กลิ่นอายของไม้โอ๊กเก่าและวานิลลาจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องรับรองพิเศษของคฤหาสน์ตระกูลอคิรา
ไม่ได้ทำให้รวีพรรณรู้สึกอบอุ่นเหมือนเมื่อครั้งอดีต หากแต่มันทำหน้าที่เหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปบนรอยแผลเป็นซึ่งเธออุตส่าห์ใช้เวลาหลายปีในการเยียวยาจนตกสะเก็ด
"คุณไม่ควรพาฉันมาที่นี่... อคิน"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวของเขา
สถานที่แห่งนี้... มุมโต๊ะทำงานตัวนั้น และโซฟาตัวยาวที่เธอเคยนั่งรอเขาอย่างไร้ความหมายจนล่วงเลยถึงย่ำรุ่ง
ทุกตารางนิ้วในห้องนี้ล้วนบันทึกหยาดน้ำตาและความร้าวรานใจที่เขาเป็นคนมอบให้
อคินก้าวเท้าเข้าหาช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบสีสนิมคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนวันวาน
หลงเหลือเพียงความเว้าวอนระคนเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้กรอบใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติ
เขารู้ดีว่าการดึงเธอกลับเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ เป็นการเล่นกับไฟบรรลัยกัลป์
แต่ทว่า... หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขากลับร่ำร้องอยากจะเผาไหม้ตัวเองให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความทรงจำสีเทาเหล่านี้
"ทำไมล่ะ รวีพรรณ? กลัวหรือว่าคุณจะจำได้ว่า... ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นผู้หญิงที่โง่เขลาแค่ไหนที่ยอมมอบทั้งชีวิตให้ผู้ชายใจร้ายอย่างผม"
อคินจงใจใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพราย เขยิบเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขาโอบล้อมร่างบางไว้
รวีพรรณไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพล
ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย
"ความโง่เขลามันจบลงไปพร้อมกับทะเบียนสมหย่าใบนั้นแล้วค่ะคุณอคิน ตอนนี้ฉันไม่ใช่ภรรยาที่รอให้คุณเขี่ยทิ้งตามใจชอบอีกต่อไป... ฉันคือสถาปนิกและมัณฑนากรผู้ทรงเกียรติ ที่มารับงานรีโนเวทคฤหาสน์หลังนี้ตามสัญญาทางธุรกิจเท่านั้น กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดลงบนอกอคินจนเลือดซิบ
เขากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและความกระหายอยากอันดิบเถื่อน
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กของเธอไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี
แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงร่างเธอให้หยุดนิ่งแนบชิดกับแผงอกกว้าง
"ปล่อยนะ!" รวีพรรณตวัดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"ถ้าคุณยังไม่ปล่อย ฉันจะยกเลิกสัญญาและฟ้องร้องคุณฐานคุกคามทางเพศ"
"ฟ้องเลยสิครับ... เอาสิ รวีพรรณ"
อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อน
ความทรงจำที่ถูกกดทับมานานนับปีปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พิภพ บรรยากาศเดิม ๆ ที่เคยคุ้นเคย กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้
ร่างกายของทั้งคู่จดจำสัมผัสของกันและกันได้ดีกว่าสมองส่วนที่สั่งการให้เกลียดชังเสียอีก
"คุณมันบ้า..." เสียงต่อว่าแผ่วเบาลงเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเนียนนุ่ม นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก
อคินมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นร่องรอยความไหวหวั่นที่เธอพยายามซ่อนเร้น มันคือหลักฐานชั้นดีว่าเธอยังไม่เคยลืมเขา... เช่นเดียวกับที่เขาไม่เคยลืมเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"ใช่ ผมมันบ้า... บ้ามาตั้งแต่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ผมรักที่สุดหลุดมือไปแล้ว"
เสียงกระซิบพร่าพร่าเล็ดลอดริมฝีปากที่ขยับเข้าใกล้จนแทบแนบชิด
ก่อนที่อคินจะฉวยโอกาสกดริมฝีปากลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ
รวีพรรณเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
เธอพยายามจะทุบตีอกกว้างเพื่อผลักไส แต่มือทั้งสองข้างกลับถูกเขาตวัดรวบขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
สัมผัสอันคุ้นเคยและเร่าร้อนที่โหยหามานานแสนนานกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอที3ละน้อย
รสจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอน รุกไล่จนลมหายใจของเธอกลายเป็น0
ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำทำให้เข่าของรวีพรรณแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่มีอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาที่โอบกอดรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบเนื้อ
"อืม..." เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาว ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้พุ่งพล่าน
อคินถอนริมฝีปากออก1นิดเพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด แต่มือหนากลับไม่อยู่สุข ปัดป่ายลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททางการอย่างอาจหาญ
ปลายนิ้วร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อ ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"อคิน... พอ... หยุดเดี๋ยวนี้..." รวีพรรณหอบสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์วาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาในอก
เธอเกลียดตัวเองที่ร่างกายทรยศความตั้งใจ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่สัมผัสผิวกายของเขา
"หยุดไม่ได้แล้ว... รวีพรรณ"
อคินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากร้อนจัดซุกไซร้ไล่เรื่อยจากซอกคอหอมกรุ่นลงมาถึงไหปลาร้า ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกชันไปทั้งร่าง
ความโหยหา ความรู้สึกผิด และความปรารถนาอันรุนแรงที่อัดอั้นมานานนับปี ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสอันลึกซึ้งและเร่าร้อน
เขาอุ้มร่างบางขึ้นโดยที่ริมฝีปากยังไม่ละจากกัน พาเธอก้าวเดินไปยังโซฟาตัวยาวนุ่มหนาที่ตั้งอยู่มุมห้อง
บรรยากาศเดิม ๆ ที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งเสน่หาที่ร้อนแรงและไร้ซึ่งการควบคุม
รวีพรรณถูกวางลงบนเบาะหนังนุ่มอย่างทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเร่งเร้าและดุดัน
อคินทาบทับร่างหนาลงไป ปิดกั้นทุกทางหนีด้วยร่างกายและแววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความต้องการ
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่
ผิวเนื้อเนียนละเอียดตัดกับผิวสีแทนเข้มของชายหนุ่ม ก่อเกิดเป็นภาพความงดงามอันตรายที่ชวนให้หลงใหล
ทุกสัมผัส การเคล้าคลอ และเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดในห้องกว้าง ดำดิ่งลึกลงไปในห้วงอารมณ์อีโรติกที่เปี่ยมด้วยความร้าวรานและโหยหา
มันไม่ใช่แค่เกมแห่งความใคร่ หากแต่มันคือการลงทัณฑ์และไถ่บาปผ่านเรือนร่างที่แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียว
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนความหอมหวานซัดสาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งร่างทั้งสองสงบนิ่งลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาเคล้าเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันในความเงียบงัน
รวีพรรณนอนหอบสะท้านอยู่ใต้ร่างของเขา ดวงตากลมโตเหม่อมองเพดานด้วยความสับสนและเจ็บใจตัวเอง
เธอผลักไหล่กว้างเบา ๆ เพื่อให้เขาถอนตัวออกไป แต่อคินกลับก้มลงจูบหน้าผากมนด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน
"เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเว้าวอนอย่างน่าสงสาร
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันในห้องทำงานอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่ดันประตูเปิดเข้ามาเองโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต
"คุณพ่อครับ! คุณแม่บอกว่าให้ตามคุณพ่อไปทานข้าว... อ๊ะ! มีแขกเหรอครับ?"
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมเด็กน่ารักก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
ดวงตากลมโตแป๋วแหววถอดแบบมาจากอคินไม่มีเพี้ยน ไล่สายตามองผู้หญิงแปลกหน้าที่นอนอยู่บนโซฟาด้วยความสงสัยใคร่รู้
รวีพรรณหันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยคนนั้น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่เหมือนกับอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน... และยิ่งไปกว่านั้น เสียงฝีเท้าของใครอีกคนกำลังก้าวใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้เลือดในกายของรวีพรรณเย็นเฉียบ
"อคินคะ... น้องกรณ์ตามคุณพ่อมาหรือเปล่า... รินเข้ามาได้เลยนะคคะ"
รินรดาปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูปราดเดียว พร้อมกับรอยยิ้มที่ค้างเติ่งเมื่อเห็นสภาพอันยุ่งเหยิงและเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่บนโซฟา!
— เข็มฉายานิศ —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเข็มฉายานิศเสมอนะคะ
มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง•ตอนที่ 4
กับดักแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรสายฟาดกับอดีตสามีที่อยากหย่าร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!