“ไอ้หมอนี่มันเป็นใครครับก้อง? ทำไมมันถึงยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกใส่เราแบบนั้น?”
มินนี่ขยับแว่นกันแดดราคาถูกลงมาเล็กน้อย สายตาเธอจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มชุดสูทเนี้ยบกริบที่เพิ่งจะเอ่ยประโยคท้าทายหัวใจคนฟังเมื่อครู่ มือของเธอคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวที่วางพิงผนังออฟฟิศเก่าๆ ของเราไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็นอาวุธร้ายแรงเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมี
ก้องไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่ยิ้ม... ยิ้มแบบคนที่พยายามจะเท่แต่ดันลืมรูดซิปกางเกง ชายหนุ่มชุดสูทคนนั้น—ที่ผมจำได้แม่นว่าเป็นศัตรูทางธุรกิจเจ้าประจำ—เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในเขตพื้นที่หวงห้ามของเราด้วยความมั่นใจเกินร้อย
“ผมชื่อวินัยครับ และผมคือตัวแทนจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เพิ่งกว้านซื้อที่ดินผืนนี้ไปเมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว” วินัยหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาตบเบาๆ บนฝ่ามือ “ที่นี่คือ 'สวนสนุกวันเดอร์แลนด์ร้าง' และโจทย์ของคุณก้องคือการทำให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าทำไม่ได้ตามสัญญา... คุณก็แค่เก็บของไสหัวไป แล้วคืนใบอนุญาตประกอบการมาให้ผมซะ”
“จ่อย...” ก้องหันไปเรียกคู่หูที่กำลังนั่งแกะวงจรไฟฟ้าของพัดลมเก่าๆ อยู่มุมห้อง “นายได้ยินไหม? เขาให้โอกาสเราเปิดสวนสนุกนะเว้ย!”
จ่อยเงยหน้าขึ้นจากซากสายไฟ แว่นตาหนาเตอะของเขาขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ “ก้อง... นายลืมไปหรือเปล่าว่าหม้อแปลงไฟหลักของที่นี่มันถูกหนูแทะไปทำรังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แล้วไอ้เครื่องเล่นม้าหมุนนั่นมันก็เป็นสนิมจนขยับไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเราเปิดเครื่องตอนนี้ ผมรับประกันได้เลยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่ความบันเทิง แต่มันคือการประกาศศักดาของความพินาศทางวิศวกรรมครับ”
“จ่อย! นายต้องมีจินตนาการหน่อยสิ!” ก้องตบไหล่เพื่อนร่วมงานจนจ่อยแทบหน้าทิ่ม “เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อซ่อมไฟฟ้า เรามาเพื่อกู้หน้าบริษัท! มินนี่ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปที่ห้องควบคุมใต้ดินกัน”
---
บรรยากาศภายในสวนสนุกร้างแห่งนี้ชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหนังผีเกรดบี กลิ่นอับชื้นของสีที่ลอกร่อนผสมกับกลิ่นสาบของนกพิราบทำเอาผม—ในฐานะผู้บรรยาย—ยังรู้สึกอึดอัดแทน ทั้งสามคนเดินลัดเลาะผ่านซุ้มทางเข้าที่มีตัวตลกหน้าตาบิดเบี้ยวตั้งต้อนรับอยู่ ก้องดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ขณะที่มินนี่คอยระแวงว่าจะมีไอ้ตัวอะไรกระโดดออกมางับหัวเธอหรือเปล่า
“นี่ไงครับห้องควบคุม” ก้องชี้ไปที่ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะ
จ่อยพยายามใช้ไขควงงัดแงะมันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ประตูจะส่งเสียงโหยหวนเหมือนคนใกล้ตายแล้วเปิดออก ภายในห้องเต็มไปด้วยแผงวงจรโบราณที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะ ก้องไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปหาคันโยกขนาดใหญ่ตรงกลางห้อง ราวกับว่ามันเป็นจอยสติ๊กในเกมที่เขาถนัด
“ก้อง อย่าเพิ่ง!” จ่อยร้องเตือน แต่ไม่ทันแล้ว
ก้องผลักคันโยกสุดแรงด้วยความมั่นใจที่เกินเหตุ เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ใต้พื้นดินเริ่มครางครืดคราด ราวกับอสูรกายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลหลับไหล พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่ไฟสปอร์ตไลท์รอบสวนสนุกจะกะพริบถี่ๆ และสว่างวาบขึ้นมาเป็นสีนีออนแสบตา แต่มันไม่ใช่แค่นั้น...
เสียงเพลงจากเครื่องเล่นม้าหมุนที่ควรจะพังไปแล้ว กลับดังขึ้นเป็นเสียงดนตรีเพี้ยนๆ จังหวะผิดเพี้ยนจนน่าขนลุก เครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกาที่จอดนิ่งมาหลายปีเริ่มเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงเกินพิกัด ทั้งที่ไม่มีคนนั่ง!
“เฮ้ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” มินนี่กรีดร้องเมื่อเห็นชิงช้าสวรรค์เริ่มหมุนเร็วจนเหมือนใบพัดเฮลิคอปเตอร์
จ่อยรีบปรี่เข้าไปดูแผงวงจร สีหน้าของเขาซีดเผือดเหมือนเห็นผี “ก้อง! นายไปต่อสายตรงเข้ากับระบบจ่ายไฟหลักของเมือง! ตอนนี้สวนสนุกเรากำลังดูดพลังงานจากทั้งเขตมาอยู่ที่นี่ที่เดียว!”
วินาทีนั้นเอง แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องในละแวกใกล้เคียงดับพรึ่บลงสนิท เสียงตะโกนด่าทอจากชาวบ้านเริ่มดังแว่วมาจากภายนอกสวนสนุก ก้องยืนตัวแข็งทื่อ มือยังคงคาอยู่ที่คันโยก ขณะที่เครื่องเล่นทุกชนิดในสวนสนุกเริ่มระเบิดออกเป็นประกายไฟ แสงสว่างจ้าจากกระแสไฟฟ้าเกินขนาดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนกลายเป็นเสาแสงขนาดยักษ์
“ก้อง... ผมว่างานนี้เราไม่ได้ค่าจ้างแล้วล่ะ” มินนี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพลางจ้องไปที่ประตูทางเข้า
หน้าประตูสวนสนุก ไม่ได้มีแค่วินัยที่กำลังยิ้มเยาะ แต่มีกลุ่มชายชุดดำจำนวนมากก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อทวงสัญญา แต่พวกเขามีตราประทับของ 'หน่วยงานความมั่นคง' ติดอยู่ที่ปกเสื้อ!
ชายที่เดินนำหน้าสุดก้าวเข้ามาใกล้ก้องพร้อมกับเอกสารหมายจับในมือ เขาปัดฝุ่นที่ไหล่ก้องเบาๆ ด้วยท่าทางคุกคาม “คุณก้องครับ... การไฟฟ้าเขาร้องเรียนมาว่าคุณขโมยไฟหลวงไปทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ คุณไม่ได้แค่กำลังจะเจ๊ง แต่นี่คือจุดจบของบริษัทคุณอย่างเป็นทางการ”
ก้องยิ้มแห้งๆ พลางหันไปมองจ่อยและมินนี่ที่เตรียมจะวิ่งหนี แต่ทว่า... จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยในห้องควบคุมก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงจากระบบไฟฟ้า แต่มันคือเสียงจากวิทยุสื่อสารที่ก้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลา
'ก้อง... นี่หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษนะ...' เสียงจากปลายสายทำให้ทุกคนในห้องชะงักงัน 'อย่าเพิ่งมอบตัว... เพราะไอ้สวนสนุกที่นายเปิดอยู่น่ะ... มันไม่ใช่แค่เครื่องเล่น แต่ข้างใต้ที่นายยืนอยู่นั่น... มันคือรหัสผ่านที่จะปลดล็อกอาวุธลับของโลก... และตอนนี้... พวกนายกำลังเปิดมันอยู่!'
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมท่ามกลางเสียงไฟช็อตเปรี๊ยะๆ ของเครื่องเล่นภายนอก ก้องหันไปมองใต้ฝ่าเท้าของตัวเองที่ค่อยๆ แยกตัวออกเป็นช่องลับ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและวิกฤตครั้งนี้ของผมนะครับ!
บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 14
สวนสนุกที่ไม่มีใครเล่น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!