"ไอ้ก้อง! มึงจะบ้าตายหรือไง ถ้ากูงัดพื้นบ้านคนอื่นพังแล้วเจ้าของเขาไม่ยอมขึ้นมา กูกับมึงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงในตารางแทนนะโว้ย!"
จ่อยคำรามลั่นพลางถือชะแลงเหล็กสั่นระริก มือไม้ของอดีตวิศวกรผู้แสนซื่อสั่นเทามากกว่าปกติ ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังแผ่นไม้กระดานที่ดูเก่าคร่ำคร่าตรงมุมห้อง ก้องในชุดสูทมือสองไซส์ใหญ่กว่าตัวยืนกอดอกพิงผนังทำท่าครุ่นคิดเหมือนนักสืบในหนังฮอลลีวูด แต่ความจริงคือเขากำลังพยายามกลั้นขำกับความตื่นตระหนกของเพื่อน
มินนี่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ เธอใช้ปลายรองเท้าส้นสูงเขี่ยเศษฝุ่นบนพื้นพลางทำหน้าเอือมระอา "หยุดโวยวายสักทีจ่อย! ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้ามันไม่มีอะไรอยู่ใต้พื้นนั่น ฉันจะเอาชะแลงอันนี้แหละ ฟาดหัวคนสั่งให้ขุดอย่างนายก้องให้ความจำเสื่อมไปเลย"
"ใจเย็นๆ พวกคุณทั้งสองคนครับ" ก้องยืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปหาจุดนั้น "ที่คำใบ้บอกว่าให้โยนหมายศาลทิ้ง แล้วมองใต้พื้นไม้กระดาน... มันไม่ใช่คำสั่งให้งัดครับ แต่มันคือคำสั่งให้ 'เลื่อน' ต่างหาก"
ก้องไม่ได้ใช้ชะแลง แต่เขากลับใช้นิ้วชี้เคาะจังหวะลงบนไม้กระดานสามครั้ง ก่อนจะดันมันไปทางซ้ายสุดแรง ไม้กระดานแผ่นนั้นไม่ได้พังลง แต่กลับเลื่อนหลุดออกจากรางเผยให้เห็นช่องลับขนาดไม่ใหญ่มาก ข้างในมีซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะถูกซ่อนไว้ในบ้านร้างมานานสามปี
"เจ้าของตึกตัวจริง... คือใครกันแน่ครับ?" จ่อยขยับเข้าไปใกล้ ลมหายใจขาดห้วง
"นั่นสิครับ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เราไม่ได้มีเวลามาไขปริศนานั่นแล้ว เพราะมี 'ลูกค้า' ที่กระเป๋าหนักพอจะซื้อตึกทั้งตึกนี้ได้ กำลังรอเราอยู่ข้างนอกนั่น" ก้องหยิบจดหมายขึ้นมาโดยยังไม่เปิดอ่าน แล้วยัดมันลงในกระเป๋าเสื้อสูท "ไปกันเถอะครับ งานจ้างระดับวีไอพีรออยู่ เขาต้องการเพื่อนคุย 24 ชั่วโมง ค่าตัวหกหลัก... ความเหงาของมหาเศรษฐีมักมาพร้อมกับตัวเลขที่น่าพอใจเสมอ"
***
คฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้าดูเงียบเหงาเกินกว่าจะเป็นที่พักอาศัยของมหาเศรษฐีระดับประเทศ "คุณท่าน" หรือ "คุณธนา" ชายชราวัยเจ็ดสิบที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกริมระเบียงกระจก สายตาของเขาเหม่อมองไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่างอย่างว่างเปล่า
"มาแล้วเหรอครับ..." เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง
"มาตามนัดครับคุณธนา" ก้องเดินนำเข้าไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ในขณะที่มินนี่พยายามกวาดสายตามองหาว่าลูกค้าคนนี้มีอาวุธหรือกับดักอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ส่วนจ่อยยังคงระแวงว่าการมาเป็นเพื่อนคุย 24 ชั่วโมงครั้งนี้อาจจะมีอะไรแอบแฝง
"พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงจ้างพวกคุณ?" ธนาหันมามอง ทั้งสามคนชะงัก "เพราะพวกคุณดูเป็นคนโกหกไม่เนียน... และนั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมไม่อยากฟังความจริงที่เคลือบด้วยคำพูดหรูหราของบรรดาทนายหรือลูกหลานที่จ้องจะฮุบสมบัติ ผมอยากฟังอะไรที่ไร้สาระ เพื่อให้ผมลืมว่าตัวเองกำลังจะตาย"
มินนี่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "คุณธนาคะ นี่มันงานจ้างหรือนิทานกล่อมเด็กกันแน่คะ? ถ้าอยากฟังเรื่องไร้สาระ จ้างคณะตลกไปน่าจะถูกกว่าเยอะ"
ธนาหัวเราะร่า เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วห้อง "คณะตลกพวกนั้นมีสคริปต์ครับ แต่พวกคุณ... พวกคุณคือความวุ่นวายที่เดินได้ ผมเห็นประวัติพวกคุณแล้ว การรับจ้างป่วนเมืองด้วยวิธีที่งี่เง่าที่สุดคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดในรอบหลายปี"
ตลอด 12 ชั่วโมงแรกผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง ก้องพยายามเล่าเรื่องทฤษฎีสมคบคิดที่ว่ามนุษย์ต่างดาวแฝงตัวอยู่ในคราบของแมวจรจัด จ่อยพยายามอธิบายหลักการสร้างเครื่องยนต์ด้วยเศษกระป๋องเบียร์จนคุณธนาหัวเราะจนน้ำตาไหล ส่วนมินนี่ก็คอยตบมุกให้สถานการณ์มันดูหลุดโลกเข้าไปใหญ่
แต่เมื่อเข็มนาฬิกาเข้าใกล้เวลาเที่ยงคืน บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป คุณธนาเริ่มเหม่อมองไปที่รูปภาพบนผนัง เป็นภาพถ่ายกลุ่มเพื่อนสมัยหนุ่มสาว และหนึ่งในนั้นมีคนที่มีใบหน้าคล้ายกับ 'เจ้าของตึก' ที่ก้องกำลังตามหาอยู่
"พวกคุณรู้ไหม..." คุณธนาพูดขึ้นทำลายความเงียบ "ก่อนที่ผมจะตาย ผมได้ซ่อนบางอย่างไว้ในตึกหลังที่ผมเคยทำธุรกิจเมื่อสามสิบปีก่อน ตึกที่ตอนนี้กลายเป็นตึกร้างที่พวกคุณเข้าไปวุ่นวายอยู่..."
ก้องขยับตัวนั่งหลังตรงทันที สัญชาตญาณนักสืบเพ้อเจ้อของเขาส่งสัญญาณเตือนภัย "ตึกนั้นเหรอครับ?"
"ใช่... ผมรู้ว่ามีคนพยายามตามหามัน ผมจ้างพวกคุณมาไม่ใช่เพราะเหงาหรอก แต่เพราะผมรู้ว่าพวกคุณเข้าไปในนั้นแล้ว และผมต้องการให้พวกคุณเป็นคนทำลายสิ่งที่ผมทิ้งไว้ ก่อนที่คนที่กำลังไล่ล่าพวกคุณจะพบมัน"
ธนาหยิบรีโมทขึ้นมาแล้วกดปุ่ม หน้าจอขนาดใหญ่บนผนังเปิดขึ้น ภาพจากกล้องวงจรปิดในตึกร้างที่ก้องเพิ่งออกมาปรากฏชัดเจน และที่น่าขนลุกคือ... มีเงาคนชุดดำสามคนกำลังยืนอยู่ที่จุดเดียวกับที่ก้องเพิ่งหยิบจดหมายออกมา
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อทวงตึกคืน แต่พวกมันมาเพื่อฆ่าทุกคนที่รู้ความลับของตึกหลังนั้น" ธนาหันมามองก้อง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ "รวมถึงพวกคุณด้วย"
ก้องหยิบจดหมายในกระเป๋าเสื้อออกมา มือสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ฉีกซองออก ภายในนั้นไม่ใช่โฉนดที่ดิน หรือกุญแจเซฟ แต่เป็นรูปถ่ายใบเดียวที่ทำให้หัวใจของก้องแทบหยุดเต้น
มันคือภาพถ่ายของก้อง... ตอนที่ยังเป็นเด็กทารกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนเดียวกับที่ยืนอยู่ข้างคุณธนาในรูปถ่ายบนผนัง และด้านหลังรูปมีลายมือเขียนไว้ว่า... *'พ่อขอโทษ'*
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างคฤหาสน์ก็แตกกระจายพร้อมกับแรงระเบิดจากระเบิดควัน!
"ก้อง! ระวัง!" จ่อยตะโกนสุดเสียงเมื่อเงาดำสามร่างพุ่งทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับลำแสงเลเซอร์ที่ชี้เป้ามาที่หน้าอกของก้อง
ก้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าหัวหน้ากลุ่มชายชุดดำที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางควันไฟที่ตลบอบอวล ชายคนนั้นถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับก้องทุกประการราวกับส่องกระจก!
"ยินดีที่ได้เจอหน้ากันนะ... น้องชาย"
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและปริศนาในบทนี้ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะครับ
ฮาไม่จำกัด ครับ
บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 29
ลูกค้าวีไอพีที่ป่วนหนัก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!