บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 8

การตลาดแบบงงๆ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“ถ้ามึงยังไม่หยุดเขย่าขานั่นกูจะเอาประแจฟาดขาให้หักจริงๆ ด้วยจ่อย!” มินนี่ตวาดลั่นร้านกาแฟเก่าๆ ที่พวกเราใช้เป็นฐานปฏิบัติการ เธอใช้แฟ้มเอกสารในมือฟาดลงบนโต๊ะไม้จนแก้วกาแฟเย็นชืดสั่นกระเพื่อม ดวงตากลมโตที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ฉายแววหงุดหงิดเต็มพิกัด ขณะที่จ่อย… วิศวกรผู้ซื่อสัตย์ที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า กอดเข่าตัวเองแน่นอยู่บนเก้าอี้ “ก็กูเสียวหลังว่ะมินนี่… เมื่อคืนไอ้คนสั่งงานมันบอกให้ส่ง ‘ของ’ ไปที่โกดังร้างท้ายเมือง แต่ดูสภาพเราตอนนี้สิ งบค่าจ้างยังไม่มีแม้แต่บาทเดียว แล้วกูจะเอาอะไรไปจัดหาไอ้พวกสวะนั่นส่งไปให้มันล่ะวะ!” ก้องที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจเฉิบ ผิดกับลูกน้องทั้งสองคนอย่างสิ้นเชิง เขาหยิบใบปลิวแผ่นใหม่ขึ้นมาดูด้วยความภาคภูมิใจ ใบปลิวนั้นพิมพ์ด้วยหมึกสีแดงฉานสะดุดตา เขียนข้อความตัวเบ้อเริ่มว่า ‘บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: แก้ทุกปัญหาด้วยวิถีสายฟ้าฟาด สนใจติดต่อ: 191’ “พวกมึงไม่ต้องเครียดไป” ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลทว่าฟังดูไม่น่าไว้ใจที่สุด “การตลาดคือหัวใจของธุรกิจ ต่อให้ไม่มีงบ เราก็ต้องสร้างความตื่นตัวให้ผู้คน และวิธีที่เร็วที่สุดคือการให้มืออาชีพเข้ามาจัดการ” “มืออาชีพ? ใคร? มึงอย่าบอกนะว่ามึงจะจ้างนักการตลาดมาน่ะไอ้ก้อง งบเราติดลบจนธนาคารโทรมาด่าแล้วนะ!” จ่อยโพล่งออกมาพลางชี้หน้าก้อง “จะบ้าเหรอจ่อย” ก้องหัวเราะร่วน “กูหมายถึงหน่วยงานที่พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์ยังไงล่ะ มึงดูใบปลิวที่กูแจกไปตอนเช้านี่สิ แจกไปแล้วสามพันใบ ทั่วทั้งย่านการค้า รับรองว่าเย็นนี้โทรศัพท์เราสายไหม้แน่นอน” มินนี่ขมวดคิ้วแน่น เธอคว้าใบปลิวจากมือก้องมาเพ่งดู ดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า “ไอ้ก้อง… นี่มึง... มึงพิมพ์เบอร์ 191 ลงไปเนี่ยนะ!?” “เออ ทำไมล่ะ? เบอร์นี้แหละจำง่ายที่สุด ใครมีปัญหาก็โทรมา จะได้พุ่งตัวไปหาได้ทันทีไง มันคือการบริหารจัดการเชิงรุกแบบมืออาชีพ!” จ่อยแทบสำลักอากาศ “มึงไม่ได้ ‘ป่วนเมือง’ แล้วไอ้ก้อง มึงกำลัง ‘ป่วนสถานีตำรวจ’ ต่างหาก! เบอร์นั่นมันสายด่วนเหตุฉุกเฉิน! คนที่รับสายคือตำรวจ ไม่ใช่พวกเรา!” ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังจะก่อตัว เสียงโทรศัพท์มือถือของก้องก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาทันที ทุกสายตาจ้องมองไปยังหน้าจอที่โชว์เบอร์แปลกหน้า ก้องรับสายด้วยท่าทีวางมาดนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ “สวัสดีครับ บริษัทรับจ้างป่วนเมืองยินดีให้บริการครับ ไม่ทราบว่ามีเหตุฉุกเฉินระดับโลกอะไรให้เราจัดการดีครับ?” “ใครวะ!” เสียงปลายสายเป็นชายฉกรรจ์ดุดันตะคอกกลับมา “นี่กูโทรมาแจ้งเหตุโจรขึ้นบ้าน แต่อันนี้มันเบอร์ศูนย์รับแจ้งเหตุไม่ใช่เหรอวะ แล้วมึงเป็นใครทำไมรับสายแทนตำรวจ!” ก้องยังคงยิ้มกว้าง “อ๋อ คืออย่างนี้ครับพี่ ตำรวจเขาคิวงานเยอะ แต่เราคือ ‘ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ’ ที่ตำรวจมักจะมองข้าม พี่มีปัญหาอะไรบอกผมมา เดี๋ยวผมจัดให้แบบไม่ต้องรอหมายศาล!” มินนี่เอามือกุมขมับ จ่อยถึงกับหน้าซีดเผือดเหมือนคนเห็นผี มินนี่คว้าโทรศัพท์ไปจากมือแล้วรีบกดวางสายพร้อมกับกดปิดเครื่องทันที เธอมองหน้าก้องด้วยสายตาอาฆาต “มึงจบแล้วไอ้ก้อง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตำรวจแล้วนะ แต่มึงกำลังจะทำให้เราถูกจับในข้อหาแอบอ้างเจ้าพนักงานและก่อกวนระบบสายด่วน!” “มึงใจเย็นๆ ก่อนมินนี่” ก้องขยับแว่นสายตาที่ไม่มีเลนส์ “ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ ลองคิดดูสิ ถ้าตำรวจรับสายไม่ได้ พวกเราก็รับแทน พอคนโทรมาแจ้งเหตุ เราก็เสนอตัวเข้าไปเคลียร์ ถ้างานไหนมันยากเกินไป เราก็ค่อยโยนให้ตำรวจทีหลัง แบบนี้แหละที่เรียกว่าการตลาดแบบไฮบริด!” “มึงมันบ้า!” จ่อยลุกขึ้นยืนชี้หน้า “กูลาออก! กูกลับไปซ่อมนาฬิกาที่บ้านยังจะปลอดภัยกว่าอยู่กับมึง!” “เห้ยๆ จ่อยใจเย็น” ก้องรีบคว้าแขนจ่อยไว้ “มึงจำตอนที่แล้วได้ไหม ไอ้คนที่สั่งงานเรามันบอกให้ส่งพวกสวะนั่นไปที่โกดังท้ายเมืองน่ะ ถ้าเราไม่ทำตาม เงื่อนไขการชำระเงินที่มันสัญญาไว้เป็นล้านอาจจะหลุดมือไปนะโว้ย!” จ่อยชะงัก สายตาที่เคยเด็ดเดี่ยวสั่นไหวเล็กน้อย เงินหนึ่งล้านบาทสำหรับคนที่เพิ่งถูกไล่ออกจากโรงงานอย่างเขา มันคือความฝันที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ ทันใดนั้น เสียงเบรกของรถยนต์หลายคันก็ดังลั่นหน้าร้านกาแฟ เสียงรองเท้าคอมแบทหลายคู่กระทบพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้กาแฟในแก้วกระฉอกออกมาเปื้อนโต๊ะ มินนี่เดินไปแอบดูที่หน้าต่างก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าถอดสี “ไอ้ก้อง… จ่อย… มึงมาดูนี่” ก้องและจ่อยรีบวิ่งไปที่หน้าต่างภาพที่เห็นเบื้องล่างคือรถกระบะสีดำสามคันจอดเรียงราย ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์นับสิบคนในชุดดำสนิทเดินลงมาจากรถ มือของพวกเขาทุกคนวางอยู่ที่เอว… ซึ่งมีวัตถุโลหะสีดำเงาแวววับเหน็บอยู่ “นั่นมันไม่ใช่ตำรวจมึงหรอกนะ” ก้องพึมพำ น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัย “ดูท่าทางแล้ว… เหมือนพวกนั้นจะมาหาเรา” ทว่าก่อนที่ก้องจะทันได้ตั้งตัว ประตูกระจกของร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ชายร่างยักษ์คนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะ ใบหน้าในรูปคือภาพของ ‘ก้อง’ ที่กำลังยืนหัวเราะกับใบปลิวของตัวเอง “ชื่อก้องใช่ไหม?” ชายชุดดำถามเสียงเรียบแต่กดดันจนอากาศในร้านดูเบาบางลง “หัวหน้าเราให้มาเชิญตัวไปคุยงานหน่อย เรื่องใบปลิวที่มึงเพิ่งแจกไปน่ะ มันไปขัดขวางทางทำมาหากินของ ‘เจ้านาย’ พวกเราเข้าเต็มๆ” จ่อยหน้าถอดสี มินนี่หยิบที่เปิดขวดกาแฟขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ แต่ก้องกลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาขยับสูทตัวโคร่งของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะยิ้มหวานให้กับชายชุดดำที่ดูเหมือนเพชฌฆาตคนนั้น “เชิญตัวเหรอครับ? ยินดีมากครับ! พอดีผมกำลังต้องการสปอนเซอร์รายใหญ่เข้ามาร่วมทุนบริษัทพอดีเลย ว่าแต่… นายของคุณชอบแนว ‘ป่วนเมือง’ แบบไหนล่ะครับ? เรามีแพ็กเกจตั้งแต่ระดับป่วนย่าน ไปจนถึงระดับล่มระบบรัฐบาลเลยนะสนใจไหม?” ชายชุดดำนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงสับสน ขณะที่มินนี่และจ่อยได้แต่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกว่า “วันนี้พวกเราคงไม่รอดชีวิตกลับไปเห็นแสงอาทิตย์อีกแล้ว” ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น โทรศัพท์มือถือของชายชุดดำก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมารับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันทีที่ฟังเสียงจากปลายสาย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วเขาก็หันมามองก้องด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “นายบอกว่า… มึงคือคนเดียวที่จะช่วยให้แผนการ ‘นั้น’ สำเร็จได้งั้นเหรอ?” ชายชุดดำถามเสียงสั่นพลางลดปืนลงช้าๆ ก้องยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหยิบใบปลิวใบเดิมขึ้นมาแล้วยื่นให้ชายชุดดำอีกครั้ง “บอกนายของคุณด้วยนะ ว่าถ้าจะคุยเรื่องงาน ต้องจ่ายค่าเสียเวลาที่มาทำให้กาแฟผมเย็นชืดด้วย… และสำหรับงานนี้ ราคาเริ่มต้นน่ะ… แปดหลักนะครัช” ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันไร้สติของพวกเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%