาจะลืมแม้กระทั่งเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต กรณ์เบือนสายตาออกไปนอกกระจกหน้าต่างสำนักงาน เบื้องล่างคือมหานครอันเร่งรีบ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นเมฆฝนกำลังก่อตัว ความหนاتึบของกาลเวลาแผ่ขยายกดทับจนแทบหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นกุมขมับ อาการปวดแปลบพุ่งพล่านราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงสมอง ภาพความทรงจำในอดีตซ้อนทับกับปัจจุบันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง สิ่งใดคือภาพลวงตาที่ถูกกาลเวลาบิดเบือน ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรีศิลปะ พิมพ์ชนกกำลังตวัดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ สีน้ำมันสีแดงเข้มถูกป้ายลงไปอย่างไร้ทิศทางจนดูคล้ายหยดเลือด บนโต๊ะข้างกายมีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งวางอยู่ หน้ากระดาษด้านในปรากฏข้อความด้วยลายมือของกรณ์ที่เขียนเตือนสติไว้ว่า — *'อย่าเชื่อใจธนีย์ และจำไว้ว่าเราเหลือเวลาอีกไม่มาก'* จิตรกรสาวหยุดมือ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความกังวล เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวกรณ์ เมื่อวานนี้ตอนที่เขามาหา สายตาที่เขามองเธอมันว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้าชั่วขณะหนึ่ง ราวกับว่าตัวตนของเธอในความทรงจำของเขากกำลังเลือนหายไปตามกาลเวลาที่แปรผัน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดคราด พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อย หยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก แต่เมื่อเธอกดรับ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังลอดเข้ามา "พิมพ์ชนก... ผมเองนะ" เสียงของกรณ์แหบพร่าและขาดห้วง "ผม... ผมจำชื่อถนนที่เราเคยเดินด้วยกันไม่ได้แล้ว..." คำพูดนั้นทำให้เลือดในกายของพิมพ์ชนกเย็นเฉียบ เธอลุกพรวดจากเก้าอี้จนมันล้มคว่ำลงกับพื้น เสียงผู้คนในร้านหันมามอง แต่เธอไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป ความตระหนกเข้าเกาะกุมจิตใจเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายที่แท้จริงไม่ใช่ธนีย์ผู้จอมปลอม แต่เป็นตัวกาลเวลาเองที่กำลังลบเลือนกรณ์ไปจากโลกใบนี้ทีละน้อย "คุณกรณ์ อยู่ที่ไหนคะ! อย่าเพิ่งไปไหน รอฉันตรงนั้น!" พิมพ์ชนกตะโกนใส่โทรศัพท์ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัว "พิมพ์..." เสียงของกรณ์ขาดหายไปพร้อมกับเสียงสัญญาณตัดสายที่ดังติ๊ด... พิมพ์ชนกยืนนิ่งค้างกลางร้านกาแฟ ลมหายใจสะดุดติดขัด ทันรดนั้นเอง ประตูร้านศิลปะก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลม พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในความเงียบงัน ชายสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซีกเงาสลัวจากยามเย็นบังไว้ กลิ่นอายอันคุ้นเคยแต่ชวนให้ขนลุกเกรียวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ตามหาเขาอยู่หรือครับ... คุณจิตรกร" บุคคลปริศนาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นนาฬิกาพกโบราณเรือนหนึ่งมาตรงหน้า ซึ่งเข็มนาฬิกานั้นกำลังหมุนทวนเข็มอย่างบ้าคลั่ง และหยุดลงที่เที่ยงคืนตรงพอดี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%