เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 24

สงครามกล้อง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของรินรดากระพริบแสงสีฟ้าสว่างวาบ ท่าความเงียบงันที่กดดันภายในห้องแต่งตัววีไอพี ชื่อ ‘เมฆา’ ที่ปรากฏเด่นหรี่แสงอยู่บนหน้าจอไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เธอเท่ากับ ‘เสียงทุบประตู’ ที่ดังโครมครามจากด้านนอก พร้อมกับเสียงก้าวเท้าฝีเท้าหนักหน่วงที่มุ่งตรงเข้ามายังหน้าห้อง รินรดาขมวดคิ้วแน่น ปลายเล็บเรียวยาวจิกเข้าหากันจนขึ้นสีขาว เธอไม่ได้กดรับสาย แต่ใช้นิ้วปัดตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง บานประตูห้องก็ถูกผลักเปิดผางด้วยฝีมือของคนที่ไม่ได้รับเชิญ เมฆายืนอยู่ตรงกรอบประตู รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกฉาบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องบางที่เปิดหน้าจอค้างไว้ แสดงภาพถ่ายเซ็ตล่าสุดของสตูดิโออาคเนย์ที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน ชายหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจห้องด้วยท่าทีเย้ยหยัน ก่อนจะมาหยุดที่ร่างบางของรินรดาและอาคเนย์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล “อุ๊ย... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานหรือเปล่าครับคุณรินรดา” เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท จงใจลากเสียงยาวเพื่อให้อาคเนย์ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้องรู้สึกระคายหู “แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ พอดีผมบังเอิญไปเห็น ‘เบื้องหลัง’ บางอย่างที่ถ้าสื่อได้เห็น คงสนุกน่าดูว่าช่างภาพมือรางวัลระดับประเทศอย่างคุณอาคเนย์ ใช้ ‘วิธีสกปรก’ แบบไหนในการคว้างานโปรเจกต์นี้มา” บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ อาคเนย์ยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขามองเมฆาด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนผู้ใหญ่มองเด็กเหลือขอที่กำลังพยายามเรียกร้องความสนใจ ท่าทีเยือกเย็นและไม่แยแสเช่นนั้นแหละที่ทำให้เมฆาเลือดขึ้นหน้า “แกคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เมฆา” อาคเนย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของอีกฝ่าย “การขโมยไฟล์งานดิบแล้วเอามาขู่เด็กอนุบาลอย่างแก มันไม่ได้ทำให้ฝีมือถ่ายภาพของแกดูยกระดับขึ้นมาหรอกนะ มีแต่จะฟ้องว่าสมองกับฝีมือแกมันฝ่อไปพร้อมกับความอิจฉาต่างหาก” “ปากดีนักนะอาคเนย์!” เมฆากัดฟันกรอด ก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้จนแทบจะประชิดตัว “แกคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นมาตลอดสินะ หยิ่งยโส ปฏิเสธงานใหญ่เพื่อไปซุกตัวอยู่ในเซฟเฮ้าส์บ้าๆ นั่น! แต่วันนี้แหละ... ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าช่างภาพเทวดาอย่างแก มันก็แค่อีตัวที่ใช้เส้นสายและผู้หญิงซื้อความสำเร็จ!” เพี๊ยะ! เสียงตบดังสนั่นก้องห้องแต่งตัว เมฆาหน้าหันไปตามแรงอารมณ์ รินรดาเป็นคนลงมือ เธอสะบัดมือที่เพิ่งฟาดลงบนแก้มของอดีตคู่หูอาคเนย์ออก สีหน้าของนางเอกสาวไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาที่ดุดันและเยزชาเสียยิ่งกว่าอาคเนย์เสียอีก “จำใส่สมองที่ฝ่อๆ ของคุณไว้ด้วยนะคะเมฆา ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ในโปรเจกต์นี้ ฉันเป็นคนควักจ่ายด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และอาคเนย์เขาเลือกที่จะปฏิเสธงาน ไม่ใช่เพราะวิ่งไล่ตามเงินแบบที่คุณกำลังดิ้นรนอยู่!” รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเมฆา ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “ถ้ากล้าเอาภาพพวกนี้ออกไปเผยแพร่แม้แต่รูปเดียว ฉันจะใช้เงินทุกบาทที่มีฟ้องคุณให้หมดตัว ชนิดที่ว่าต่อให้ผันตัวไปเป็นช่างภาพข้างถนน คุณก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อฟิล์มโหลเดียวมารักษาเกียรติยศปลอมๆ ของตัวเองหรอกนะคะ!” เมฆายกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ขึ้นรอยแดง รังสีความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง “ดี! ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะคุณรินรดา งั้นเรามาดูกันว่าระหว่างเงินของคุณกับภาพเบื้องหลังความสัมพันธ์ฉาวๆ ระหว่างช่างภาพหนุ่มผู้รักความสันโดษกับซุปตาร์สาวเบอร์หนึ่ง อันไหนมันจะเรียกเรตติ้งจากสังคมได้มากกว่ากัน!” พูดจบ เมฆาก็หันหลังคว้าแท็บเล็ตแล้วเตรียมจะวิ่งออกจากห้องเพื่อนำภาพนั้นไปกระจายให้สื่อมวลชนที่มาร่วมงานอีเวนต์ด้านนอกได้เห็น แต่ทว่า... กึก! ร่างของเมฆาต้องชะงักกึกทันที เมื่อประตูห้องอีกด้านที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านหลังถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน... ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย ใบหน้าเคร่งขรึมและคุ้นเคยเป็นอย่างดีในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ระดับประเทศ “ถ้าคุณก้าวออกไปจากประตูนี้แม้แต่ก้าวเดียว ภาพที่คุณขโมยมาจากสตูดิโอเมื่อครู่ จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้คุณต้องไปนอนในคุกข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และกรรโชกทรัพย์ แทนที่จะได้ไปเสนอหน้ากับนักข่าวนะครับ... คุณเมฆา” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น เมฆาหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิก1กว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนก้าวเข้ามาขวางทาง รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ขณะที่อาคเนย์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบเลื่อนกลับมามองรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและสื่อความหมายลึกซึ้งจนคนมองใจกระตุก “เหนื่อยหน่อยนะคะ สายเปย์จำเป็นของฉัน” อาคเนย์กระซิบเสียงแผ่วเบาขณะก้าวเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับกลุ่มผมของเธอในจังหวะที่เขาโน้มตัวลงมาเคลียร์พื้นที่ความปลอดภัย “รู้ตัวก็ช่วยเปย์ความรู้สึกฉันคืนมาด้วยการเลิกทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารสักทีสقคะ นายช่างภาพเย็นชา” รินรดาแกล้งกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งอ่อนหวาน ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงราวกับกลองชุดจนเธอต้องแอบเอามือข้างหนึ่งมากุมหน้าอกตัวเองไว้ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงราวกับเวทมนตร์ ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย อาคเนย์กลับรั้งข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ดึงให้ร่างบางหันกลับมาประชิดตัวเขาอีกครั้งในระยะประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ดวงตาคมกริบของช่างภาพหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเธอ ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกัน และก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา อาคเนย์ก็โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของเธอ “เรื่องของไอฟ้าวรั่นเมื่อกี้... เดี๋ยวเรากลับไปเคลียร์กันต่อที่เซฟเฮ้าส์...” น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบเบาๆ จนขนลุกซู่ “...แต่ตอนนี้ ฉันมีบัญชีความคลั่งรักที่ต้องสะสางกับเธอเป็นกรณีพิเศษแล้วล่ะครับ” คำขอโทษและคำขอบคุณจากใจจริงของนักเขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงกุมมือเดินเคียงข้าง ‘กำมะหยี่สีแดง’ และร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สายซึนของอาคเนย์กับรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%