เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 13

โปรเจกต์ต่างแดน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของเมฆายังคงกะพริบวับววมในความสลัวของห้องแต่งตัว ทว่ายังไม่ทันที่รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากของชายหนุ่มจะไปถึงดวงตา ร่างสูงโปรดของอาคเนย์ก็ขยับตัวบังทัศนียภาพทั้งหมดไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า หมับ! ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือของเมฆาไว้แน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย แววตาของช่างภาพหนุ่มผู้เงียบขรึมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "ลบรูปซะ เมฆา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ก่อนที่นายจะไม่มีมือถือไว้ถ่ายรูปใครอีกเลยในชีวิตนี้" เมฆานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่รอยยิ้มท้าทายกลับยิ่งกว้างขึ้น "อุ๊ย แรงจังเลยนะอาคเนย์... กลัวจังเลยค่ะ หวงก้างเหรอ? หรือว่ากลัวความจริงที่ว่า 'ช่างภาพผู้รักสันโดษ' คนนี้ แท้จริงแล้วก็แค่นักฉวยโอกาสที่แอบกินนางเอกเบอร์หนึ่งในห้องแต่งตัว!" "ปากดีนักนะ" รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแวววาวโรจน์อย่างผู้กุมชัยชนะ เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมกับที่เป็นนักแสดงสาวแถวหน้าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน มือเรียวบางยกขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวเมฆาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเมฆาคะ..." น้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะดุ้ง "คิดว่ารูปงี่เง่าภาพเดียว จะทำลายเครดิตของรินรดาคนนี้ หรือทำให้กองถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับอินเตอร์ที่ทุ่มทุนสร้างนับพันล้านต้องสะเทือนได้งั้นเหรอคะ?" เมฆาชะงัก รอยยิ้มบนหน้าเริ่มกระตุก "คุณริน... ผมหวังดีหรอกนะ ถึงเตือน-" "หวังดีกับผีสิคะ!" รินรดาตัดบทเสียงกร้าว ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "คนอย่างคุณน่ะ เขาเรียกว่า 'หมาลอบกัด' ที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่าแล้วอกจะแตกตาย อยากเอาไปปล่อยลงโซเชียลใช่ไหมคะ? เชิญค่ะ! โพสต์เลย! เพราะฉันจะได้ให้ทีมกฎหมายของสตูดิโอฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิ์ จนคุณต้องขายบ้านขายรถมาใช้หนี้ฉันไปตลอดชีวิต!" ประโยค "ใช้เงินแก้ปัญหา" แบบฉบับสายเปย์ตัวแม่ถูกพ่นออกมาอย่างราบเรียบ แต่น้ำหนักของมันหนักอึ้งจนเมฆาหน้าซีดเผือด เขาตระหนักได้ทันทีว่าต่อให้ภาพนั้นจะแพร่สะพัดออกไปจริง รินรดาก็มีเงินมากพอที่จะซื้อความเงียบ หรือไม่ก็ใช้กฎหมายบดขยี้เขาให้จมดินได้ในพริบตาเดียว อาคเนย์เหลือบมองหญิงสาวข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังอมยิ้มกับความดุเดือดของแม่เสือสาวตัวนี้ ก่อนที่เขาจะกระชากโทรศัพท์มือถือจากมือของเมฆามาถือไว้เองอย่างง่ายดาย "ส่งพาสเวิร์ดมา" อาคเนย์เอ่ยเสียงเรียบ เมฆากัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุดันคู่นั้น เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธ สุดท้ายจำต้องยอมบอกรหัสผ่านแต่โดยดี ชายหนุ่มจัดการกดเข้าไปลบภาพทั้งหมดรวมถึงถังขยะในระบบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารราคาแพงคืนให้อีกฝ่ายรับแทบไม่ทัน "ไสหัวไปซะ" อาคเนย์เอ่ยสั้นๆ "และอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแถวนี้อีก" เมฆารับโทรศัพท์มาด้วยมือสั่นเทา เขาถอยหลังกรูดด้วยความแค้นเคือง ส่งสายตาอาฆาตมาตรร้ายให้อาคเนย์และรินรดาก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดของทางเดินหลังกองถ่าย เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง บรรยากาศในห้องแต่งตัวก็เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดแบบใหม่—ความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยเคมีอันร้อนแรงและความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าจะควบคุม อาคเนย์ถอนหายใจยาว วางมือลงบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย ปล่อยให้เรือนผมสีเข้มปรกหน้าผากบังร่องรอยความเหนื่อยล้า รินรดามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโส "เป็นอะไรคะ? หน้าเครียดเชียว กลัวรูปนั้นหลุดออกไปจริงๆ หรือไง" รินรดาเอ่ยแซوةเบาๆ พลางก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด "เปล่า" อาคเนย์ตอบเสียงแหบพร่าโดยไม่เงยหน้าขึ้น "ฉันแค่รำคาญ... แล้วก็เป็นห่วงเธอ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจแบบฉบับอาคเนย์ มักจะมีพลังทำลายล้างความตั้งใจแข็งกร้าวของเธอได้เสมอ เธอขยับเข้าไปยืนประชิดด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวลอยวนอยู่ในจมูกของช่างภาพหนุ่ม ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปแตะไหล่กว้างเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "ฉันดูแลตัวเองได้น่า อาคเนย์... คุณก็รู้" รินรดากระซิบข้างหู น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "อีกอย่าง... เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกันมากกว่าเรื่องน่ารำคาญเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอคะ?" อาคเนย์เงยหน้าขึ้นจากเงาจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว เงสะท้อนภาพของกันและกันอย่างชัดเจน โปรเจกต์ภาพยนตร์สารคดีท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมที่ลึกล้ำกลางทวีปยุโรป... งานชิ้นใหญ่ที่พวกเขาต้องเดินทางไปร่วมงานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนานนับเดือนในต่างแดน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และมันคือบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนสถานะระหว่าง "ช่างภาพหนุ่มผู้เย็นชา" กับ "นางเอกสาวผู้ทรงอิทธิพล" ไปตลอดกาล "ยุโรปหนาวมากนะ" อาคเนย์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลจางๆ "เสื้อผ้าที่เธอเตรียมไป... พอจะกันหนาวไหวเหรอ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มของคนปากแข็ง "เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันเหมาคอลเลกชันฤดูหนาวของแบรนด์ดังมาหมดสต็อกแล้ว..." เธอยิ้มละมุน พลางไล้นิ้วเรียวไปตามขอบปกเสื้อของเขาอย่างจงใจยั่วเย้า "แต่ที่เป็นห่วง... คือหัวใจของช่างภาพแถวนี้ต่างหากค่ะว่าจะทนความหนาว... หรือทนความใกล้ชิดของฉันไหวหรือเปล่า" อาคเนย์นิ่งงัน ลลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะเมื่อถูกรุกฆาตด้วยสายตาคู่นั้น ความอดทนที่เขาสสะสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา มือหนาเอื้อมไปควחוเอวบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ ดึงรั้งให้ร่างหอมกรุ่นเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนลืมสิ้นทุกสิ่งรอบตัว "ปากเก่งนักนะรินรดา..." อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ "ถ้าไปถึงที่โน่นแล้วเธอเกิดงอแงขึ้นมา... ฉันจะไม่ยอมใจดีด้วยเหมือนตอนนี้แน่" รินรดายิ้มรับอย่างผู้ชนะ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำเย้าแหย่กลับไปเพื่อเอาชนะ แต่วินาทีนั้นเอง... ปัง! เสียงประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในห้องแต่งตัว ร่างของโปรดิวเซอร์สาวใหญ่ประจำกองถ่ายก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หอบหายใจรัวราวกับวิ่งหนีตายมาไกล "อาคเนย์! รินรดา! พวกคุณยังอยู่ใช่ไหม!" เสียงแหลมสูงตะโกนแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ทางการเปลี่ยนกำหนดการบินใหม่... พวกเราต้องออกเดินทางไปสนามบิน 'เดี๋ยวนี้'!" ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนรินรดาก็จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลวกๆ พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้ผู้จัดการกองถ่ายที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู ทว่า ก่อนที่อาคเนย์จะได้เอ่ยปากบ่นอะไร โปรดิวเซอร์สาวก็ยื่นแท็บเล็ตหน้าจอสีแดงฉานมาตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับข่าวสารด่วนที่สุดที่เพิ่งประกาศสดๆ ร้อนๆ บนหน้าสื่อหลัก "ไม่ใช่แค่เรื่องตั๋วเครื่องบินค่ะ..." เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว "แต่ตอนนี้... ทางการยุโรปเพิ่งประกาศ 'ปิดน่านฟ้าฉุกเฉิน' ในเมืองที่เรากำลังจะบินไป เนื่องจากพายุหิมะถล่มครั้งประวัติศาสตร์ และ... และตอนนี้เครื่องบินทุกลำถูกสั่งห้ามลงจอด!" อาคเนย์และรินรดาสบตากันนิ่งทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้าย ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความหนาวของพายุ... แต่เพราะสัญชาตญาณบอกว่า การเดินทางไปต่างแดนครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็นกับดักที่พวกเขาไม่มีวันหลีกหนีพ้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินระดับสิบค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%