เสียงบานพับประตูสำรองที่ถูกผลักเปิดออก ไม่ได้ทำให้อาคเนย์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรีทัชภาพถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังคงนั่งไขว่ห้าง นิ้วเรียวยาวขยับเมาส์ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจเขาได้เท่ากับโทนสีของภาพตรงหน้า
"บอกแล้วไงว่าวันนี้งดรับแขก... นอกเสียจากว่าคุณจะเอาเช็คเงินสดสิบล้านมาวางแปะไว้บนโต๊ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่หลุดออกจากริมฝีปากหยักลึก โดยที่เขาคาดเดาไว้แล้วว่าผู้มาเยือนน่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวจอมวุ่นวายของรินรดา หรือไม่ก็พนักงานจัดส่งอุปกรณ์สตูดิโอที่มักจะมาผิดเวลาก็เท่านั้น
ทว่า... ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา
มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนลอยปะปนเข้ามาในอากาศ เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยร่องรอยของความริษยาที่ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อาคเนย์ก็ไม่มีวันลืม
ชะตากรรมเล่นตลกอะไรกันนักหนา ถึงได้พัดพา 'เมฆา' กลับมาเหยียบย่ำพื้นที่ส่วนตัวของเขาในยามที่เปราะบางที่สุด
อาคเนย์ชะงักมือที่กำลังคลิกเมาส์ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขายังไม่ยอมหันกลับไปมองทันที ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนเยือกเย็นราวกับติดลบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความเกรงกลัว
"คิดว่าใคร... ที่แท้ก็หมาลอบกัดที่ยังไม่เข็ดสินะ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกทุกพยางค์
เมฆายืนกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนา ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบสตูดิโอหรูหราที่เคยเป็นความฝันร่วมกัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งเปิดภาพโฆษณาเซ็ตล่าสุดของรินรดาเอาไว้
"หมาเหรอ? ระวังปากหน่อย อาคเนย์... แกคิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนวะ ถึงได้ทำเป็นเมินข้อเสนอของฉัน" เมฆาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น สายตาคุกคามมองจ้องอดีตเพื่อนสนิทด้วยความเคียดแค้น "แกคิดว่าตัวเองคือนักบุญผู้ถือลิขสิทธิ์ความงามคนเดียวในวงการนี้หรือไง? ภาพที่แกถ่าย... มันก็แค่ภาพหลอกลวงที่กลบเกลื่อนความเน่าเฟะข้างในตัวผู้หญิงคนนี้ต่างหาก!"
พึ่บ!
เสียงกระดาษปึกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เอกสารเหล่านั้นกระจัดกระจายไปทั่วแป้นพิมพ์ อาคเนย์ก้มมองมันเพียงแวบเดียว ภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ และเอกสารลับบางอย่างที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่ปรากฏแก่สายตา มันคือหลักฐานที่ถูกบิดเบือนเพื่อทำลายชื่อเสียงของรินรดา นักแสดงสาวผู้กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูอีกด้านของสตูดิโอที่เชื่อมต่อกับห้องแต่งตัวก็ถูกเปิดออก...
รินรดาในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อนุ่ม ก้าวออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่กำลังซับหยดน้ำบนเรือนผมยาวสลวย เธอกำลังจะเดินเข้ามาหาอาคเนย์เพื่อถามเรื่องกาแฟสักแก้ว ทว่าฝีเท้ากลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของบุคคลที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต
เมฆา... ผู้ชายที่เคยฝากรอยแผลเป็นไว้ในอดีตของผู้จัดการและตัวเธอเอง
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายสั่นเทาโดยอัตโนมัติ ความทรงจำอันเลวร้ายที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของหัวใจผุดขึ้นมาหลอกหลอนอีกครั้ง ภาพที่เธอเคยถูกขู่กรรโชกและใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในอดีตถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
"แก... แกเข้ามาได้ยังไง!" รินรดาเผลอส่งเสียงสั่นพร่าออกมาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กกำชายเสื้อคลุมแน่นจนยับยู่ยี่
เมฆาหันไปมองต้นเสียง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเห็นอาการตื่นตระหนกของดาราแถวหน้า "อ้าว... อยู่นี่เองเหรอครับคุณนางเอกคนดัง หน้าตาตื่นเชียวนะ กลัวความลับแตกหรือไง ว่ากว่าจะไต่เต้ามาถึงจุดนี้ได้ คุณต้องผ่านมือใครมาบ้าง?"
"หุบปากซะ เมฆา!" อาคเนย์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตที่ปกติมักจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบขบขัน บัดนี้ระเบิดออกมาอย่างไร้ความปรานี "ถ้าไม่อยากตายคาสตูดิโอของฉัน ไสหัวออกไปซะก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
"ใจเย็นน่า อาคเนย์ ฉันไม่ได้มาหาเรื่องแก... ฉันแค่เอาความจริงมาตีแผ่ให้เพื่อนรักของฉันได้ตาสว่าง!" เมฆาแค่นหัวเราะอย่างสะใจ "แกคิดว่าไอ้ช่างภาพปากจัดคนนี้มันรักแกนักเหรอ? มันก็แค่เห็นแกเป็นนางแบบราคาแพงที่ใช้ทำเงินสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเท่านั้นแหละ! ลองถามมันดูสิ ว่าถ้าวันหนึ่งแกไม่มีค่าอะไรในฐานะซูเปอร์สตาร์แล้ว มันยังจะชายตาแลผู้หญิงมีมลทินอย่างแกไหม!"
คำพูดสาดโคลนนั้นกรีดแทงหัวใจของรินรดาจนพรุน ความกลัวในอดีตผสมปนเปเข้ากับความหวาดระแวงในปัจจุบัน หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาคลุมหน่วยตาคู่สวย เธอยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตอกตะปูแห่งความจริงอันโหดร้าย หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงสะท้อนก้องในหัวที่บอกว่า *'เธอไม่คู่ควร... เธอมันก็แค่ผู้หญิงมีมลทิน'*
อาคเนย์หันขวับไปมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล สายตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะด้วยความตกใจที่เห็นเธอกลับออกมาในสภาพนี้
ความจริงแล้ว... เขากลัวเหลือเกินว่าเธอจะเก็บคำพูดขยะพวกนั้นมาคิดมาก ความโกรธที่สุมอกทำให้เขาขาดความยั้งคิด ในวินาทีนั้น อาคเนย์เพียงแค่ต้องการตัดปัญหาและไล่ไอ้สารเลวนี่ออกไปให้พ้นหน้าโดยเร็วที่สุดเพื่อปกป้องเธอ แต่ความใจร้อนและสัญชาตญาณปากร้ายที่ติดตัวมานานกลับทรยศเขาอย่างไม่น่าให้อภัย
"เลิกทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจสักทีได้ไหม รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวลั่นห้อง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว
อาคเนย์หันกลับมาพ่นคำพูดที่กลั่นกรองมาจากความหงุดหงิดระAคนตกใจใส่หญิงสาว โดยไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อยว่าน้ำเสียงและถ้อยคำของตัวเองมันคมกริบและบาดลึกขนาดไหน "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? หรือว่าที่มันพูดมันคือเรื่องจริง? ถ้าแค่นี้รับมือไม่ไหว ก็กลับไปตั้งหลักที่บ้านเธอซะ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญร้องห่มร้องไห้อยู่ในพื้นที่ทำงานของฉัน!"
กึก!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดาชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวด หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย คำพูดดูถูกเหยียดหยามจากปากผู้ชายที่เธอแอบมอบความรู้สึกดีๆ ให้ และเป็นคนที่เธอคิดว่า... อย่างน้อยเขาก็เข้าใจเธอมากที่สุด กลับกลายเป็นดาบเล่มโตที่แทงทะลุกลางอกเธออย่างจัง
รอยยิ้มฝืนๆ ที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ แตกสลายไม่มีชิ้นดี
เมฆายืนยิ้มเยาะอย่างพอใจเมื่อเห็นภาพบาดหมางตรงหน้า เป้าหมายของมันสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว การทำลายความสัมพันธ์จากภายในคือวิธีที่ดีที่สุด
รินรดาไม่ร้องไห้ เธอไม่มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียวไหลรินออกมาให้ใครเห็น ทว่าแววตาที่มองอาคเนย์ในเสี้ยววินัตินั้น... มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความว่างเปล่า และความเยียบเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ
เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก, เชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือดีที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในยามที่หัวใจกำลังแหลกสลายเป็นผุยผงก็ตาม
"ค่ะ... ฉันมันน่ารำคาญ" รินรดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ รอยยิ้มหยันสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิบอิ่ม "ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ คุณอาคเนย์... ฉันจะไม่มารบกวน 'พื้นที่ส่วนตัว' อันมีค่าของคุณอีกแน่นอน"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองสายตาร้อนรนที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนกของอาคเนย์เลยแม้แต่น้อย
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องแต่งตัวปิดลงอย่างแรง พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านในที่ดังชัดเจนในความเงียบ อาคเนย์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน สมองสั่งการช้าเกินกว่าจะเอ่ยปากรั้งเธอไว้ ความสำนึกผิดพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อเขารู้ตัวแล้วว่า... เขาเพิ่งทำเรื่องที่โง่เง่าที่สุดลงไป
"ฮ่าๆๆ ยอดเยี่ยมมากเพื่อนรัก แกนี่มันปากปีจอสมคำร่ำลือจริงๆ" เมฆาหัวeเราะเยาะอย่างสะใจ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกทางประตูสำรองที่เปิดค้างไว้ "เกมนี้ แกแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเดินหมากแล้วล่ะ อาคเนย์"
ร่างของเมฆาลับตาไปพร้อมกับเสียงประตูปิดสนิท
อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่กลางสตูดิโอ ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุขเหมือนเคย หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความร้อนรน ชายหนุ่มรีสาวเท้าเดินตรงไปยังหน้าประตูกระจกห้องแต่งตัว ยกมือขึ้นเคาะเบาๆ สองครั้งด้วยความลังเล
"รินรดา... เปิดประตูคุยกันก่อน" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีมาดกวนประสาท ไม่มีคำพูดปากร้าย มีเพียงความร้อนรนและสำนึกผิดที่เอ่อล้น
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ จากด้านใน
อาคเนย์กัดฟันกรอด ตัดสินใจเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู... ทว่ามันถูกล็อกสนิทจากด้านในอย่างแน่นหนา
และในวินาทีที่เขากำลังจะถอยหลังเพื่อหาทางพังประตูเข้าไปนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ อาคเนย์หยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่แนบลิงก์วิดีโอบางอย่างมาพร้อมกับแคปชันที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
*[วิดีโอลับ: แฉตัวจริงของนางเอกสาวกับเบื้องหลังที่ไม่เคยมีใครรู้... ถ้าไม่อยากให้คลิปนี้หลุดว่อนเน็ต เตรียมเงินมาแลกสิบล้าน!]
อาคเนย์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า เมฆาไม่ได้แค่มาป่วนเพื่อทำลายบรรยากาศ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของมันคือการบีบให้รินรดาจนมุม... และเขาเองนี่แหละ ที่เพิ่งจะผลักเธอให้เดินเข้าไปสู่หลุมพรางนั้นด้วยมือของตัวเอง!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของตากล้องหนุ่มคนนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 19
คำพูดที่ไม่คิดแต่จุก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!