มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เอกสารสัญญาว่าจ้างฉบับหนานุ่มถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึก* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้แฟ้มหนังสีดำเล่มนั้นไถลไปหยุดตรงหน้าของรวีพรรณพอดี ดีไซน์เนอร์สาวผู้เพิ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทออกแบบภายในแถวหน้าไม่แม้แต่จะชายตากลองมองเอกสารชิ้นนั้น เธอยังคงจรดปลายปากกาเซ็นแบบร่างแปลนลงบนกระดาษไขด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าบุรุษผู้ยืนค้ำหัวโต๊ะของเธออยู่ตอนนี้เป็นเพียงอากาศธาตุ "ฉันคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะคะ คุณอคิน" เสียงหวานทุ้งเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของชื่อปรายตามองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความถือดีที่ถูกท้าทาย อคินในวัยสามสิบปลาย ๆ ยังคงสง่างามและทรงอิทธิพลไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินอ่อนนั้นมืดครึ้มลงถนัดตาเมื่อเจอความเย็นชาที่เธอใช้เป็นเกราะกำบัง "เคลียร์เหรอ? คุณเรียกว่าการเดินหนีออกจากห้องประชุมหน้าตาเฉยว่าการเคลียร์งั้นเหรอ รวีพรรณ" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรอยเงาทาทับร่างเพรียวบางของเธอ "บริษัทเล็ก ๆ ของคุณกำลังจะเซ็นสัญญากับโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ระดับร้อยล้าน... แต่คุณกลับปฏิเสธมัน เพียงเพราะว่าเจ้าของโครงการคือสามีเก่าที่คุณอยากตัดขาดงั้นเหรอคะ โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะรวีพรรณ อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ" รวีพรรณวางปากกาลงช้า ๆ เธอยืดตัวตรงอย่างสง่างาม ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและเยียบเย็นจนน่ากลัว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีสนิมเหล็กของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ความรู้สึกส่วนตัวเหรอคะ? น่าขันเสียจริงที่คุณกล้าพูดคำนี้ออกมา" เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกผิดที่อคินพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโส "สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่เรื่องธุรกิจ แต่สำหรับฉัน... ทุกตารางเมตรในคฤหาสLหลังนั้น มันคือหยาดน้ำตาและเศษซากความพัง ทรมานของฉันในวันที่คุณเอาผู้หญิงอีกคนเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในบ้านหลังนั้น คุณคิดว่าฉันหน้าหนาพอที่จะเดินเข้าไปเหยียบซากปรักหักพังที่ตัวเองเคยถูกขับไสไล่ส่งในฐานะ 'ภรรยาไร้ค่า' คนนั้นหรือคะ?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้อคินชะงักกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวในอดีต แต่ทว่า ความเย่อหยิ่งและนิสัยที่คุ้นเคยกับการเป็นผู้กำชัยชนะทำให้เขาไม่อาจยอมจำนนต่อวาจาร้ายกาจของเธอได้ง่าย ๆ "ถ้าคุณไม่รับงานนี้... ฉันก็มีวิธีทำให้บริษัทของคุณไม่มีที่ยืนในวงการอสังหาริมทรัพย์นี้อีกเลยเหมือนกัน" อคินโน้มตัวลงต่ำ มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก "เลือกเอา รวีพรรณ... จะเซ็นสัญญาฉบับนี้ แล้วเดินเข้าไปออกแบบคฤหาสน์ให้ฉันด้วยฐานะ 'มัณฑนากรสาวค่าตัวแพง' หรือจะปล่อยให้บริษัทที่คุณสร้างมากับมือพังทลายลงด้วยน้ำมือของฉัน... เลือกเอาว่าอย่างไหนจะเจ็บปวดน้อยกว่ากัน" ดวงตาคมกริบของอคินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่ตั้งใจ ทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้ เลือดในกายของเขามักจะพลุ่งพล่านอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเปลี่ยนไป... จากผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เอาแต่ร้องไห้และรอคอยความรักจากเขา กลายเป็นพยัคฆ์สาวทรงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจเขาจนแทบคลั่ง รวีพรรณไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ แววตาดุดันแต่ท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชนอยู่ในนั้น "คุณมันยังเลวเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนจริง ๆ นะคะ... อคิน" เธอเอמהกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเขาจนแทบจะสัมผัสกัน "ในเมื่อคุณอยากได้นัก... อยากให้ฉันเข้าไปวนเวียนอยู่ในชีวิตคุณนัก ได้สิคะ ฉันจะจัดให้... แต่จำเอาไว้ ว่าครั้งนี้ เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว และฉันจะเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าคุณเอง" สิ้นคำพูดนั้น รวีพรรณก็เอื้อมมือไปหยิบปากกา ดึงปลอกออกอย่างใจเย็น ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสัญญาด้วยลายมือที่มั่นคงและเฉียบคม โดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา อคินมองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความรู้สึกเร่าร้อนที่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง รอยยิ้มเยعยันที่มุมปากของเธอช่างยั่วยวนและท้าทายสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ร่างสูงผละตัวออกเล็กน้อยเมื่อเธอยื่นเอกสารฉบับนั้นกลับมาให้เขา พร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "เรียบร้อยค่ะ... คุณอคิน ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล" รวีพรรณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับเขาอย่างไร้ที่ติ "พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเดินทางไปดูหน้างานที่คฤหาสน์ของคุณด้วยตัวเอง หวังว่าคุณจะเตรียมตัวต้อนรับมัณฑนากรคนนี้อย่าง 'สมเกียรติ' นะคะ" อคินรับแฟ้มเอกสารนั้นมาด้วยมือที่เกร็งแน่น สายตาคมกริบกวาดมองสัดส่วนอรชรภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มอย่างจาบจ้วง ความปรารถนาอันดิบเถื่อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาอยากจะกระชากเธอเข้ามาแนบชิด บดขยี้ริมฝีปากอิ่มนั้นให้สาสมกับความอวดดีที่กล้าท้าทายเขา แต่ทว่า... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เมื่อร่างระหงเดินผ่านเขาไปเพื่อจะเปิดประตูห้องทำงาน กลิ่นกายหอมหวานละมุนที่คุ้นเคยในอดีตกลับลอยมาเตะจมูก อคินทนไม่ไหว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวเล็กของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว รวีพรรณอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างแกร่งของเขาอย่างจัง "ปล่อยนะคะ! คุณทำบ้าอะไร..." "ฉันแค่จะทบทวนความทรงจำ... ว่าการที่เธออยากกลับมาหาฉันในรูปแบบนี้ เธอจะต้องแลกด้วยอะไรบ้าง" อคินกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนรวีพรรณขนลุกซู่ มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่นตรึงเธอให้แนบชิดติดกับร่างกายที่กำลังร้อนระอุของเขา รวีพรรณพยายามขัดขืน มือเรียวระดมทุบลงบนอกเขา แต่แรงแค่นั้นหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มได้ อคินใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันเธอกระแทกเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิท "อื้อ...!" เสียงประท้วงของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออคินก้มลงบด ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานหลายปี ทำให้รวีพรรณแทบหลอมละลาย แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองสัมผัสอันคุ้นเคยนั้นอย่างไม่รักดี ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย มือหนาเลื่อนขึ้นลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่ม บีบเคล้นสะโพกผายอย่างจาบจ้วงจนเธอบิดเร้าด้วยความวาบหวาม ความเร่าร้อนของบทเพลงพิศวาสที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับปีโหมกระหน่ำซัดสาดหัวใจทั้งสองดวงให้เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน อคินขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบา ก่อนจะถอนริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความโกรธปนความสั่นไหวที่เธอไม่อาจซ่อนเร้น อคินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยังคุกรุ่น "พรุ่งนี้ที่คฤหาสน์... เตรียมตัวรับมือกับฉันให้ดี ๆ ก็แล้วกัน รวีพรรณ... เพราะฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอรอดมือฉันไปง่าย ๆ อีกแน่" รวีพรรณกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนหอบสะท้าน เธอยังไม่ทันจะได้เอաբาตอบโต้ใด ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของเธอที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ทันระวังตัว "คุณรวีพรรณคะ... เอえ ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่า..." เลขานุการสาวหน้าถอดสีเมื่อเห็นเจ้านายยืนแนบชิดอยู่กับอดีตสามีมหาเศรษฐีในท่าทางล่อแหลม รวีพรรณรีบผลักอกอคินออกทันทีด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม อคินถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจอย่างผู้ชนะ เขาหยิบสูตรขึ้นมาสวมแล้วเดินผ่านเลขาฯ ของเธอออกไปอย่างไร้ความสะทกสะทอศ ทิ้งให้รวีพรรณยืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจและหัวใจที่เต้นระรัว แต่ทว่า... ในจังหวะที่เลขานุการสาวกำลังจะวางเอกสารกองใหม่ลงบนโต๊ะ เธอเอ่ยขึ้นด้วยความหวังดีเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึม "เอа... คุณรวีพรรณคะ พอดีมีพัสดุด่วนส่งตรงมาจากต่างประเทศจ่าหน้าถึงคุณค่ะ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญจากโรงพยาบาลชื่อดังในลอนดอน... ดิฉันวางไว้ตรงนี้นะคะ" รวีพรรณพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งบนซองพัสดุกระดาษสีน้ำตาล... มันคือผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาลับเฉพาะที่เธอเคยทำไว้เมื่อสามปีก่อน สมัยที่เธอหนีไปลอนดอนลำพังหลังหย่าร้าง มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาฉีกเปิดออกดู กระดาษแผ่นแรกที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะไม่ใช่ผลตรวจร่างกายของเธอ... แต่มันคือ **"ใบสูติบัตร"** ของเด็กชายวัยสองขวบเศษ พร้อมกับรูปถ่ายโพลารอยด์ใบเล็กที่แนบมาด้วย เด็กชายตัวน้อยในรูปมีดวงตากลมโตสีสนิมเหล็ก และโครงหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... คนที่เพิ่งเดินออกจากห้องนี้ไปเมื่อสักครู่นี้เอง ดวงตาของรวีพรรณเบิกกว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า! — เข็มฉายานิศ — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเข็มฉายานิศเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%