บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน•ตอนที่ 6

มินนี่กับโหมดสาวเปรี้ยว

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคุณจะให้ฉันใส่ชุดรัดรูปสีแดงเพลิงไปนั่งกระดิกเท้าอ่อยเจ้าพ่ออสังหาฯ กลางร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์แบบนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะก้อง... ค่าตัวฉันบวกเพิ่มสามเท่า และถ้าฉันโดนลวนลามแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะเอาส้นสูงนี่แหละตอกฝังลงบนกระหม่อมคุณแทนคำบอกลา!" มินนี่กระชากชุดเดรสผ้าซาตินออกจากมือผมด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ เธอในโหมด 'สาวเปรี้ยว' ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะจินตนาการได้ง่ายๆ ปกติเธอคือแม่เสือที่สวมเสื้อยืดคอกลมขาดๆ กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ แต่วันนี้... พระเจ้าช่วย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอเพิ่งฉีดอบอวลไปทั่วออฟฟิศรูหนูของเรา มันดูไม่เข้ากับโต๊ะทำงานไม้ผุๆ ของจ่อยเลยแม้แต่นิดเดียว "ใจเย็นครับคุณมินนี่" ผมพยายามส่งยิ้มพิมพ์ใจแบบที่ฝึกหน้ากระจกมาเป็นอย่างดี "เป้าหมายของเราคือคุณวิชัย มหาเศรษฐีที่กำลังจะเปิดโปรเจกต์กู้โลก... อ้อ หมายถึงโปรเจกต์สร้างคอนโดรักษ์โลกน่ะครับ ถ้าเราปิดดีลนี้ได้ บริษัทรับจ้างป่วนเมืองของเราก็ไม่ต้องกินมาม่าคลุกน้ำปลาเป็นมื้อหลักกันอีกต่อไป" จ่อยที่กำลังนั่งซ่อมพัดลมมือถือเก่าๆ เงยหน้าขึ้นมอง แล้วทำหน้าปลงตก "มินนี่ครับ ถ้าคุณใส่ชุดนั้นไป แล้วเผลอเผลอเหวี่ยงหมัดใส่ลูกค้าเหมือนที่ชอบทำกับก้อง ผมว่าแทนที่เราจะได้เซ็นสัญญา เราจะได้ไปเซ็นใบรับรองแพทย์ในห้องฉุกเฉินแทนนะ" มินนี่ตวัดสายตามองจ่อยจนเขาต้องรีบก้มหน้าลงซ่อมพัดลมต่ออย่างขยันขันแข็ง เธอสวมรองเท้าส้นเข็มที่ดูสูงจนน่าหวาดเสียว ก่อนจะหันมามองกระจกเงาบานเก่าด้วยสายตาหยามเหยียด "เอาเถอะ ในเมื่อก้องมันเอาหน้าตาของบริษัทไปหมกไว้ในถังขยะหมดแล้ว ฉันก็จะยอมเป็นเหยื่อสังเวยให้สักครั้ง... แต่จำไว้นะก้อง ถ้าจบงานนี้แล้วเงินไม่เข้าบัญชี ฉันจะจับคุณขังไว้ในห้องเก็บของแล้วปล่อยหนูเข้าไปให้เป็นเพื่อน!" สิบนาทีต่อมา เราสามคนก็มาถึงร้านอาหารบรรยากาศหรูหราที่แทบจะทำให้รองเท้าแตะของจ่อยสั่นด้วยความกลัว มินนี่ก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยความมั่นใจที่เกินร้อย แม้ว่าผมจะแอบเห็นเธอสบถเบาๆ ตอนที่ส้นรองเท้าเกือบติดร่องระบายน้ำก็ตาม เป้าหมายของเรานั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้าน คุณวิชัย—ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่ดูเหมือนนักธุรกิจผู้ใจดี แต่ดวงตาของเขานั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน เขากำลังจิบไวน์ราคาแพงอย่างใจเย็น "จำแผนไว้ให้ดีนะ" ผมกระซิบ "จังหวะที่มินนี่ไปนั่งข้างเขา ให้ทำเนียนทำของหล่น แล้วพอเขาจะช่วยเก็บ ให้สร้างบรรยากาศชวนคุยเรื่องโปรเจกต์... อ้อ อย่าลืมโปรยเสน่ห์เยอะๆ เข้าใจไหม?" มินนี่กลอกตาเป็นเลขแปด ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะนั้น ท่วงท่าของเธอเปลี่ยนไปทันที จากนางยักษ์จอมเหวี่ยงกลายเป็นสาวสวยผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ เธอแกล้งทำเป็นเดินสะดุดเล็กน้อย—ซึ่งดูสมจริงจนผมเกือบจะวิ่งเข้าไปประคอง—ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างคุณวิชัยอย่างนุ่มนวล "สวัสดีค่ะ พอดีเห็นว่าคุณดูเหงาๆ เลยอยากจะมาขอแชร์โต๊ะด้วยสักคน... คงไม่รังเกียจนะคะ?" เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นโทนต่ำและหวานหยดจนผมที่แอบมองอยู่หลังต้นไม้ปลอมยังขนลุก คุณวิชัยหันมามองด้วยสายตางุนงง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "เชิญครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับคุณ..." "มินนี่ค่ะ" เธอส่งยิ้มหวาน—ยิ้มแบบที่ปกติเธอจะใช้เฉพาะตอนจะต้มตุ๋นใครเท่านั้น จังหวะมาถึงแล้ว! ผมส่งสัญญาณมือให้มินนี่เริ่มแผน "ของหล่น" เธอพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วเกินไปหน่อย เธอหยิบกระเป๋าถือใบหรูขึ้นมาเพื่อจะแกล้งทำตกให้มันกระแทกกับพื้นโต๊ะเรียกความสนใจ แต่ทว่า... ส้นสูงเจ้ากรรมเจ้าคุณโชคร้ายดันลื่นพรมที่ปูไม่เรียบ ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ แทนที่กระเป๋าจะหล่นลงพื้น แต่มันดันกลายเป็น 'อาวุธ' ที่พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของคุณวิชัยอย่างจัง! *ปึก!* เสียงของกระเป๋าหนังเนื้อแข็งกระทบเข้ากับจมูกของคุณวิชัยดังสนั่นจนผมและจ่อยแทบจะหยุดหายใจ ทุกสายตาในร้านหันมามองเป็นตาเดียว คุณวิชัยที่กำลังจิบไวน์อยู่ถึงกับสำลักจนหน้าแดงก่ำ น้ำไวน์หกเลอะสูทราคาแพงของเขาไปครึ่งแถบ ส่วนมินนี่... เธอไม่ได้ตั้งตัวเลยว่าของในกระเป๋าที่ก้องยัดเยียดให้เธอพกมาด้วยจะหนักอึ้งขนาดนี้ "โอ๊ย! จมูกผม!" คุณวิชัยร้องลั่น มือข้างหนึ่งกุมจมูกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำ ส่วนอีกข้างปัดป่ายไวน์ที่หกเลอะเสื้อ มินนี่ชะงักค้าง เธอหน้าถอดสี แต่แทนที่เธอจะขอโทษตามสัญชาตญาณสาวหวาน เธอกลับทำในสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง เธอคว้าผ้าเช็ดปากบนโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้คุณวิชัยเพื่อจะซับไวน์ให้ แต่ทว่าความลนลานทำให้เธอกดน้ำหนักตัวลงบนตักของเขาเต็มแรง! "ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ! อุ๊ย... อย่าเพิ่งขยับ!" มินนี่รนรานจนลืมตัว เธอกดหน้าลงไปใกล้ใบหน้าเขาเกินความจำเป็น ในขณะที่คุณวิชัยพยายามถอยหนีด้วยความตื่นตระหนก สถานการณ์ตอนนี้คือ: ลูกค้ารายใหญ่กำลังเลือดกำเดาไหล (จากแรงกระแทกกระเป๋า) เสื้อสูทเปียกโชก และมีหญิงสาวสวยในชุดเดรสสีแดงกำลังกดตัวเขาไว้กับเก้าอี้ด้วยความลนลานท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ในร้าน ผมมองจ่อยด้วยสายตาที่บอกว่า 'บรรลัยแล้ว' แต่ในขณะที่ผมกำลังจะวิ่งเข้าไปกู้สถานการณ์ ประตูกระจกหน้าร้านก็เปิดออก ชายชุดดำสองคนในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางกดดัน พวกเขาไม่ได้เดินไปทางไหนเลยนอกจากตรงมาที่โต๊ะของเรา ชายคนหนึ่งก้มลงกระซิบที่ข้างหูคุณวิชัย—ที่กำลังเช็ดเลือดกำเดาตัวเองด้วยท่าทางโกรธจัด—ทันทีที่ฟังจบ คุณวิชัยหันขวับมามองทางผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนจาก 'ความโกรธ' เป็น 'ความหวาดกลัว' เขาสั่นไปทั้งตัว ก่อนจะคว้าคอเสื้อของมินนี่ไว้แน่นไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "ใครส่งพวกคุณมา? พวกเขาไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้ 'คนของมาเฟีย' จะมาปรากฏตัวที่นี่... หนีไป! ถ้าไม่อยากตายกันหมดตอนนี้!" มินนี่นิ่งอึ้ง ผมและจ่อยที่เพิ่งวิ่งมาถึงโต๊ะชะงักเท้ากะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะวีไอพีทันที เมื่อชายชุดดำคนนั้นเหลือบตามองมาที่พวกเรา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็นว่า... "หัวหน้าบอกว่า ถึงเวลาชำระหนี้แค้นเก่าแล้ว... เตรียมตัวตายได้เลย คุณก้อง" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับภารกิจสุดป่วนในครั้งนี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าครับ ฮาไม่จำกัดครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างป่วนเมือง: โปรเจกต์กู้โลกฉบับคนว่างงาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%