"ถ้านายไม่ลดปืนลงตอนนี้ ฉันสาบานได้เลยว่านายจะได้เห็นศพที่ตายเพราะความซวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ก้องแค่นยิ้ม ทั้งที่เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง ปากกระบอกปืนนั่นสั่นเล็กน้อยตามแรงมือของชายลึกลับที่อยู่ด้านหลังเขา ก้องไม่ได้กลัวตายในเชิงปรัชญาหรอกครับ แต่เขาแค่เสียดายที่ยังไม่ได้กินกะเพราไข่ดาวร้านป้าต้อยที่ค้างอยู่ในตู้เย็น
"แกคิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของไอ้คนรับจ้างกากๆ อย่างแกเหรอ?" เสียงแหบพร่านั้นกระซิบชิดใบหู กลิ่นบุหรี่ราคาถูกโชยแตะจมูกก้อง
"กากน่ะใช่ แต่เรามีประกันชีวิตนะคุณพี่ ถ้าพี่เหนี่ยวไกตอนนี้ บริษัทประกันจะตรวจสอบรายได้พวกเรา แล้วพี่ก็จะพบว่า... นอกจากหนี้สินที่ท่วมหัว พี่ก็ไม่ได้อะไรจากศพผมเลยนะนอกจากหนี้กองโต!" ก้องสวนกลับทันควัน ในจังหวะที่จ่อยและมินนี่ที่ยืนถัดออกไปไม่กี่ก้าวต่างคนต่างตัวแข็งทื่อ
แต่แล้ว... เสียง 'แกร๊ก' ของโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น ทว่าไม่ใช่เสียงนกสับปืน แต่มันคือเสียงจากสมาร์ทโฟนของมินนี่ที่จู่ๆ ก็ดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
*ตึ๊งดึ๋ง!* เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์ที่มินนี่ตั้งไว้ปลุกเร้าใจเป็นพิเศษ
"อุ๊ย ตายละ..." มินนี่ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก สายตาเหลือบมองไปที่ชายชุดดำที่ชะงักไปครู่หนึ่ง "พี่คะ... พอดีรถหนูที่ประมูลได้มันเพิ่งมาส่งน่ะค่ะ ถ้าไม่รีบไปเซ็นรับ เดี๋ยวเขาส่งคืนโกดัง หนูเสียค่าปรับแย่เลย"
ชายปริศนาขมวดคิ้ว "พวกแกบ้าไปแล้วหรือไง!"
"คนเรามันก็ต้องมีเป้าหมายในชีวิตบ้างครับพี่" ก้องถือโอกาสนี้กระแทกศอกเข้าที่ท้องของชายคนนั้นอย่างจัง ก่อนจะหันมาคว้าคอเสื้อเพื่อนร่วมทีมวิ่งหน้าตั้งออกไปจากซอกตึกราวกับมีวิญญาณหลอนไล่หลัง
...
สามชั่วโมงต่อมา ณ ลานจอดรถหน้าบริษัทรับจ้างป่วนเมือง
มินนี่เดินวนรอบรถเก๋งคันจิ๋วสีชมพูแป๋นที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคเก้าศูนย์ สภาพสีถลอกปอกเปิกและรอยบุบที่กันชนหน้าดูเหมือนผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน ก้องยืนกอดอกพิงกำแพงพลางถอนหายใจ
"นี่คือสมบัติล้ำค่าที่เธอแลกด้วยชีวิตเมื่อกี้ใช่ไหมมินนี่?" ก้องถาม พลางเขี่ยกันชนที่ห้อยต่องแต่ง
"รถมือสองสภาพนางฟ้าค่ะคุณก้อง" มินนี่สวนทันควัน ก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาโชว์ "เจ้าของบอกว่าสตาร์ทติดง่ายเหมือนปอกกล้วย แค่ต้องมีเทคนิคนิดหน่อย"
จ่อยที่ยืนเช็ดแว่นอยู่ข้างๆ มองรถคันนั้นด้วยสายตาสมเพช "เทคนิคที่ว่าคือการเข็น หรือการสาปแช่งให้มันติดล่ะมินนี่? ดูสภาพเครื่องยนต์แล้ว ฉันว่าแมลงสาบยังไม่กล้าเข้าไปอาศัยเลยนะ"
มินนี่ไม่ฟังเสียงนกเสียงกา เธอรีบกระโดดขึ้นไปนั่งประจำที่ บิดกุญแจครั้งที่หนึ่ง... เงียบกริบ ครั้งที่สอง... มีเสียง 'แคร่กๆ' ราวกับคนสำลักน้ำ ครั้งที่สาม... เงียบสนิท
"เห็นไหมล่ะ" จ่อยเปรย
"รอแป๊บ!" มินนี่ตะโกนลั่น ก่อนจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินไปที่หน้ารถ เธอใช้กำปั้นทุบฝากระโปรงรถตรงโลโก้แรงๆ สามครั้ง ตามด้วยการเตะที่ล้อหน้าซ้ายหนึ่งที
"นั่นวิธีสตาร์ทรถหรือวิธีทำร้ายร่างกาย?" ก้องขำพรืด
ทว่าในวินาทีที่มินนี่กลับขึ้นไปนั่งและบิดกุญแจอีกครั้ง เครื่องยนต์ก็คำรามก้องขึ้นมาจริงๆ! แม้มันจะสั่นกระตุกเหมือนเจ้าเข้าและควันดำพุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบบริษัทกลายเป็นสีเทาหม่น แต่มันก็ 'ติด' แล้ว
"เห็นมั้ย! บอกแล้วว่าสตาร์ทติด!" มินนี่หัวเราะร่าด้วยความภูมิใจ
"เครื่องติดแล้ว แต่มันเหมือนจะระเบิดมากกว่านะมินนี่" ก้องเตือนเมื่อเห็นคราบน้ำมันหยดติ๋งๆ ลงบนพื้นคอนกรีต "เราจะเอารถคันนี้ไปทำภารกิจที่ค้างคานั่นเหรอ? นึกภาพเราขับรถคันนี้ไปไล่ล่าคนร้ายสิ มันจะเหมือนเราขับรถกู้ภัยไปส่งโรงพยาบาลในหนังตลกมากกว่านะ"
"ถ้าเราขับคันนี้ไป คนร้ายมันต้องงงจนหยุดยิงไปเองแหละครับ" จ่อยสรุปสั้นๆ อย่างเห็นดีเห็นงามในความบ้า
ทั้งสามคนตัดสินใจเบียดเสียดกันเข้าไปในรถคันจิ๋ว ก้องนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ จ่อยนั่งเบาะหลัง มินนี่เหยียบคันเร่ง เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ รถเคลื่อนที่ออกไปทีละน้อยจนกระทั่งถึงปากซอย
ในจังหวะที่รถกำลังจะเลี้ยวเข้าถนนใหญ่ เครื่องยนต์ที่เคยคำรามก็ดับพรึ่บลงกลางสี่แยกไฟแดงพอดี!
"เอาแล้วไง" มินนี่หน้าถอดสี
"รีบทุบรถเร็ว!" ก้องตะโกน
"ทุบแล้ว! แต่มันไม่ติด!" มินนี่รัวมือใส่พวงมาลัย
ทันใดนั้น กระจกหน้าต่างฝั่งคนขับก็ถูกเคาะเบาๆ ก้องหันไปมองแล้วถึงกับหน้าซีดเผือด ชายชุดดำที่ถือปืนจ่อหัวเขาเมื่อเช้านี้ยืนอยู่ข้างประตูรถในชุดสูทสีเข้มแว่นตาดำสนิท เขามองเข้ามาในรถที่สภาพเหมือนซากเหล็กด้วยสายตาสมเพชระคนขบขัน
"เครื่องดับใช่ไหม?" ชายปริศนาถามพลางยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะวางซองจดหมายสีขาวไว้บนกระโปรงรถ "ข้าไม่ได้จะฆ่าพวกแกหรอก เพราะสมบัติที่ข้าตามหามาสามสิบปีน่ะ... มันไม่ได้อยู่ในตึกนั่น แต่มันอยู่ในกระโปรงหน้ารถที่พวกแกเพิ่งประมูลมาคันนี้ต่างหาก"
ชายชุดดำเดินจากไปทิ้งให้ทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง มินนี่รีบเปิดฝากระโปรงรถออกทันที สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่เครื่องยนต์เน่าๆ แต่มันคือพอร์ตระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังด้วยตัวเลขสีแดงฉาน... 00:30 วินาที
ความลุ้นระทึกของบทนี้จบลงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน "บริษัทรับจ้างป่วนเมือง" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 35
มินนี่และรถคันใหม่
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!