เสียงเอกสารปึกใหญ่ที่กระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของบอร์ดบริหารทั้งเจ็ดชีวิตในห้องประชุมใหญ่ กรณ์ยืนนิ่งสงบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนไว้ในฝัก ทอดมองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ธน
"นี่มันหมายความว่าอะไรครับกรณ์..." ธนพยายามฝืนยิ้ม กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับจนเห็นได้ชัด มือที่ประสานกันบนตักสั่นระริกเล็กน้อย "คุณเอาเอกสารบ้าอะไรมาโยนใส่หน้าผมกลางที่ประชุม... บอร์ดบริหารกำลังเข้าใจผมผิดนะครับ"
"เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือครับ ธน" กรณ์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วกระดูก เขาค่อยๆ เลื่อนสายตาไปยังแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่มีตราประทับลับสุดยอดของบริษัท ก่อนจะกวาดสายตามองหน้ากรรมการผู้ทรงเกียรติทีละคนอย่างช้าๆ "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมยอมรับในความสามารถของคุณ ให้เกียรติคุณในฐานะเพื่อนสนิท และไว้ใจให้คุณดูแลโครงการสำคัญทุกโปรเจกต์... แต่ดูเหมือนว่า ความไว้ใจของผม จะกลายเป็นช่องทางให้คุณใช้สูบเลือดสูบเนื้อบริษัทไปทีละน้อย"
"คุณกำลังกล่าวหาผม!" ธนตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและตื่นกลัว "กรณ์! อย่าคิดว่าคุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วจะใช้อำนาจปรักปรำใครก็ได้นะ! ผมทำงานให้บริษัทนี้มาเหนื่อยยากแค่ไหน ทุกคนในที่นี้รู้ดี!"
"นั่งลงเถอะครับ ธน... การโวยวายไม่ได้ช่วยให้ตัวเลขในบัญชีที่หายไปกลับคืนมาได้หรอกครับ" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังอำนาจจนธนต้องทรุดตัวลงนั่งตามเดิมด้วยความจำยอม กรณ์หันไปผายมือทางจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ปรากฏภาพเส้นทางการเงิน รายชื่อบริษัทนอมินี และลายมือชื่อปลอมที่ใช้ในการโยกย้ายถ่ายเทงบประมาณกว่าสี่สิบ миллион บาท
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงถนัดตา กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งขมวดคิ้วมุ่น พลางพลิกเอกสารในมือตามไปด้วยความไม่พอใจ "นี่มันเรื่องจริงหรือครับคุณกรณ์ หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้... คุณธน คุณมีอะไรจะแก้ตัวไหมครับ"
ธนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ สมองของเขาขาวโพลน คำแก้ตัวนับร้อยที่เคยเตรียมไว้พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานมัดตัวแน่นหนาไร้ช่องโหว่ เขาหันมามองกรณ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างถึงที่สุด รอยยิ้มที่เป็นมิตรมาตลอดหลายปีถูกฉีกกระชากออก เผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงที่น่าสมเพชเวทนา
"แก... แกวางแผนไว้หมดแล้วสินะกรณ์" ธนกัดฟันกรอด เสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง "แกจงใจขุดหลุมพรางนี้รอให้ตกลงไปตั้งแต่แรก!"
"ผมไม่ได้ขุดหลุมให้ใครหรอกครับ ธน... คนเรามักจะขุดหลุมฝังตัวเองด้วยความโลภเสมอ สิ่งที่คุณทำ มันฟ้องด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว" กรณ์ป้องปากเล็กน้อยด้วยความสุภาพ แต่นัยน์ตากลับคมปลาบ "ตามมติของคณะกรรมการบริหารในวันนี้ คุณธนพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานและผู้บริหารของบริษัทแห่งนี้ทันที และทางเราจะดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้นครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องประชุม ธนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเดินเข้ามาประกบข้างและเชิญตัวออกไปอย่างไม่ไว้หน้า ชายหนุ่มสะบัดตัวออกด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่กรณ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนประตูกระจกบานใหญ่จะปิดสนิทลง ปลดปล่อยความกดดันทั้งหมดให้ออกไปพร้อมกับร่างของธน
เมื่อความวุ่นวายสงบลง กรณ์ทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความรู้สึกโล่งอกไม่ได้ทำให้หัวใจของเขากลับมาอบอุ่นขึ้นแต่อย่างใด ปมปัญหาเรื่องธุรกิจถูกสะ้างให้กระจ่างแล้ว แต่บาดแผลในอดีตและภาพเงาของพิมพ์ชนกยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย
เขานึกถึงรอยยิ้มของพิมพ์ชนกในวันที่เธอส่งพู่กันให้เขา รอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันดำมืดบางอย่างไว้เบื้องหลัง ความจริงเรื่องธนปรากฏแล้ว แต่ความจริงเรื่องหัวใจของเธอล่ะ... มันคืออะไรกันแน่?
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะความคิดของกรณ์ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือซองจดหมายสีขาวสะอาดไม่มีชื่อผู้ส่งมาวางไว้ตรงหน้าเขา
"คุณกรณ์ครับ... มีคนฝากพัสดุลึกลับนี้มาให้คุณครับ บอกว่าเป็นเรื่องด่วนที่สุดเกี่ยวกับ... คุณพิมพ์ชนกครับ"
กรณ์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขารีบคว้าซองจดหมายนั้นขึ้นมาฉีกออกทันที สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ภายในซองมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว... ภาพถ่ายของพิมพ์ชนกที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องสตูดิโอเก่าแก่แห่งหนึ่ง โดยมีเงาสيلูเอทของบุคคลปริศนากำลังยืนประชิดตัวเธอจากด้านหลัง พร้อมกับข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*"เกมยังไม่จบหรอกกรณ์... ถ้าไม่อยากสูญเสียเธอไปอีกครั้ง ก็จงมาหาฉันคนเดียว ที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 ก่อนเที่ยงคืนนี้"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว•ตอนที่ 29
ความจริงปรากฏ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยต่อของหัวใจและโชคชะตา: ปาฏิหาริย์รักปลายฤดูหนาว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!