"ถ้าคุณยังเดินล้ำเส้นเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ และค่าลิขสิทธิ์ความเสียหายทางจิตใจของฉันในต่างแดน จะแพงจนคุณต้องเอาเลนส์โปรดทุกตัวไปจำนำค่ะ, อาคเนย์"
รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาฉายแววท้าทาย แม้แผ่นหลังของเธอจะแนบติดอยู่กับบานกระจกเย็นเฉียบของห้องพักโรงแรมใจกลางกรุงโรม ทว่าริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อกลับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวชายหนุ่มที่ยืนประชิดตัวอยู่เลยแม้แต่น้อย
อาคเนย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไอร้อนจากลมหายใจของเขาปัดผ่านปลายจมูกรั้นของเธอ ช่างภาพหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเกลียดความวุ่นวายที่สุดในสามโลก กำลังปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านยาก ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งค้ำยันกรอบหน้าต่างไว้เพื่อกักตัวเธอให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ขณะที่อีกข้างยังคงถือสมาร์ทโฟนหน้าจอแสดงผลข้อความขู่คุกคามจากเมฆาที่ส่งตรงมาถึงมือถือของรินรดาเมื่อห้านาทีก่อน
"คุณคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้มันน่าเอาชนะนักหรือไง, รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างคาดโทษ รังสีความเย็นชาที่เขาชอบพกติดตัวดูเหมือนจะละลายหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหงุดหงิดปนเป็นห่วงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาادนิ่งขรึม "เราไม่ได้มาเที่ยวพักผ่อน เมฆามันส่งคนตามสะกดรอยเราตั้งแต่ลงจากเครื่องแล้ว และจุดอับสายตาในโรงแรมนี้ก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คุณคิด"
"แล้วมันความผิดฉันหรือคะที่สวยและเป็นเป้าสายตาจนใครต่อใครก็อยากเข้าใกล้?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ต่อให้สถานการณ์รอบตัวจะเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จากเงาดำของอดีตคู่หูตัวแสบที่ตามรังควานไม่เลิกรา เธอก็ไม่คิดจะยอมก้มหัวให้อาคเนย์ดุฟรีๆ แน่นอน "อีกอย่าง คนที่พาฉันเดินหลงเข้ามาในมุมตึกเปลี่ยวๆ แบบนี้ จนต้องมาแออัดกันอยู่ในห้องเก็บของแคบๆ นี่ ก็คือคุณนะคะ, คุณช่างภาพผู้รอบคอบ"
"ห้องนี้เคยเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์เก่า และมันคือจุดที่ปลอดภัยที่สุดในชั้นนี้เพราะไม่มีกล้องวงจรปิดตัวไหนส่องถึง" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเข้มงวดขึ้นจนเกือบเป็นดุ "เลิกเถียงแล้วฟังให้ดี... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามเดินห่างจากตัวผมเกินหนึ่งก้าว นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นกฎเหล็กข้อเดียวที่คุณต้องจำใส่ใจไว้ระหว่างที่เราอยู่ต่างแดน"
"ถ้าฉันไม่ทำตามล่ะคะ คุณจะทำอะไรฉัน? หักค่าตัว? หรือจะจับฉันล่ามโซ่ไว้กับขาตั้งกล้องของคุณดี?"
รินรดาแกล้งยิ้มยั่ว พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกที่ถูกกระตุ้นด้วยระยะห่างที่ใกล้เกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความเย็นของอากาศภายนอกทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งเวลาที่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เพื่อกดดัน เธอยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รarรุกเร้าจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
อาคเนย์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่หรี่ตาลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้น ชั่วพริบตาเดียว มือหนาที่เคยค้ำยันกระจกก็เคลื่อนมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน รินรดาหลุดอุทานออกมาเบาด้วยความตกใจ สองมือรีบยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ ทว่าแรงปะทะกลับน้อยนิดราวกับลูกแมวขู่
"คุณ... อาคเนย์ จะทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!"
"ถ้าคุณยังส่งเสียงดังและดื้อดึงไม่เข้าเรื่องแบบนี้ ผมอาจจะใช้วิธีอื่นที่ทำให้คุณเงียบได้นานกว่าการพูดเตือน"
อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างล้อเลียนแต่แฝงความคลั่งรักไว้เต็มเปี่ยม ปากบอกว่ารำคาญ ปากร้ายใส่ทุกประโยค แต่การกระทำกลับปกป้องเธอราวกับไข่ในหิน รินรดารู้ดีว่าเขากำลังกลัว... กลัวว่าเมฆาจะเล่นตลกสกปรกเหมือนในอดีตที่เคยทำลายชีวิตการทำงานของเขา
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ชั่วครู่ เสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างประหลาดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาชะงักค้าง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความถือดีที่เคยมีมลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ม
"ปากเก่งนักนะ..." เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอกำลังจะแพ้... แพ้ให้กับความซึนเดระของนายช่างภาพเย็นชาคนนี้เข้าจริงๆ แล้ว
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดโลหะที่ดังแกรกกรากจากด้านนอก ทั้งอาคเนย์และรินรดาสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มผละออกจากร่างบางทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที
"ใคร..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
อาคเนย์ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามส่งเสียง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้ที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องมืดทึบ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนๆ นั้นจะกล้าตามมาถึงต่างประเทศ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความฟินระดับสิบนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 14
กฎเหล็กในต่างแดน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!