เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 1

แฟลชที่ไร้เงา

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกแตกกระจายพร้อมกับเศษกระดาษโน้ตที่แนบก้อนหินพุ่งเข้ามาตกบนพรมราคาแพง คือหลักฐานชิ้นล่าสุดว่า ‘ความปลอดภัย’ ในชีวิตของ รินรดา นักแสดงสาวแถวหน้าผู้กวาดรางวัลมาทุกสถาบัน ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว ไม่ใช่แค่จดหมายขู่คุกคามในกองถ่าย ไม่ใช่แค่รอยเท้าแปลกปลอมบนระเบียงชั้นสองเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ครั้งนี้มันคือการคุกคามที่ล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว—เซฟเฮาส์ลับที่ไม่มีใครล่วงรู้พิกัด นอกจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอ "ฉันไม่ต้องการบอดี้การ์ดหน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ที่เอาแต่มือไม้อ่อนยืนกอดอกห่างออกไปสามเมตรค่ะคุณผู้จัดการ ฉันต้องการคนที่มีสมองและพึ่งพาได้ในยามคับขัน ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานราคาแพง" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องโถงใหญ่ รินรดายืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ขณะปรายตามองผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีรอยเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มผู้เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกล้องเลนส์เทเลโฟโต้ราคาแพงคล้องคอ และกระเป๋าเป้ใบใหญ่ อาคเนย์... ช่างภาพหนุ่มผู้เงียบขรึม รักความสงบ และขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดไม่เกรงใจใคร เขายังคงนิ่งเงียบ ไม่ยี่ห้อต่อสายตาคุกรุ่นของซูเปอร์สตาร์สาว อาคเนย์กวาดสายตาคมกริบสำรวจความเสียหายรอบห้อง ประเมินมุมอับสายตา บานหน้าต่างที่แตก และทางหนีทีไล่ด้วยสัญชาตญาณของคนที่ผ่านโลกมาโชกโชน ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพรอยแตกและก้อนหินบนพื้นโดยไม่เอ่ยปากขออนุญาตสักคำ "นี่คุณ! ฉันกำลังพูดด้วยอยู่นะคะ อาคเนย์" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหมั่นไส้ท่าทีเย็นชาไร้มนุษยสัมพันธ์นั้น "หูหนวกหรือว่าอมอะไรอยู่คะ ถึงได้เงียบเป็นเป่าสากแบบนี้" อาคเนย์ลดกล้องลงช้าๆ เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย แววตาสีเข้มของช่างภาพหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "ผมถูกจ้างมาเป็นช่างภาพและดูแลความปลอดภัยเฉพาะกิจตามคำขอร้องของผู้จัดการคุณ ไม่ได้ถูกจ้างมาเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้คุณด่าเล่นตอนว่างครับ... อ้อ รบกวนถอยหลังไปอีกสองก้าว พื้นตรงนี้เป็นจุดที่คนร้ายสามารถใช้มุมอับจากตึกฝั่งตรงข้ามเล็งปืนเข้ามาได้ ถ้าไม่อยากตายก่อนรับรางวัลตุ๊กตาทอง ก็ช่วยทำตัวให้สมกับที่เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของโรคจิตหน่อยเถอะครับ" น้ำทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ แต่เฉียบคมจนรินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปสามวินาทีด้วยความคาดไม่ถึง ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าพูดจากวนประสาทใส่เธอด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! "นี่คุณกล้าดียังไงมาว่าฉันโง่ฮะ!" รินรดาหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด "ฉันไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสานะคะ! ฉันเป็นคนจ่ายเงินจ้างคุณนะ! เงินเดือนที่คุณจะได้จากงานนี้ มันซื้อกล้องปัญญาอ่อนคล้องคอของคุณได้ทั้งร้านแถมเงินทอนอีกครึ่งล้านด้วยซ้ำ!" อาคเนย์พ่นลมหายใจเบาๆ ออกทางจมูก มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันนิดๆ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะกระโดดเข้าไปหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริงๆ "เงินซื้อผมได้เฉพาะเวลาทำงานครับ แต่ซื้อ ‘ความเกรงใจ’ จากผมไม่ได้หรอก คุณรินรดา" อาคเนย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนรินรดาต้องเผลอผถอยหลังไปชนกับโซฟาตัวนุ่ม "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจที่คิดว่าใช้เงินฟาดหัวคนอื่นแล้วทุกอย่างจะจบสักที เพราะโรคจิตที่มันปาหินเข้ามาทางหน้าต่างเมื่อกี้ มันไม่ได้สนใจหรอกนะครับว่าคุณจะรวยล้นฟ้ามาจากไหน มันสนใจแค่ว่าผิวขาวๆ เนียนๆ ของคุณเนี่ย... น่าจับมาทำอะไรสนุกๆ บนเตียงนอนบ้างต่างหาก" คำพูดจาขวานผ่าซากและสายตาคู่คมที่กวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำเอารินรดาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธจัดที่ถูกสบประมาท หรือเพราะความวาบหวามประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามสันหลังเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดลันคู่นั้น "ไอ้... ไอ้คนปากเสีย!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเล็กง้างขึ้นเตรียมจะประทับรอยฝ่ามือลงบนแก้มสากๆ ของคนกวนประสาท แต่อาคเนย์เร็วกว่า เขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วดึงร่างเพรียวบางเข้ามาประชิดอกแกร่งในจังหวะเดียว รินรดาลมหายใจสะดุด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายฝนจากข้างนอกลอยเข้าปะทะจมูก ระยะห่างระหว่างใบหน้าตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกัน "อย่าใช้กำลังในเวลาที่ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่ครับคุณนักแสดง..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ไม่งั้นผมอาจจะเปลี่ยนจากการดูแลความปลอดภัย... มาเป็นอย่างอื่นที่ทำให้คุณนอนไม่หลับแทน" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอกข้างซ้าย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อีโก้ที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อพบว่าผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอมากกว่าไอ้โรคจิตสโตรกเกอร์ข้างนอกเสียอีก ติ๊ง! เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดแต่ชวนใจสั่น อาคเนย์ยอมปล่อยข้อมือเธอช้าๆ เขากวาดสายตามองออกไปที่จอภาพมอนิเตอร์หน้าประตู ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นอีกเท่าตัว "ใครมา..." รินรดาถามเสียงสั่น พยายามตั้งสติจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "อดีตคู่หูผู้แสนดีของคุณไงครับ..." อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายความแค้นที่ถูกเก็บซ่อนไว้ "เมฆา... คนที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายผมไปเมื่อวานซืน แต่ตอนนี้กลับมายืนยันความบริสุทธิ์ใจด้วยการเสนอตัวมาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้คุณแทนผม... น่าสนใจดีนี่ครับ ว่าไหม?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความสัมพันธ์อันแสนพายุนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%