"วิ่งสิครับ! จะยืนโพสต์ท่าเท่ให้เงาดำมันเซ็นลายเซ็นหรือยังไงกัน!"
เสียงแหลมสูงปนเสียงหอบสะท้านของมินนี่ดังทะลุความเงียบของลานจอดรถยามวิกาล รองเท้าส้นสูงคู่ชีพของเธอนั้นประกาศศักดาด้วยการหักสะบั้นลงครึ่งท่อนตั้งแต่วินาทีแรกที่เงาร่างประหลาดพวกนั้นก้าวออกมา ทำให้ร่างระหงต้องเปลี่ยนสถานะจาก 'สาวสวยผู้ทรงเสน่ห์' กลายเป็น 'นักวิ่งวิบากระยะสั้น' ที่กระโดดเหยงๆ ด้วยขาข้างเดียวสลับสองข้างอย่างน่าหวาดเสียว
ทว่า ก้อง ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าบริษัทผู้เปี่ยมไปด้วยพลังบวกและมันสมองอันว่างเปล่า กลับยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับผู้กำกับฮอลลีวูดกำลังพิจารณาโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เขายกมือขึ้นลูบคางเบาๆ ทำปากมู่ทู่คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง
"เดี๋ยวก่อนครับคุณมินนี่... คุณลองมองดูดีๆ สิครับ นั่นไม่ใช่เอเลี่ยนหรือสัตว์ประหลาดจากต่างมิติที่ไหนเลย" ก้องชี้มือไปยังเงาดำมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ด้วยจังหวะก้าวเดินที่พร้อมเพรียงราวกับกองทหารหุ่นยนต์ "นั่นมัน... กองทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าตกรุ่นต่างหากล่ะครับ!"
จ่อย ซึ่งกำลังวิ่งนำหน้าไปไกลถึงเสาไฟต้นที่สาม ชะงักกึกจนเกือบหน้าคะมำ เขากะพริบตาปริบๆ หันกลับมามองตามนิ้วของหัวหน้าหนุ่ม แล้วอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าไปทำรัง
"เครื่องใช้ไฟฟ้าเหรอครับพี่ก้อง?" จ่อยทวนคำเสียงหลง "แล้วทำไมมันถึงตัวใหญ่เท่าตึกสองชั้น แถมยังส่งเสียงคำรามเหมือนเครื่องซักผ้าฝาหน้าตอนปั่นหมาดรอบสูงสุดแบบนั้นล่ะครับ!"
"นั่นคือ 'วิญญาณแห่งขยะอิเล็กทรอนิกส์' ที่ถูกพวกเราทอดทิ้งไว้เบื้องหลังยังไงล่ะครับ!" ก้องประกาศกร้าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอินดี้และอินเนอร์ของนักสิ่งแวดล้อมมือสมัครเล่นที่เพิ่งดูสารคดีจบไปเมื่อหนาวที่แล้ว "ในเมื่อพวกเรากำลังจะทำโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน... นี่แหละคือวัตถุดิบชั้นยอด! มนุษย์เรามักจะเกรงกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ แต่สำหรับพวกเรา 'บริษัทรับจ้างป่วนเมือง' ขยะเหล่านี้ก็คือเพื่อนพึ่งพาอาศัยได้ครับ!"
"เพื่อนพึ่งพาบ้านป้าคุณสิครับ! มันกำลังจะเอาสายไฟมารัดคอผมอยู่แล้วเนี่ย!" จ่อยแหกปากลั่นเมื่อสาย LAN ยาวสתิบเมตรจากร่างสีดำร่างหนึ่งพุ่งเลื้อยเข้ามาพันข้อเท้าของเขาจนล้มกลิ้งไปกับพื้นคอนกรีต
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นใน1อึดใจ กลิ่นอายของฝุ่นผง พลาสติกไหม้ และสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลานจอดรถใต้ดินที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่างมนุษย์ถังแตกสามคน กับกองทัพซากเครื่องใช้ไฟฟ้ากลายพันธุ์ที่เกิดจากความมักง่ายในการทิ้งขยะของคนเมือง
มินนี่ที่หนีมาหลบอยู่หลังเสาต้นเดียวกับก้อง หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนใสชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอปรายตามองหัวหน้าหนุ่มด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อมือสั่นเทาหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาถือต่างอาวุธ
"นี่... ก้องคะ... เอ๊ย! ก้องครับ!" มินนี่เกือบหลุดคำต้องห้ามออกมาด้วยความตกใจกลัว เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ "ฉันเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าวันนี้พวกเราต้องมาตายเพราะตู้เย็นซัมซุงรุ่นปี 2010 ถล่มทับร่าง ฉันจะตามไปหลอกหลอนตระกูลคุณจนถึงรุ่นเหลนเลยคอยดู!"
"ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณมินนี่ ความกลัวคือจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ แต่ถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์... เราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเงินได้ครับ!" ก้องหันมายิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวสะอาด ตัดกับความมืดและเงาดำที่รายล้อมรอบตัว "ในเมื่อพวกมันคือของเหลือใช้ งั้นเราก็มาทำแคมเปญ 'ช่วยโลกด้วยของเหลือใช้' ปราบพวกมันด้วยวิธีรักษ์โลกกันเถอะครับ!"
"ปราบด้วยวิธีรักษ์โลก? พูดภาษาคนหน่อยครับพี่ ผมโดนเครื่องปั่นน้ำผลไม้ล็อกคออยู่แล้วเนี่ย!" จ่อยตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง ร่างท้วมๆ ของอดีตวิศวกรดิ้นพลั่กๆ อยู่บนพื้น
ก้องไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปในห้องเก็บของชั่วคราวของตึกสำนักงานอย่างคล่องแคล่ว มือคว้ากล่องกระดาษลูกฟูก เทปกาวตราช้างห้าลัง และถุงพลาสติกสีดำนับร้อยใบออกมาเทกองไว้ตรงหน้า ก่อนจะหันมาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเกินเหตุราวกับนายพลกำลังวางแผนยุทธศาสตร์กู้ชาติ
"จ่อย! นายถอดเสื้อกราวน์ออกแล้วเอาไปพันรอบใบพัดของพัดลมยักษ์นั่นซะ! ส่วนคุณมินนี่ ใช้สกิลการเหวี่ยงวาดมืออันทรงพลังของคุณ ตบหน้าจอคอมพิวเตอร์หลอดแก้วโบราณตัวนั้นให้มันเกิดไฟฟ้าลัดวงจรซะ!"
มินนี่อ้าปากค้าง "หา? ให้ฉันไปตบหน้าจอคอมพิวเตอร์เนี่ยนะ? หน้าฉันดูเหมือนนักมวยปล้ำกึ่งอาชีพหรือไงยะ!"
"เชื่อผมเถอะครับ! มนุษย์เราเอาชนะเทคโนโลยีได้ด้วยความป่าเถื่อนเสมอ!" ก้องว่าพลางคว้าลังกระดาษมาสวมหัวแล้วเอาเทปกาวพันรอบตัวจนกลายเป็น 'มนุษย์กล่องกระดาษรักษ์โลก' แบบเฉพาะกิจ "ส่วนผม... จะเจรจากับบอสใหญ่ของพวกมันเองครับ!"
ภาพเบื้องหน้าคือความอลหม่านที่หลุดออกมาจากภาพยนตร์ตลกร้าย จ่อยใช้เสื้อกราวน์พันเกาะติดกับมอเตอร์พัดลมจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบ ส่งเสียงร้องโอดครวญแต่มือยังคงพันอย่างไม่คิดชีวิต ด้านมินนี่ที่จำใจต้องสลัดภาพสาวออฟฟิศผู้เรียบร้อย เธอกัดฟันกรอด เดินอาดๆ เข้าไปหาหน้าจอคอมพิวเตอร์โบราณตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ แล้วบรรจงซัดฝ่ามืออรหันต์เข้าใส่ปุ่ม Power อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
*เปรี๊ยะ! ปัง! ซ่า...*
ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วทิศทาง แรงกระแทกจากการช็อตทำให้กองทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าตกรุ่นส่งเสียงร้องโหว่เวกโวยวาย ฟังดูคล้ายเสียงคลื่นวิทยุที่ไม่มีคลื่นความถี่ ก่อนที่ร่างมหึมาเหล่านั้นจะค่อยๆ ทรุดตัวลงและแยกสลายกลายเป็นกองขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันจางๆ และเสียงหอบหายใจของสามหนุ่มสาวที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นคอนกรีต
ก้องค่อยๆ ดึงลังกระดาษออกจากหัว ใบหน้าเปื้อนเขม่าดำแต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะยังคงประดับอยู่ครบถ้วน เขานอนมองเพดานลานจอดรถแล้วหัวרויะออกมาเบาๆ
"เห็นไหมล่ะครับทุกคน... โลกเราปลอดภัยแล้ว และที่สำคัญที่สุด..." ก้องลุกขึ้นยืนชูมือขึ้นฟ้าอย่างผู้ชนะ "พวกเราได้แยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะรีไซเคิลเรียบร้อยแล้วด้วยครับ! นี่แหละคือพลังของคนว่างงานอย่างแท้จริง!"
มินนี่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น เธอใช้มือทุบพื้นคอนกรีตระบายความแค้น "ฉันเกลียดคุณ... ฉันเกลียดบริษัทนี้... และฉันเกลียดตัวเองที่หลงเชื่อคำว่า 'โปรเจกต์กู้โลก' ของคุณที่สุดเลยไอ้หัวหน้าบ้า!"
จ่อยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง น้ำตาซึม "ผมอยากกลับบ้านไปซ่อมตู้เย็นที่บ้านจังเลยครับพี่..."
ท่ามกลางความโล่งอกและเสียงบ่นระงมของลูกน้องทั้งสอง ทว่า ในวินาทีที่กשרก้องกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเซลฟีกับกองขยะรีไซเคิลเพื่ออัปโหลดลงโซเชียลมีเดียเรียกยอดไลก์นั้นเอง... เสียงปรบมือเป็นจังหวะเชื่องช้า เยือกเย็น และน่าขนลุก ก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดสุดของลานจอดรถที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟส่องถึง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นตอของเสียงพร้อมกันด้วยความหวาดระแวง ร่างของใครคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดทีละก้าว... สวมสูทสีดำสนิทเนียบกริบ ใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยสีขาวสะอาดตา แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ ในมือข้างหนึ่งของเขากำลังลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่ส่งเสียงติ๊กต็อกๆ คล้ายนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง
"ทำได้ไม่เลนานี่ครับ... คุณก้อง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอยยิ้มภายใต้หน้ากากนั้นซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ "แต่เกรงว่า... ขยะที่คุณเพิ่งกำจัดไปเมื่อครู่ จะเป็นแค่ 'ตัวอย่างทดลอง' ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นในอีก... สาม... สอง..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมผจญภัยไปกับความป่วนในตอนนี้ด้วยนะครับ
บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 31
โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!