รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 30

ความสุขชั่วคราว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
คราบเขม่าควันจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนยังคงเจือจางอยู่ในความรู้สึก แต่วันนี้ กลิ่นอายของความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันน่าประหลาด ภายในห้องสตูดิโอส่วนตัวของพิมพ์ชนก แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบผืนผ้าใบสีขาวที่เพิ่งถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยของสีน้ำมัน กรณ์นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง สายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มองสำรวจโครงสร้างสถาปัตยกรรมเหมือนเช่นเคย แต่กลับทอดมองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวที่กำลังยืนถือพู่กันนิ่งค้างอยู่หน้าขาตั้งภาพ ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน นับตั้งแต่ผ่านขอบเหวแห่งความเป็นความตายมาด้วยกันเมื่อวานนี้ กำแพงในใจที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองดูเหมือนจะพังทลายลง เหลือเพียงความเปราะบางและจริงใจที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "คุณไม่ได้แตะกาแฟเลยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลายความเงียบ กรณ์ขยับตัวเล็กน้อย ปล่อยให้ไหล่พิงพนักโซฟา สายตายังคงไม่ละไปจากเธอ พิมพ์ชนกวางพู่กันลงในกระป๋องล้างพู่กัน ช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่มีความเศร้าเจือปนอยู่เลยอย่างที่เคยเป็น "ฉันแค่กำลังคิดว่า... บางทีความสงบสุขที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ อาจเป็นแค่ภาพลวงตาก็ได้นะคะ—เอ่อ หมายถึง... นะครับ" เธอแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ลอดออกมาจากลำคอ กรณ์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่มอบให้เฉพาะผู้หญิงคนนี้ "คุณระวังตัวเกินไปแล้วครับ พิมพ์ชนก... ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้" "ใครเกร็งกันคะ... ครับ" พิมพ์ชนกถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้โซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาตรงๆ "ฉันแค่วิตก... ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก กรณ์ คุณจำความรู้สึกตอนที่เราติดอยู่ในตึกนั้นได้ไหมคะ? ตอนนั้น... ฉันคิดว่าถ้าเราไม่รอดออกไป ฉันคงไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกบางอย่างกับคุณ" หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตที่เคยสูญเสียคนรักซ้อนทับเข้ามาในเสี้ยววินาที แต่เสียงใสๆ และแววตาจริงใจของพิมพ์ชนกก็ดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน ปมความรู้สึกผิดในอกคลายตัวลงทีละน้อย กรณ์เอื้อมมือหนาออกไป วางทับลงบนหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสแผ่วเบาแต่หนักแน่น "ผมจำได้ดีครับ..." กรณ์เอ่ยเสียงนุ่ม ลึกล้ำ ชวนให้คนฟังใจสั่น "และผมก็ไม่อยากปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปอีกเป็นครั้งที่สอง... พิมพ์ชนกครับ นับจากวินาทีนี้ไป ให้ผมได้ทำหน้าที่ดูแลและปกป้องคุณ ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ได้ไหมครับ" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังสะท้อนก้องในห้องสี่เหลี่ยม พิมพ์ชนกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาไหวระริกด้วยความตื้นตัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาถึงหัวใจที่เคยหนצוเหน็บมานานนับปี เธอกะพริบตาไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมา ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่กรณ์เคยเห็นมา "ค่ะ... อืม... ครับ ฉันตกลงค่ะ—ตกลงครับ" เสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่ประสานกันในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขชั่วคราว ความสุขที่พวกเขารู้ดีว่าอาจเปราะบางท่ามกลางพายุร้ายที่ยังซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่ในวินาทีนี้ กรณ์ดึงมือเธอเข้าหาตัวเบาๆ ให้พิมพ์ชนกขยับมานั่งเคียงข้างบนโซฟาตัวเดียวกัน ศีรษะเล็กเอนซบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างไว้วางใจ กรณ์โอบกอดร่างบางไว้แนบกาย สัมผัสถึงลมหายใจเข้าออกที่สอดประสานกันอย่างลงตัว เป็นความเงียบสงบที่ทั้งคู่ต่างโหยหามาเนิ่นนาน ทว่า... ความสุขมักมีราคาที่ต้องจ่าย และมักคงอยู่สั้นกว่าที่ใจปรารถนา ในขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและเปี่ยมไปด้วยความหมาย เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านสตูดิโอ (Studio) กลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน—สามครั้งหนักๆ และไร้ซึ่งมารยาท ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากอ้อมแขนของกรณ์ทันทีด้วยความตกใจ กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและระแวดระวังในชั่วพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของหญิงไว้ด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้านที่ถูกปิดล็อกสนิท ผ่านกระจกใสตลอดแนว เงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมัวของยามเย็น แสงไฟสลัวจากถนนสะท้อนใบหน้าครึ่งซีกของแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ รอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและชัยชนะปรากฏเด่นชัด ธน ์... เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนผู้ทรยศ ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือข้างหนึ่ง พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังคงสว่างวาบ แสดงภาพวงจรปิดภายในห้องสตูดิโอแห่งนี้... ภาพขณะที่เขากำลังโอบกอดพิมพ์ชนกเมื่อครู่ ธน์ยกมือขึ้นเคาะกระจกอีกครั้ง พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับพูดไร้เสียงผ่านกระจกใสเข้ามาหาคนทั้งคู่... *"ยินดีด้วยนะ... กับความสุขชั่วคราวของคุณสองคน"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%