บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 28

ท้าดวลธุรกิจข้างเคียง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะใช้จานรองแก้วนี่ปาหัวคุณให้กะโหลกแยกเหมือนฟองนมคาปูชิโน่เลย!” มินนี่ตวาดลั่นพลางเงื้อจานรองแก้วเซรามิกในมือขึ้นเหนือหัว ดวงตาเรียวสวยจ้องเขม็งไปที่เงามืดหลังบานประตูที่กำลังขยับเปิดออก เสียงโซ่เหล็กที่ครูดไปกับพื้นปูนบาดหูจนก้องต้องยกมือขึ้นอุดหูตัวเองแน่น ส่วนจ่อยนั้นถอยกรูดไปจนหลังชนกับตู้เย็นเก่าๆ ที่แทบไม่มีความเย็นเหลืออยู่ ประตูค่อยๆ เปิดกว้างออก... เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มที่ดูสะอาดสะอ้านเกินเหตุ เขาลากถุงขยะใบยักษ์ที่มีโซ่ล่ามพันไว้แน่นหนาเข้ามาในออฟฟิศ ก่อนจะวางโครมลงจนฝุ่นตลบ ทั้งสามคนกลั้นหายใจรอรับการจู่โจม แต่สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่ระเบิดหรืออาวุธสงคราม แต่มันคือ ‘กลิ่นกาแฟคั่วบด’ ที่หอมฟุ้งจนชวนเลี่ยน “สวัสดีครับ... ผม ‘พี่เคน’ เจ้าของร้าน ‘เดอะ คอฟฟี่ บาริสต้า’ ข้างๆ นี่เอง” ชายหนุ่มรูปงามผมเซตเนี้ยบก้มหัวลงอย่างสุภาพ แต่ดวงตาของเขากลับกวาดมองสภาพออฟฟิศที่ดูเหมือนถังขยะรวมร่างกับห้องเก็บของเก่าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “พอดีได้ยินว่าพวกคุณกำลังว่างงาน ผมเลยเอาของเหลือจากร้านมาแบ่งปัน เผื่อพวกคุณจะเอาไปทำ ‘ธุรกิจกู้โลก’ อะไรนั่นได้บ้าง” ก้องขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อรักษาหน้าของหัวหน้าบริษัท “ขอบใจนะ แต่เรายังไม่มีนโยบายรับของบริจาค... โดยเฉพาะจากคู่แข่งที่เปิดร้านกาแฟบังหน้าแต่แอบปล่อยไวไฟช้าๆ ให้ลูกค้าแบบพวกคุณ!” “เหรอครับ?” พี่เคนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะควักคูปองส่วนลด 90% ของร้านเขาออกมาวางบนโต๊ะไม้ผุๆ ของก้อง “ร้านผมเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่ล้ำสมัยที่สุดในย่านนี้ ลูกค้าของคุณน่ะเหรอ? ตอนนี้เขากำลังต่อคิวรอชิม ‘ลาเต้อาร์ตหน้าใบหน้าก้อง’ กันอยู่เชียวล่ะ... ผมแค่มาเตือนว่า ถ้าไม่อยากเจ๊งสนิท ก็รีบย้ายออกไปก่อนที่ผมจะซื้อตึกนี้ทำที่จอดรถบดเมล็ดกาแฟก็แล้วกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมออฟฟิศ จ่อยถึงกับหน้าถอดสี มินนี่ลดจานรองแก้วลงแต่ยังกำแน่นจนข้อนิ้วขาว ส่วนก้อง... ร่างกายเขาสั่นเทา ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะความเลือดขึ้นหน้า “มินนี่ จ่อย” ก้องหันไปหาลูกน้องด้วยสายตาที่มุ่งมั่นราวกับจะออกรบ “ไปหยิบกระดานไวท์บอร์ดมา เราจะทำโปรเจกต์ ‘ล้างบางร้านกาแฟ’ กันเดี๋ยวนี้!” ตลอดทั้งบ่าย ออฟฟิศที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นสมรภูมิไอเดีย ก้องพยายามนำเสนอเมนู ‘กาแฟใส่ยาดม’ เพื่อความสดชื่นแบบก้าวกระโดด ในขณะที่จ่อยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจด้วยตรรกะว่าการทำกาแฟให้แรงพอจะทำให้ลูกค้าหัวใจเต้นเร็วเท่ากับจังหวะชีวิตคนเมืองจะสร้างความได้เปรียบ มินนี่ทำหน้าที่ตบมุกและตบหัวก้องเป็นระยะทุกครั้งที่เขานำเสนอแผนการที่ดูเหมือนการฆ่าตัวตายมากกว่าการทำธุรกิจ “ฟังนะก้อง! ถ้าเราขายกาแฟกากๆ เราก็แค่คนขายกาแฟ แต่มันต้องมี ‘สตอรี่’!” มินนี่เคาะปากกาลงบนโต๊ะ “เราจะทำกาแฟที่ชื่อว่า ‘กาแฟตกงาน’ ใครสั่งแก้วนี้ เราจะเล่าเรื่องชีวิตห่วยๆ ของก้องให้ฟังฟรีๆ รับรองลูกค้าแห่มานั่งสงสารจนล้นร้าน!” “อัจฉริยะมากมินนี่!” ก้องร้องลั่น “แล้วถ้าเราแถม ‘คำทำนายอนาคต’ จากจ่อยด้วยล่ะ คนต้องยอมจ่ายแพงแน่ๆ!” จ่อยถอนหายใจยาว “คำทำนายผมคือ... เราจะโดนฟ้องข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้าครับหัวหน้า” แต่ความคึกคะนองก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงกริ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบผ่านกระจกหน้าต่างที่ขุ่นมัว พี่เคนไม่ได้กลับไปอย่างที่คิด แต่เขากลับมายืนจ้องอยู่ที่หน้าต่างพร้อมกับชายชุดดำอีกสามคนที่มีท่าทีคุกคามชัดเจน “ยังไม่ไปอีกเหรอครับ?” พี่เคนตะโกนผ่านกระจก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากสุภาพบุรุษกลายเป็นผู้ล่า “ผมลืมบอกไปว่า ตึกนี้มันไม่ได้เป็นของคุณตั้งแต่วันที่พวกคุณค้างค่าเช่าเดือนที่สามแล้ว และเผอิญ... เจ้าของตึกคนใหม่ก็คือ ‘หุ้นส่วนใหญ่’ ของร้านกาแฟผมเอง” ก้องชะงัก จ่อยอ้าปากค้าง มินนี่รีบวิ่งไปล็อกประตู แต่ทว่า... กลอนประตูที่พวกเขามั่นใจนักหนาว่าแข็งแรง กลับถูกมือใหญ่ยักษ์ของชายชุดดำผลักจนบานพับงอและกระเด็นหลุดออกจากวงกบราวกับทำด้วยกระดาษ ชายชุดดำคนหนึ่งเดินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นซิการ์ราคาแพงโชยเข้าจมูกของก้อง เขาสวมสูทสีเทาเนี้ยบกริบและถือเอกสารสีทองในมือ สายตาที่เย็นชาของเขากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ก้อง “คุณก้อง... ถึงเวลาปิดฉากโปรเจกต์กู้โลกของคุณแล้วครับ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะกลางพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนาวเหน็บจนเข้ากระดูก “นี่คือหมายศาลขับไล่ และถ้าคุณไม่มีเงินก้อนใหญ่มาจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่คุณเคยทำไว้กับ ‘อาณาจักรธุรกิจ’ ของเรา... พรุ่งนี้เช้า ออฟฟิศแห่งนี้จะกลายเป็นเพียงกองขยะที่ถูกรถบดทับ” ก้องก้มมองหมายศาล มือของเขาสั่นเทา แต่แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น จ้องตากับชายชุดดำด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว “คุณคงเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่ง” ก้องยิ้มมุมปาก พลางหยิบปากกาเคมีขึ้นมาเขียนบางอย่างลงบนหมายศาล “พวกเราไม่ใช่แค่คนว่างงาน แต่เราคือบริษัทรับจ้างป่วนเมือง... และการป่วนของคุณ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้เอง” จ่อยและมินนี่หันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ ขณะที่ก้องค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำโดยไม่หวั่นเกรง ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของก้องก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน... ปลายสายคือเสียงของผู้หญิงที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก แต่หล่อนกลับพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับตัวแข็งทื่อ “ถ้าอยากได้ที่อยู่ของ ‘เจ้าของตึกตัวจริง’ ที่คุณตามหามาตลอดสามปี... ให้โยนหมายศาลทิ้งซะ แล้วหันหลังไปมองที่ใต้พื้นไม้กระดานตรงมุมห้องตอนนี้!” ขอบคุณที่ร่วมผจญภัยไปกับความป่วนในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%