บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 34

การแสดงละครเวทีที่พังไม่เป็นท่า

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคุณกล้าก้าวเท้าออกมาจากเงามืดนั่นอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่านั่นเป็นการประกาศสงครามเต็มรูปแบบนะครับ" ก้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามรักษาระดับเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ขาของเขาจะสั่นจนแทบจะเต้นระบำไปกับพื้นเวทีไม้เก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะชีพจรที่เต้นแรง ร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดขยับตัวช้าๆ แสงไฟสปอร์ตไลท์สีแดงฉานที่ใช้ประกอบการแสดงละครแก้บนเรื่อง 'ขุนศึกกู้แผ่นดิน' สาดส่องไปกระทบใบหน้าที่คุ้นตาจนน่าขนลุก... ท่านผู้การวิชัย คู่ปรับเก่าที่ควรจะนั่งจิบไวน์อยู่ในคฤหาสน์หรู ไม่ใช่มายืนจ้องเขม็งอยู่หลังฉากละครเวทีราคาถูกแบบนี้ "สงครามเหรอ ก้อง? นายยังเพ้อเจ้อไม่เปลี่ยนเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้น พร้อมกับที่เขาก้าวออกมา เผยให้เห็นชายฉกรรจ์อีกสองคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนขนาบข้าง ราวกับหลุดออกมาจากหนังมาเฟียเกรดบี "นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นตลกนะครับท่าน" มินนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้องก้าวออกมาข้างหน้า พลางขยับชุดเกราะเหล็กแผ่นสังกะสีที่ทำจากฝาหม้อดัดแปลง "ถ้าจะมาทวงเงินค่าจ้างป่วนงานแต่งลูกสาวท่านเมื่อเดือนก่อน บอกเลยว่าพวกเราเอาไปละลายกับค่าเช่าสตูดิโอหมดแล้ว" "เงียบไปเลยมินนี่!" ก้องกระซิบดุพลางดึงแขนเพื่อนร่วมทีมสาวไว้ "เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้ไหวพริบ ไม่ใช่ใช้ปาก" "ไหวพริบเหรอ?" จ่อยที่ยืนถือกริชไม้ปลอมอยู่ข้างๆ โพล่งขึ้นมาด้วยหน้าตาตายด้าน "ตอนนี้ชุดข้าเป็นมหาเทพ ส่วนก้องเป็นขุนศึก แล้วเรากำลังจะแสดงบท 'ระบำดาบสยบมาร' ต่อหน้าคนดูสามร้อยชีวิตที่จ้างเรามาแก้บน ถ้าไอ้คนพวกนี้ไม่ยอมถอยไป เราจะโดนตบตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มฉากแรกด้วยซ้ำนะครับ" สถานการณ์บนเวทีเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เสียงดนตรีไทยเดิมแบบรีมิกซ์เร่งจังหวะเร้าอารมณ์จากเครื่องเสียงที่พังเป็นพักๆ ดังขัดจังหวะความเงียบที่น่าอึดอัด คนดูด้านล่างเริ่มส่งเสียงโห่ร้องเพราะคิดว่านี่คือ 'การแสดงสด' ที่ตื่นเต้นที่สุดที่เคยเห็นมา "เอาล่ะครับ ในเมื่อพวกคุณไม่ถอย" ก้องกัดฟันกรอด ก่อนจะหันไปหาจ่อยและมินนี่ "เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า... แผน 'ละครลวงโลก' เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!" ก้องกระชากดาบไม้ปลอมขึ้นชี้หน้าท่านผู้การ "ท่านครับ! ในเมื่อท่านมาถึงที่นี่เพื่อชมการแสดงแล้ว ก็นั่งลงตรงนั้นแหละครับ! เดี๋ยวผมจะจัดฉาก 'ขุนศึกปะทะเงาดำ' ให้ท่านดูแบบสดๆ เลย!" ผู้ชมเริ่มปรบมือเกรียวกราวด้วยความเข้าใจผิด มินนี่ถอนหายใจยาวก่อนจะกระโดดตีลังกาแบบงูๆ ปลาๆ เข้าใส่ชายชุดดำคนหนึ่งด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่ามาเฟียที่เตรียมตัวมาเพื่อเจรจา แต่กลับต้องกลายเป็นตัวประกอบในละครเวทีเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ "จับพวกมัน!" ท่านผู้การคำราม เสียงดังกลบเสียงดนตรี ทว่าจ่อยกลับไวกว่า เขาคว้าถังดับเพลิงเก่าๆ ที่วางอยู่หลังเวทีแล้วกระชากสลักออก พ่นละอองสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วเวทีจนทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ "ก้อง! มินนี่! วิ่งไปที่หลังเวที ทางออกฉุกเฉินอยู่ตรงซอกตึก!" ก้องไม่ได้รอช้า เขาคว้าตัวมินนี่ที่กำลังเตะก้านคอชายชุดดำเข้าจังๆ แล้ววิ่งฝ่าม่านควันออกไป แต่ทว่า... ฉากละครที่เป็นโครงเหล็กหนักอึ้งกลับสั่นคลอนจากการปะทะเมื่อครู่ และด้วยแรงเหวี่ยงของก้องที่ดันไปกระแทกเสาค้ำโครงสร้างหลักเข้าอย่างจัง มันจึงพังครืนลงมาเหมือนโดมิโน่ "กรี๊ดดด!" มินนี่อุทานขณะที่เสาเหล็กตรงหน้ากำลังจะฟาดลงมาที่พื้น ก้องพุ่งตัวเข้าไปผลักมินนี่ออกไปให้พ้นวิถี ทว่าตัวเขากลับถูกสายเคเบิลม่านเวทีที่ขาดสะบั้นเกี่ยวเข้าที่ข้อเท้า ร่างของเขาลอยเคว้งกลางอากาศก่อนจะถูกดึงขึ้นไปพร้อมกับม่านกำมะหยี่สีแดงที่พังถล่มลงมาทับเวทีจนยับเยิน ท่านผู้การที่ยืนอยู่กลางวงล้อมถูกแผ่นไม้ฉาก 'กำแพงเมือง' ล้มลงมาทับจนกลายเป็นเพียงชายสูงวัยที่กำลังตะเกียกตะกายหนีตาย ความโกลาหลระดับสิบกะโหลกเกิดขึ้นบนเวที ผู้ชมที่ตอนแรกนั่งดูอย่างสนุกสนานเริ่มแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่านเพราะโครงเวทีที่พังถล่มเริ่มดึงสายไฟช็อตจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ "จ่อย! แผนบี! แผนบี!" ก้องตะโกนจากที่สูงที่เขายังคงห้อยต่องแต่งอยู่กับสายเคเบิล จ่อยที่กำลังเกาะอยู่บนคานไม้กระโดดลงมาด้วยมาดพระเอกหนังแอคชั่น แต่โชคร้ายที่เท้าเขาดันไปเหยียบโดนกระป๋องสีที่ทีมงานเตรียมไว้ทาสีฉาก ทำให้เขาลื่นไถลไปกับพื้นไม้ที่เอียงกะเท่เร่ ก่อนจะพุ่งหลาวเข้าไปชนกับท่านผู้การที่เพิ่งจะมุดออกมาจากกองไม้ฉากได้สำเร็จ "จ๊ะเอ๋ครับท่านผู้การ" จ่อยยิ้มแห้งๆ ในขณะที่ท่านผู้การจ้องเขม็งด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกเนื้อก้องและพวกให้เป็นชิ้นๆ ก้องพยายามสะบัดเท้าให้หลุดจากสายเคเบิล แต่จังหวะนั้นเอง... ไฟที่ช็อตอยู่ก็ลุกลามติดม่านเวทีจนเกิดเปลวไฟวาบขึ้นกลางเวที ก้องมองลงมาเบื้องล่างเห็นมินนี่ที่กำลังคลานหนีออกมาจากซากไม้ และเห็นท่านผู้การที่กำลังถูกจ่อยล็อคคออยู่กลางวงไฟที่เริ่มลามสูงขึ้น ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะจบสิ้นลงด้วยหายนะ ก้องกลับสังเกตเห็นบางอย่าง... ที่ใต้กองซากเวทีที่พังลงมานั้น มันมีแสงสีฟ้าประหลาดลอดออกมาจากช่องลับที่โครงสร้างเวทีทับอยู่ มันไม่ใช่แค่ไม้หรือเหล็ก แต่มันเป็นกล่องเหล็กนิรภัยที่มีตราสัญลักษณ์ของ 'องค์กรลับ' ที่ก้องเคยได้ยินแค่ในข่าวลือ! "จ่อย! มินนี่! หยุดสู้! ดูนั่น!" ก้องตะโกนชี้ไปที่ใต้ซากไม้ จ่อยหยุดชะงัก ท่านผู้การชะงักงัน ทุกคนต่างหันไปมองยังจุดที่แสงสีฟ้านั้นกระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ สายตาของท่านผู้การเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "พวกแก... ไปขุดเอามันขึ้นมาได้ยังไง?" ท่านผู้การพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ "นั่นไม่ใช่พร็อพละคร... นั่นมันกุญแจดอกสุดท้ายที่พวกมันตามหากันทั้งโลก!" ก้องมองกล่องนั้น สลับกับท่านผู้การที่ตอนนี้ไม่ได้มองเขาเป็นศัตรูอีกต่อไป แต่มองเป็น 'ตัวอันตราย' ที่กุมชะตากรรมของพวกเขาทุกคนเอาไว้ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนนับสิบที่ล้อมเข้ามาจากทุกทิศทางของหอประชุมก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงล็อคไกปืนที่คุ้นเคยจากทางด้านหลังของก้องเอง... "ไม่นึกเลยว่าบริษัทรับจ้างกากๆ อย่างพวกแก จะพาข้ามาเจอสมบัติที่ตามหามาตลอดสามสิบปี" เสียงแหบพร่าจากเงามืดด้านหลังก้องดังขึ้น พร้อมกับปากกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของเขา ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยแก๊งคนว่างงานกลุ่มนี้มาจนถึงตอนนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%