"ถ้าคุณจะใช้อำนาจเผด็จการขนาดนี้ ทำไมไม่ล่ามโซ่ฉันไว้ที่สตูดิโอเลยล่ะคะคุณอาคเนย์?"
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้สักตัวหนาด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เกิดเสียงดังสนั่น เธอไม่ได้หันไปมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง แต่สายตาของเธอจดจ้องเพียงหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงตารางงานอันอัดแน่นซึ่งถูกเขา 'ปรับแก้' จนแทบไม่เหลือเวลาส่วนตัว
อาคเนย์ขยับกาย ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเขาด้วยจังหวะมั่นคงและเชื่องช้า เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะเหมือนเสียงนาฬิกาจับเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความวินาศ
"ถ้าล่ามแล้วคุณจะอยู่เฉยๆ ได้โดยไม่วิ่งไปหาข่าวฉาวให้พวกปาปารัสซี่ตามถ่าย ผมก็คงทำไปนานแล้ว รินรดา" เสียงทุ้มต่ำนั้นเรียบสนิท แต่มันแฝงไปด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก "งานถ่ายแบบครั้งนี้สำคัญกับคุณมากกว่าการไปเดินชอปปิงอวดแบรนด์เนมตามห้างหรูที่คุณทำอยู่ทุกวัน"
รินรดาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยตวัดมองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดกับทุกอย่างที่ขวางหน้า "คุณคิดว่าการที่ฉันยอมจ้างคุณมาดูแลความปลอดภัยและจัดการตารางงาน มันหมายความว่าคุณมีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวฉันขนาดนี้เลยเหรอคะ? เงินที่ฉันจ่ายไป มันรวมค่าความมั่นหน้าของคุณด้วยหรือเปล่า?"
อาคเนย์ก้าวเข้ามายืนประชิดหน้าเก้าอี้ของเธอ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนเกิดเป็นเงาครอบคลุมร่างบางไว้ เขาโน้มตัวลงมาจนกระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ กลิ่นกายของเขา—กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นกระดาษอัดรูปจางๆ—ทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่ได้ขายวิญญาณให้คุณ" เขาเอ่ยเสียงพร่า ทว่าแฝงความร้ายกาจ "ผมขายความเป็นมืออาชีพ และในฐานะมืออาชีพ ผมมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจว่าอะไร ‘ดีที่สุด’ สำหรับภาพลักษณ์ของคุณ แม้ว่าคุณจะฉลาดแค่ไหน แต่เรื่องงาน... อย่าได้ริอาจมาสั่งสอนผม"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหยิบสมุดเช็คในกระเป๋าถือวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา "งั้นก็เขียนตัวเลขมาเลยค่ะ ว่าเท่าไหร่ถึงจะทำให้ช่างภาพผู้สูงส่งคนนี้หยุดจู้จี้และเลิกทำตัวเป็นผู้คุมวิญญาณฉันสักที"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ อาคเนย์ไม่ได้มองสมุดเช็คที่วางอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เหมือนกำลังพยายามอ่านคำตอบบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนางเอกแถวหน้า
"คุณคิดว่าทุกอย่างในโลกนี้ซื้อได้ด้วยเงินหรือไง รินรดา?" มือหนาเอื้อมไปหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมา ก่อนจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาเธอ กระดาษชิ้นเล็กๆ ร่วงหล่นลงพื้นเหมือนเศษซากของอีโก้ที่พังทลาย "จำไว้ว่าในเซฟเฮาส์หลังนี้ กฎไม่ใช่เงิน... แต่คือผม"
"คุณมันบ้า!" รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า ความสูงของเธอทำให้ต้องแหงนหน้ามองเขา แต่เธอก็ไม่ยอมลดสายตาลงแม้แต่น้อย "อย่าคิดว่าฉันจะก้มหัวให้คุณเพียงเพราะคุณมีรหัสเข้าบ้านหลังนี้! ฉันเป็นคนจ้างคุณนะ!"
"และผมเป็นคนเดียวที่รู้ว่า... รอยยิ้มหวานๆ ที่คุณโปรยให้หน้ากล้องน่ะ มันคือเรื่องโกหกที่น่าสมเพชที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น" อาคเนย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนอยู่เลยสักนิด "อย่าพยายามลองดีกับผม ถ้าคุณยังไม่อยากเห็นตัวตนจริงๆ ของผมตอนที่ผมหมดความอดทน"
มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่าแน่นหนาจนไม่สามารถดึงออกได้ เขาไม่ได้รุนแรง แต่มันแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนอย่างรินรดาต้องชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ไม่ใช่ความอันตรายที่จะทำร้ายร่างกาย แต่เป็นความอันตรายที่เขากำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หัวใจของเธอ
ทว่าในจังหวะที่ไฟแห่งการปะทะกำลังโหมกระพือ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"คุณอาคเนย์ครับ... มีพัสดุส่งถึงคุณที่หน้าประตูบ้าน บอกว่าเป็นของจาก 'เพื่อนเก่า' ครับ"
เสียงของบอดี้การ์ดหน้าประตูทำให้อาคเนย์ชะงัก สายตาที่เคยจดจ้องรินรดาเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยียบในทันที เขารีบปล่อยมือจากข้อมือเธอ ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
รินรดายังคงยืนหอบหายใจเบาๆ ความโกรธยังไม่ทันจางหาย แต่บรรยากาศในห้องกลับเปลี่ยนไปในพริบตา เมื่ออาคเนย์หยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานออกมาตรวจสอบ แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนกล่องพัสดุที่ถูกส่งเข้ามา
เขาสบตาเธออีกครั้ง แววตาครั้งนี้ไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกังวลที่เขาพยายามปิดบังไว้อย่างมิดชิด "เข้าไปในห้องนิรภัยเดี๋ยวนี้ รินรดา... อย่าออกมาจนกว่าผมจะบอก"
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" เธอถามอย่างลืมตัว เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากล
อาคเนย์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับคว้าตัวเธอเข้าไปใกล้แล้วกระซิบที่ข้างหู เสียงของเขาแผ่วเบาแต่สั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย "เมฆากลับมาแล้ว... และดูเหมือนเขาจะรู้ว่าคุณกำลังอยู่ที่นี่"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 2
ปากร้ายเกินพิกัด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!