เสียงกล่องกระดาษราคาแพงถูกวางกองซ้อนกันจนส่งเสียงทึบดัง *ตุ้บ... ตุ้บ...* ต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่าสิบกล่อง คือภาพแรกที่อาคเนย์ต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อไล่ความงุนงงออกจากหัว สมองของช่างภาพหนุ่มผู้รักความสงบและเกลียดความวุ่นวายประมวลผลไม่ทันจริงๆ ว่าหน้าห้องเซฟเฮาส์ส่วนตัวของเขา กลายร่างเป็นโกดังสินค้าแบรนด์เนมและกระเช้าของขวัญระดับพรีเมียมตั้งแต่เมื่อไหร่
และเจ้าของร่างเพรียวระหงที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก รินรดา—ซูเปอร์สตาร์สาวผู้ใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้อย่างหน้าตาเฉย
"คุณ..." อาคเนย์อ้าปากค้างเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกองทรัพย์สินมีค่าที่ขวางทางเดินเข้าห้องของเขาอยู่ "นี่มันอะไรกัน รินรดา"
"ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นการง้อค่ะ" นักแสดงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความเจ้าเล่ห์เจือความสำนึกผิดไว้นิดๆ แบบที่หาได้ยากยิ่งจากเธอ "ตกใจล่ะสิคะที่ฉันเหมามาทั้งบูติก แถมยังกว้านซื้อขนมร้านโปรดที่คุณชอบจนหมดสต็อกมาวางกองไว้ให้ถึงหน้าห้อง... หายโกรธฉันหรือยังคะ คุณช่างภาพจอมหยิ่ง"
อาคเนย์ขบกรามแน่น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเย็นชาดังเดิม แม้ว่าในอกข้างซ้าย หัวใจมันจะกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอกด้วยฤทธิ์ความน่ารักปนแสบสันของคนตรงหน้าแล้วก็ตาม
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เมฆาตั้งใจเล่นสกปรกเพื่อปั่นหัวรินรดาให้เดินเข้าหลุมพราง อาคเนย์ก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองเป็นบ้าที่เผลอใช้อารมณ์ไล่เธอไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ใครจะคิดล่ะว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมแพ้แถมยังเลือกวิธีแก้ปัญหาด้วยความเวอร์วังอลังการตามสไตล์ดาวประดับฟ้าแบบนี้!
"คุณคิดว่าเงินหรือของพวกนี้จะลบความงี่เง่าของคุณเมื่อเย็นได้หรือไง" อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าแววตาที่มองเธอกลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน ปากร้ายใจแข็งคือเกราะป้องกันตัวตามธรรมชาติของเขา "เก็บของพวกนี้กลับไปซะ รินรดา ผมไม่อยากได้ และผมก็บอกแล้วว่าไม่อยากเจอหน้าคุณตอนนี้"
"ปากแข็งจังเลยนะคะ" รินรดาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอสาวเท้าก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดลอยแตะจมูกจนอาคเนย์ต้องผถอยหลังไปชนกรอบประตู มือเรียวบางเอื้อมขึ้นมาจิ้มเบาๆ ที่อกเสื้อด้านซ้ายของเขา ตรงตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นโครมคราม "ปากบอกว่าไม่อยากเจอ แต่เมื่อกี้ตอนที่ฉันก้าวออกจากลิฟต์ ตาของคุณโตเป็นไข่ห่านเลยนะคะ... รู้หรอกน่า ว่าลึกๆ แล้วคุณกำลังใจชื้นขึ้นมาใช่ไหมล่ะคะที่เห็นฉันมายืนอยู่ตรงนี้"
"รินรดา คุณนี่มัน..." อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขาก้มลงมองมือบางที่ยังคงจิ้มอยู่บนอกเขา ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความโกรธขิงเมฆาและความตึงเครียดจากเรื่องก่อนหน้าสลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความหวั่นไหวที่ตีรวนขึ้นมาในอก "คุณไม่รู้หรือไงว่าเมฆามมันจงใจบีบคุณ... ทำไมถึงยังดึงดันวิ่งมาหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ หะ?"
คำถามนั้นเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้เงียบลงทันที รินรดาชะงักไปนิด ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้นค่อยๆ อ่อนแสงลง ความพยศในแววตาถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งบางเบาที่ทำให้อาคเนย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉันรู้ค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบaลง รอยยิ้มเย้าแหย่เมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใน "ฉันรู้ว่าเมฆาต้องการอะไร และฉันก็รู้ว่าคุณกำลังกลัวอะไรอยู่... อาคเนย์ คุณกลัวว่าฉันจะเจ็บตัว กลัวว่าฉันจะตกเป็นเหยื่อในเกมสกปรกของมันใช่ไหมล่ะคะ?"
ช่างภาพหนุ่มเม้มปากแน่น ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ความเงียบของเขาคือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุด
"แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะคะ..." รินรดายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเรียวเลื่อนจากอกเสื้อขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มสากของเขา ผิวสัมผัสอุ่นร้อนทำให้หัวใจของอาคเนย์กระตุกวูบ "รินรดาคนนี้ไม่ใช่ตุ๊กตาในตู้กระจกที่ใครจะมาบงการได้ง่ายๆ และที่สำคัญที่สุด... ฉันยอมแลกทุกอย่าง เพื่อมาเคลียร์ใจกับคนปากร้ายแต่ใจดีอย่างคุณค่ะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและสายตาสั่นไหวที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างของอาคเนย์พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกคลั่งรักที่เขาพยายามกดทับเอาไว้พวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะควบคุม ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่เพื่อตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นรวบเอวบางของเธอเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ
"คุณมันดื้อด้านที่สุด รินรดา" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความตัดพ้อแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "รู้ไหมว่าผมอยากจะตีคุณให้เข็ดขนาดไหน"
"ก็ลองดูสิคะ แล้วฉันจะฟ้องนักข่าวว่าช่างภาพมือหนึ่งทำร้ายร่างกายซูเปอร์สตาร์สาว" เธอยังคงอวดดี ทั้งที่ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
อาคเนย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ตั้งใจจะมอบรางวัลให้คนปากเก่งสักที
ทว่า...
*ติ๊ง!*
เสียงลิฟต์ที่เปิดออกที่ปลายทางเดิน พร้อมกับฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นทันที
"รินรดา! คุณอยู่ในนี้ใช่ไหม ผู้จัดการบอกว่าคุณหายมาทางนี้... เฮ้ย!"
ร่างสูงของเมฆาที่ก้าวออกมาจากมุมตึกหยุดชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าคือซูเปอร์สตาร์สาวคนดังที่เขากำลังหมายตา กำลังยืนแนบชิดอยู่กับอดีตคู่หูหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจรดกัน และกองสินค้ามูลค่าหลายแสนบาทที่วางขวางทางอยู่
อาคเนย์ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่ถูกรบกวนเวลาล่าเหยื่อ ในขณะที่รินรดากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 20
การง้อในแบบของเธอ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!