บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 13

วันรวมญาติที่ตึงเครียด

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ไอ้จ่อย! มึงตั้งสติดีๆ แล้วบอกกูมา... ว่าไอ้ปุ่ม Enter ที่มึงเพิ่งกดลงไปน่ะ มันคือคำสั่งรันระบบความปลอดภัยของบริษัท หรือปุ่มสั่งพิซซ่าถาดใหญ่เข้าปากโจร!" ก้องแผดเสียงลั่นสำนักงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและซากโน้ตบุ๊ก มือของเขาจิกหัวตัวเองจนผมตั้งชี้โด่เด่ ดวงตาเบิกโพลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตัวเลขรหัสผ่านสีแดงกำลังวิ่งสวนทางกับจังหวะหัวใจของเขา จ่อยกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง 'อึก' เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนหน้าผากจนแว่นตาหนาเตอะไหลลงมาอยู่ที่ปลายจมูก "คือ... คือว่าตอนนั้นกูแค่จะกดปิดป๊อปอัปขายประกันชีวิต แต่เมาส์มันลั่นไปโดนไอ้ช่อง 'อนุญาตการเข้าถึงแบบจำกัด' น่ะก้อง... แต่กูว่ามันไม่น่าจะมีอะไรนะ เพราะระบบป้องกันของบริษัทเรามันห่วยถึงขั้นที่แม้แต่ไวรัสยังขี้เกียจจะติด!" "ไอ้จ่อย! มึงนี่มัน..." ก้องกำลังจะด่ากราด แต่แล้วเสียงกริ่งประตูออฟฟิศก็ดังขึ้นขัดจังหวะ มันไม่ใช่เสียงกริ่งปกติ แต่มันเป็นเสียงเคาะที่หนักแน่นและทรงพลังจนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน มินนี่เดินนวยนาดออกมาจากห้องครัว เธออยู่ในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ตัดกับใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้สนใจความโกลาหลของสองหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวฉับๆ ไปที่หน้าประตู ก่อนจะหันมามองก้องด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "หยุดพล่ามเรื่องรหัสบ้าบอนั่นก่อน ก้อง... ลูกค้ารายใหญ่มาถึงแล้ว และฉันบอกเลยว่าถ้าพวกคุณทำแผนนี้พัง ฉันจะส่งพวกคุณไปลงนรกด้วยตัวเอง" "ลูกค้ารายใหญ่เหรอ?" ก้องเลิกคิ้ว "ใช่ และคุณต้องเป็น 'แฟนกำมะลอ' ของฉันไปพบพ่อแม่ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ" มินนี่พูดพลางเปิดประตูผางออกทันที ชายร่างยักษ์ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู เขาไม่ใช่ลูกค้าที่ก้องคาดหวัง แต่เป็น 'คุณพ่อ' ของมินนี่ที่มองก้องตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหมือนกำลังประเมินคุณภาพเนื้อวัวในตลาดสด ด้านหลังเขามีหญิงวัยกลางคนสวมหมวกปีกกว้างเดินตามมาด้วยท่าทีสง่างาม "คนนี้เหรอ มินนี่?" คุณพ่อเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเย็นเยียบจนก้องรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง "ใช่ค่ะพ่อ... แฟนหนูเอง" มินนี่ตอบพลางคว้าแขนก้องเข้าไปกอดแน่นจนก้องสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่แฝงไปด้วยคำสั่งว่า *'ถ้ามึงพูดผิดแม้แต่คำเดียว ตาย'* บรรยากาศในห้องรับแขกที่ถูกจัดขึ้นอย่างเร่งรีบเต็มไปด้วยความอึดอัด ก้องพยายามปรับท่าทางให้ดูเป็น 'สุภาพบุรุษ' อย่างที่สุด เขานั่งตัวตรงหลังแข็งทื่อ มือไม้ที่เคยอยู่ไม่สุขกลับต้องวางนิ่งๆ บนตัก จ่อยนั่งอยู่ข้างๆ ทำตัวเป็นผู้ช่วยที่พยายามลบตัวตนออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ทำอาชีพอะไรนะ?" คุณพ่อถามพลางจิบชาที่จ่อยชง (ซึ่งก้องมั่นใจว่ามันคือชาถุงที่ซื้อจากเซเว่นหน้าปากซอย) "เอ่อ... เป็นผู้บริหารระดับสูงครับ" ก้องยืดอกตอบ "เราดูแลโปรเจกต์... ระดับโลกครับ เกี่ยวกับ... ความปลอดภัยและจัดการปัญหาเฉพาะหน้า" "ความปลอดภัย?" คุณพ่อเลิกคิ้วสูง "งั้นเหรอ... แล้วทำไมบริษัทคุณถึงมีคนแปลกหน้าสามคนในชุดดำยืนจ้องมองผ่านหน้าต่างชั้นสองเข้ามาข้างในล่ะ?" ก้องตัวแข็งทื่อ จ่อยแอบชะโงกหน้าไปมองที่หน้าต่างก่อนจะหน้าซีดเผือด "ก้อง... ที่กูเผลอกด Enter ไปเมื่อเช้า... มันไม่ใช่แค่เปิดระบบความปลอดภัย แต่มันคือการเปิดประตูลับให้กลุ่ม 'นักล่าเงินรางวัล' ที่เราเคยไปป่วนงานเขาไว้เมื่อเดือนก่อนเข้ามาได้น่ะ!" มินนี่สะบัดหน้ามามองก้องด้วยสายตาอาฆาต เธอขยับริมฝีปากกระซิบเบาๆ "นายบอกว่านายคือผู้บริหารระดับสูงใช่ไหม? งั้นก็ช่วยบริหารจัดการปัญหาตรงหน้าให้ดูเป็นตัวอย่างหน่อยสิ... ไม่งั้นฉันจะแฉว่านายแอบฉี่รดกางเกงตอนสอบขับรถ!" ก้องสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิงไปหมด เขาหันไปยิ้มให้คุณพ่อของมินนี่อย่างใจดีสู้เสือ "คุณพ่อครับ... ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเตรียม 'ทีมบอดี้การ์ดมือโปร' เอาไว้รับรองแขกคนพิเศษเช่นคุณพ่อและคุณแม่ครับ" เสียงโครมครามดังขึ้นจากฝ้าเพดาน ทันใดนั้น ร่างของคนชุดดำสามคนก็พุ่งทะลุฝ้าเพดานตกลงมาท่ามกลางวงอาหาร แต่ทว่า... พวกเขาไม่ได้ตกลงมาพร้อมอาวุธ แต่ตกลงมาพร้อมกับ 'ปืนฉีดน้ำ' และ 'เค้กวันเกิด' ที่จ่อยเผลอสั่งไว้ให้มินนี่ก่อนหน้านี้เพราะจำวันเกิดพลาดไปหนึ่งเดือน ทุกคนในห้องนิ่งอึ้ง คุณพ่อของมินนี่มองชายชุดดำที่ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นด้วยความงุนงง ก่อนจะหันมามองก้องที่ตอนนี้เหงื่อไหลเต็มหลังจนเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม "นี่น่ะเหรอ... ทีมบอดี้การ์ดของคุณ?" คุณพ่อถามด้วยเสียงที่อ่านอารมณ์ไม่ออก ก้องหัวเราะร่าด้วยความประหม่าที่สุดในชีวิต "เซอร์ไพรส์ครับ! ผมตั้งใจจะฉลองให้คุณพ่อและคุณแม่... แต่อาจจะมีการซ้อมใหญ่ผิดคิวไปนิดหน่อยนะครับ!" ทว่า ท่ามกลางความชุลมุน ชายชุดดำคนหนึ่งหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูดเสียงเข้ม "เป้าหมายอยู่ในตำแหน่งแล้ว... จัดการได้เลย" ไม่ใช่แค่พวกเขากลุ่มเดียว เสียงรถยนต์นับสิบคันเบรกตัวโก่งที่หน้าร้าน พร้อมกับชายในชุดสูทสีเทาอีกนับสิบคนที่ก้าวลงมาพร้อมกับเอกสารในมือและท่าทีที่เย็นชา ทนายความของมินนี่เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "คุณมินนี่ครับ... ในฐานะทนายประจำตระกูล ผมขอแจ้งให้ทราบว่าพ่อของคุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อต้อนรับแฟนใหม่ แต่เขามาที่นี่เพื่อ 'ปลด' คุณออกจากมรดกและบังคับให้คุณแต่งงานกับชายที่เขาจัดหาไว้ให้ ซึ่งตอนนี้... เขากำลังเดินเข้ามาทางประตูร้านแล้วครับ" ประตูร้านเปิดออกกว้าง ชายหนุ่มรูปร่างสง่างามก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้กุหลาบสีขาว ก้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดๆ เขาคือ 'คู่แข่งคนสำคัญ' ที่เคยแอบหลอกให้ก้องเซ็นสัญญาโอนบริษัทตัวเองให้เมื่อปีก่อน! "สวัสดีครับมินนี่... ผมมารับคุณกลับบ้านแล้ว" ชายคนนั้นแสยะยิ้มก่อนจะหันมามองก้องด้วยสายตาเหยียดหยาม "และดูเหมือนว่า... ผมจะมาทันดู 'บริษัทกำมะลอ' นี้ปิดตัวลงในวันนี้พอดีเลยนะครับ" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมสนุกไปกับเรื่องราวของผมนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%