สาม... สอง... เสียงนับถอยหลังในความมืดที่ก้องกังหันอยู่ในโสตประสาทของก้อง ไม่ได้ทำให้เขาหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาสีเข้มภายใต้แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ของตรอกซอกซอยหลังภัตตาคารหรู กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย
"คุณก้องครับ! ผมว่า... ผมว่าไอ้เสียงนับถอยหลังเมื่อกี้มันไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุกแน่ๆ แล้วล่ะครับ" จ่อยส่งเสียงกระซิบกระซาบ ร่างผอมเกร็งสั่นเทาพับเพียบอยู่หลังถังขยะใบยักษ์ มือซ้ายกำตะหลิวเก่าๆ ที่หยิบติดมือมาจากห้องครัวชั่วคราวแน่นเสียจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"ตั้งสติไว้สิครับคุณจ่อย! ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ มีแต่คำว่า... งบประมาณหมดแล้วจะหาจากไหนต่างหาก!" ก้องหันมาตบไหล่เพื่อนร่วมทีมฉับๆ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจเกินร้อย ทั้งที่สภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขามีคราบซอสมะเขือเทศประดับอยู่ราวกับผ่านสนามรบ
"นี่พวกนายสองคนจะมาสติแตกอะไรกันตรงนี้ยะ!" มินนี่โผล่พรวดขึ้นมาจากหลังลังกระดาษลูกฟูก เธอสวมชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงที่ซื้อมาจากตลาดมือสองราคาเก้าสิบเก้าบาท แต่ด้วยทรวดทรงองค์เอวและการจัดแต่งทรงผมด้วยกิ๊บหนีบผ้า ทำให้เธอดูลึกลับและน่าเกรงขามในคราบเซเลบตกอับ "ข้างนอกนั่นแขกเหรื่อระดับไฮโซเขากำลังรอปาร์ตี้เปิดตัวโปรเจกต์ 'กู้โลกด้วยเศษอาหาร' อยู่นะยะ! แล้วดูสภาพพวกนายสิ... จัดงานอีเวนต์ระดับพันล้าน แต่ใช้งบลงทุนไปทั้งหมด... สามสิบห้าบาทถ้วน!"
"สามสิบสี่บาทสลึงต่างหากครับคุณมินนี่ เศษเหรียญสลึงนั่นผมทอนมาจากร้านโชห่วยตอนซื้อน้ำปลา" จ่อยแก้เสียงอ่อย
ก้องยกมือขึ้นห้ามปรามทั้งสองด้วยท่าทางสุขุมราวกับผู้บริหารระดับสูงกำลังคุมสถานการณ์วิกฤต สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องว่างของฝาถังขยะสเตนเลสขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็น 'โต๊ะวีไอพี' สำหรับต้อนรับแขกพิเศษ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟปิงปองที่ร้อยต่อกันด้วยสายไฟพัดลมเก่าๆ ทอดเงาทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น กลิ่นอายของความหรูหราแบบประหยัดลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอน้ำทิ้ง
ใช่... นี่คือโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทรับจ้างป่วนเมือง
การจัดงานกาล่าดินเนอร์สุดหรูหราอลังการ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มทุนใหญ่ ในงบประมาณเท่ากับการซื้อข้าวแกงสองจาน!
"จำไว้นะครับทุกท่าน..." ก้องโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกฮึกเหิมอย่างประหลาด "ความหรูหราไม่ได้วัดกันที่ราคาของวัตถุดิบ แต่มันวัดกันที่ 'สตอรี่' และ 'อินเนอร์' ของผู้เสิร์ฟ เมนู 'สเต็กเนื้อวากิวซอสตราหอยนางรม' ที่เราทำจากเศษเนื้อติดกระดูกหลังเขียงหมูเมื่อเช้า หากเราเสิร์ฟด้วยรอยยิ้มและท่าทางที่มั่นใจ มันก็จะกลายเป็นเมนูระดับมิชลินสตาร์ในทันทีครับ!"
"แต่มันเหนียวเคี้ยวยังกะยางรถยนต์นะคุณก้อง!" มินนี่แยกเขี้ยวใส่ "ฉันเกือบสำลักกระดูกอ่อนติดคอตอนซ้อมชิมเมื่อกี้ ดีนะที่ตบหน้าอกตัวเองไปสามทีไม่งั้นได้ไปเกิดใหม่แน่ๆ"
"นั่นแหละครับคือเสน่ห์! อาหารที่ต้องใช้พลังงานในการเคี้ยวเยอะ จะช่วยเผาผลาญแคลอรีให้แขกในงาน หุ่นดีสุขภาพเยี่ยมไปในตัว... เห็นไหมครับว่าเราไม่ได้แค่จัดงานเลี้ยง แต่เรากำลังใส่ใจสุขภาพของลูกค้าด้วยซ้ำ" ก้องอ้างหน้าตาเฉย
ก่อนที่มินนี่จะทันได้ง้างมือตบกบาลหัวหน้าจอมเพลย์บอย เสียงดนตรีแจ๊สคลาสสิกที่เปิดจากลำโพงบลูทูธราคาถูกก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่าประตูเหล็กบานใหญ่ที่กั้นระหว่างลานจอดรถหลังร้านกับห้องจัดเลี้ยงกำลังจะถูกเปิดออก
หัวใจของจ่อยหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มะ... มาแล้วครับคุณก้อง แขกวีไอพีกลุ่มแรกเดินมาทางนี้แล้ว!"
เงาร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าตรอกซอกซอย แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือส่องสว่างวาบ ชายปริศนาผู้สวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิทคนเดิมก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ฝ่าเท้ากระทบกับพื้นปูนแห้งๆ เกิดเสียงก้องกังวานน่าขนลุก ด้านหลังของเขาคือกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำอีกสามคนที่แบลังกระดาษปริศนาท่าทางน่าสงสัย
บรรยากาศในตรอกขยะพลันลดฮวบลงจนเยือกเย็น เสียงเพลงแจ๊สกลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากหลังที่ดูน่าขันเมื่อเทียบกับสถานการณ์ตรงหน้า
ก้องยืดอกขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มสุภาพถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างใจเย็น เขาก้าวเดินออกจากหลังถังขยะ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วผายมือออกกว้างราวกับเจ้าภาพผู้ทรงเกียรติกำลังต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
"ยินดีต้อนรับสู่ 'แกรนด์ กาล่า: รีไซเคิล พาราไดซ์' ครับท่าน... ผมก้อง ประธานบริหารบริษัทรับจ้างป่วนเมือง หวังว่าสถานที่และบรรยากาศยามค่ำคืนนี้ จะสร้างความประทับใจให้ท่านไม่มากก็น้อยนะครับ"
ชายสวมหน้ากากหยุดเดิน ห่างจากก้องเพียงแค่สามก้าว ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยภายใต้เงาของหมวกปีกกว้าง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ตรอกซอกซอยที่มีถังขยะเป็นเฟอร์นิเจอร์ และลังกระดาษเป็นโต๊ะอาหาร ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"น่าสนใจ... จัดงานหรูในกองขยะ สมกับที่เป็นคุณจริงๆ นะครับ คุณก้อง" ชายสวมหน้ากากเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "แต่เกรงว่า... อาหารที่คุณภูมิใจนักหนานั้น คงไม่ต้องรอให้แขกได้ชิมหรอกครับ..."
สิ้นคำพูดนั้น ชายชุดดำด้านหลังก็ยกกล่องกระดาษขึ้นแล้วเท 'พรวด' ลงบนพื้นซีเมนต์ตรงกลางวง!
ร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกลิ้งหลุนๆ ออกมาจากกองกระดาษ มันคือตุ๊กตาหุ่นเชิดกลไกหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตากลมโตสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ หน้าอกของมันพองโตขึ้นด้วยเสียงปั๊มลมดังฟ่อ... และที่น่ากลัวที่สุดคือ บนตัวของมันมีนาฬิกาดิจิทัลสีแดงสดกำลังนับถอยหลังตัวเลขกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ
*สิบ... เก้า... แปด...*
"นั่นมัน... ระเบิดเวลาประเภทไหนกันวะเนี่ย!" จ่อยร้องลั่นกระโดดหลบไปอยู่หลังถังขยะทันที
มินนี่กรี๊ดลั่นเอามือปิดหู หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด "ไอ้บ้านี่มันบ้าว่านซะแล้ว! ก้อง! จัดการด่วนเลยนะยะ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของก้องเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองตัวเลขสีแดงที่กำลังวิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลอย่างหนักหน่วงภายใต้สถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
ชายสวมหน้ากากก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นหลังหน้ากาก "ของขวัญชิ้นพิเศษจากผม... หวังว่าคุณจะสนุกกับงานเลี้ยงนี้นะครับ... ลาก่อน"
ร่างนั้นหันหลังเตรียมก้าวเดินหนีหายไปในความมืด ทิ้งให้ก้องยืนอยู่เบื้องหน้าระเบิดปริศนาที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น!
ก้องสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วเสี้ยววินาที... แล้วลืมตาโพรงขึ้นด้วยประกายตาแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
"ทุกคนหมอบลงครับ!" ก้องตะโกนก้องตรอก ก่อนพุ่งตัวเข้าใส่กล่องระเบิดปริศนานั้นด้วยความเร็วแสง!
*สาม... สอง... หนึ่ง...*
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมหัวเราะไปด้วยกันเสมอนะครับ
บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 32
งานจัดเลี้ยงหรูในถังขยะ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!