มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง•ตอนที่ 1

หวนคืนในฐานะศัตรู

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงระยับลอยกรุ่นเคล้าคลออยู่กับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้พอเหมาะ ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นเจ็ดสิบของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงไร้ควันแผดเผา รวีพรรณวางแฟ้มผลงานออกแบบชิ้นเอกลงบนโต๊ะกระจกนิรันดร์ด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่รีบร้อนและไม่เชื่องช้าจนเกินไป ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือหนังแกะสีดำสนิทลากผ่านสันปกหนังแท้อย่างเยือกเย็น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงโอเวอร์ไซส์กวาดมองไปรอบห้องด้วยความคุ้นเคยที่ถูกแทนที่ด้วยความแปลกหน้า... เธอไม่ได้เหยียบย่างเข้ามาที่นี่มาสามปีเต็มแล้ว สามปีที่เธอเคยเป็นเพียงเงาไร้ตัวตน เป็นภรรยาในทะเบียนสมุดที่ถูกลืมเลือน และเป็นแค่เศษฝุ่นในสายตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล “คุณมาช้าไปสามนาที... รวีพรรณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในความทรงจำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ร่างสูงใหญ่ของอคินก้าวออกจากเงาสลัวของผ้าม่านกันแสง เขายังคงดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ใบหน้าคมคายราวกับงานประติมากรรมชั้นเลิศนั้นประดับด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะชิ้นใหม่ที่เขาหมายตา รวีพรรณไม่สะทกสะท้านต่อสายตานั้น เธอค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตากลับคมกริบและเยชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ความอ่อนแอและผู้หญิงเจ้าน้ำตาที่เคยนั่งรอเขาอย่างไร้ค่าเมื่อสามปีก่อนได้ตายสนิทไปพร้อมกับวันหย่านั้นแล้ว “เวลาสามนาทีของฉันมีค่ามากกว่าโปรเจกต์ร้อยล้านที่คุณกำลังดิ้นรนหาคนมาช่วยกู้หน้าเสียอีกค่ะ... คุณอคิน” รวีพรรณเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ รื่นหู ทว่าเชือดเฉือนทุกคำพูดจนคนฟังถึงกับขยับกรามแน่น อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจำเสียงนี้ได้... เสียงที่เคยสั่นเครือและอ้อนวอนขอความรักจากเขาในคืนวันอันแสนอัปยศ แต่วันนี้ มันกลับกลายเป็นคมมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกเข้ามาในความรู้สึกของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งมารยาททางสังคม กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมันไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา “เธอเปลี่ยนไปมากนะ... กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้ ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเคยเป็นสามีเธอ” อคินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงที่ตั้งตรงอย่างถือดี รวีพรรณไม่ถอยหนี เธอเอี้ยวคอหันกลับมาสบตาเขาในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหรือความโหยหาเจืออยู่เลย มีเพียงความดูแคลนและสมเพชเวทนาที่ฉายชัดอยู่ภายใน “สามีเก่า... ที่ฉันหย่าขาดไปแล้วต่างหากค่ะ” เธอย้ำคำว่า 'หย่า' ชัดถ้อยชัดคำ กระแทกกระทั้นหัวใจคนฟังจนอคินรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือหนาของอคินทนความเย่อหยิ่งของเธอไม่ไหว เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังนุ่มแนบชิดกับอกแกร่ง ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เขาแทบคลั่ง ร่างกายของเขาร่ำร้องหาเรือนร่างนี้มาเนิ่นนานเกินไป... นานเกินกว่าจะควบคุมสติได้ “ปากเก่งนักนะ... อยากลองดีกับฉันใช่ไหม รวีพรรณ” อคินคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกเข้ากับริมฝีปากอิ่มสีชาดของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความโหยหา และการลงทัณฑ์ถูกระดมยัดเยียดให้อย่างเอาแต่ใจ รวีพรรณเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่ววูบหนึ่งความทรงจำเก่าๆ วิ่งพล่านเข้ามาในหัว ทว่าความเจ็บปวดในอดีตกลับทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดี เธอไม่ได้เคลิบเคลิ้มยอมจำนนเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสาคนเดิมอีกต่อไป เธอใช้ฟันคมกัดลงที่ริมฝีปากล่างของเขาอย่างแรง จนรสคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก อคินผละออกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน รวีพรรณยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตัวเองลวกๆ ก่อนจะแย้มยิ้มหยันที่งดงามและเยarเย้ยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต “เก็บเรี่ยวแรงของคุณไว้ใช้บนเตียงกับรินรดาเถอะค่ะ... ส่วนฉัน มารับหน้าที่ ‘มัณฑนากร’ เพื่อมาช่วยธุรกิจของคุณ ไม่ใช่มาเป็น ‘นางบำเรอ’ ให้คุณระบายอารมณ์” เธอดันอกแกร่งให้ออกห่างอย่างง่ายดาย จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มผลงานขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วหันกลับมามองอคินที่ยืนหายใจกระชั้นชิดด้วยความหงุดหงิดระคนเร่าร้อน “พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ฉันจะเข้ามาตรวจหน้างาน... หวังว่าคุณอคินจะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะคะ” รวีพรรณหมุนตัวเดินนินทาออกไปจากห้องอย่างไม่แยแส ทิ้งให้อคินยืนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกพ่ายแพ้และต้องการครอบครองตีรวนขึ้นมาจนเขาแทบคลั่ง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน พลางใช้มือเสยผมอย่างหงุดหงิด ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่รวีพรรณจงใจวางทิ้งไว้บนโต๊ะ มันคือตารางเวลางาน... และที่มุมล่างสุด มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิททิ้งท้ายไว้ว่า: *“อย่าลืมพาเด็กคนนั้นมาตรวจ DNA ด้วยล่ะ... ถ้าไม่อยากให้อับอายไปมากกว่านี้”* อคินชะงักงัน ลลมหายใจสะดุดกึก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกและคำถามมากมายที่ระเบิดขึ้นในหัว... เด็กคนนั้น? เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เป๊ะ ซึ่งเขาบังเอิญเห็นในภาพถ่ายบนหน้าจอแท็บเล็ตของเธอเมื่อครู่! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแห่งการแก้แค้นและการพังทลายของหัวใจอันแสนเร่าร้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — เข็มฉายานิศ —
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%