เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 25

ความภาคภูมิใจ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดกระทบใบหน้าจนพร่าพลาย เสียงชัตเตอร์รัวราวมطرห่าฝน และเสียงคำถามตะโกนก้องจากกองทัพนักข่าวบันเทิงที่เบียดเสียดกันเข้ามาในห้องแถลงข่าว คือสิ่งที่เมฆาตั้งใจจัดฉากขึ้นเพื่อประหารอาคเนย์ให้ตายทั้งเป็น “ภาพต้นฉบับชุดนี้ถูกขโมยไปจากสตูดิโอของผมครับ... และคนที่เอาไปปล่อยในตลาดมืดเพื่อทำลายชื่อเสียง ก็คือช่างภาพรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้น” เมฆายกมือขึ้นชี้ไปยังร่างสูงของอาคเนย์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมเวที ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงแววตานิ่งสนิทที่ฉาบความเยียบเย็นเอาไว้ รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านจนร้อนรุ่มไปทั้งอก ผู้ชายคนนี้... เมฆากล้าดียังไงถึงเอาความพยายามทั้งชีวิตของอาคเนย์มาเหยียบย่ำกลางแสงไฟแบบนี้ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *‘กริ๊ก… กริ๊ก…’* สะกดทุกสายตาในห้องให้หันมามองเป็นตาเดียว เธอไม่ได้เดินเข้าไปหาอาคเนย์ แต่เลือกที่จะยืนขวางระหว่างเขากับเมฆา เอาตัวบังร่างสูงไว้ราวกับแม่เสือปกป้องลูกในไส้ “พูดจบหรือยังคะ คุณเมฆา” น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นผ่านไมโครโฟน รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ช่างภาพและนักข่าวหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันเป็นรอยยิ้มของนักธุรกิจหญิงผู้กุมอำนาจและพร้อมจะฟาดฟันใครก็ตามที่ขวางทาง “คุณรินรดา... เรื่องนี้เป็นเรื่องในวงการช่างภาพครับ คนนอกอย่างคุณอาจจะ...” เมฆาพยายามทำเสียงให้ดูน่าสงสาร แต่รินรดาไม่ได้ให้โอกาสเขาพูดจบ “คนนอกเหรอคะ?” เธอยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน “ในฐานะ ‘นายทุนหลัก’ และ ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่’ ของโปรเจกต์นิทรรศการภาพถ่ายทั้งหมดที่พวกคุณกำลังเห่าหอนกันอยู่นี้ ฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์พูดมากกว่าใครนะคะ” ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องแถลงข่าวทันที เมฆาหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้านั้นเริ่มสั่นเครือ รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เมฆาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าก๊าซพิษในความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม เธอหยิบแท็บเล็ตหรูออกมาจากกระเป๋า ยื่นหน้าจอเข้าหาใบหน้าของเมฆาช้าๆ “เอกสารเส้นทางการเงินชิ้นนี้ ระบุชัดเจนว่าเงินจำนวนห้าแสนบาทถูกโอนจากบัญชีออฟโชร์ในต่างประเทศ เข้าสู่บัญชีส่วนตัวของคุณเมฆาเมื่อสามวันก่อน... วันเดียวกับที่ไฟล์ภาพลับถูกปล่อยออกไปพอดีบังเอิญจังเลยนะคะ ว่าไหม?” เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที นักข่าวต่างกรูเข้ามาใกล้หน้าเวทีเพื่อบันทึกภาพหน้าจอหลักฐานที่รินรดานำมาฟาดหน้าเมฆาแบบไม่ต้องตั้งตัว “คุณ... คุณใส่ร้ายผม! นั่นมันเอกสารปลอม!” เมฆาลนลาน เสียงเริ่มสั่นพร่า เหงื่อกาฬแตกพลั่ก “ปลอมเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เยືือกเย็นและบาดลึก “ธนาคารสويسแห่งนี้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของบริษัทฉันค่ะ ถ้าคุณบอกว่าเอกสารนี้ปลอม ฉันสามารถให้ทีมทนายความบินไปฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทด้วยข้อมูลเท็จที่ศาลระหว่างประเทศได้ภายในสิบนาทีนี้เลย... สนใจลองดูไหมคะ?” เมฆาถอยหลังกรูดจนสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเจอความเด็ดขาดและอำนาจเงินที่ใช้ฟาดแบบไม่ไว้หน้า อาคเนย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ มาตลอด เอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของรินรดาเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นดึงสติให้เธอดึงสายตากลับมามอง ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แววตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้เสมอ กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย “พอได้แล้วค่ะ” อาคเนย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แต่น่าฟังและทรงพลังพอที่จะทำให้รินรดายอมลดราวาศอกลง “ฉันยังสนุกอยู่เลยนะคะ” รินรดาบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมลดไมโครโฟนลงแล้วถอยกลับมายืนเคียงข้างเขา อาคเนย์กวาดสายตามองนักข่าวทั้งหมดด้วยความเย่อหยิ่งตามธรรมชาติ “งานแถลงการณ์จบลงแค่นี้ครับ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับคนทรام... ให้เป็นหน้าที่ของทนายฝั่งคุณรินรดาจัดการต่อได้เลย” พูดจบ มือหนาก็คว้าจับข้อมือของรินรดาแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกไปจากห้องโกลาหลนั้นทันท่ามกลางแสงแฟลชที่ยังคงรัวยิงตามหลังไม่หยุด พวกเขาก้าวขึ้นมาบนรถหรูที่จอดรออยู่ VIP ด้านหลัง บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง รินรดายังคงหายใจหอบเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความโกรธที่เพิ่งมอดดับลง “เธอใจร้อนเกินไปแล้วนะ” อาคเนย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุ รินรดาหันขวับไปมองหน้าเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ “ฉันช่วยปกป้องคุณนะคะ อาคเนย์! หรือว่าคุณชอบให้คนอื่นมาเหยียบย่ำชื่อเสียงตัวเองเล่นรึไง?” “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...” อาคเนย์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “แต่ฉันไม่ชอบเห็นเธอเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายกับคนพวกนั้น... ฉันจัดการเองได้” “จัดการเอง? ถ้าฉันไม่เอาหลักฐานเส้นทางการเงินนั่นมาฟาดหน้ามัน วันนี้คุณคงยืนรับคำดูถูกพวกนั้นจนจมดินไปแล้วนะคะ!” รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความน้อยใจผสมความกรุ่นโกรธ อาคเนย์ไม่ตอบคำถาม เขาเคลื่อนกายเข้ามาประชิดร่างบางบนเบาะหนังนุ่มอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดผสมความเย็นเยียบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนพื้นที่ในรถแคบลงถนัดตา “นี่คุณ...” รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ขอบคุณครับ” น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาข้างใบหู อารมณ์ดิบเถื่อนและเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นอ่อนโยนที่เขามีให้เธอแค่คนเดียว “แต่ครั้งหลัง... อย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่” หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความโกรธทั้งหมดปลิวหายไปในอากาศราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เธอกำลังจะอ้าปากเถียงต่อ แต่ริมฝีปากหนากลับทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่แค่จูบที่เร่าร้อน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการขอบคุณในแบบฉบับของช่างภาพเย็นชาที่คลั่งรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น... ในขณะที่ริมฝีปากกำลังเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งจนลมหายใจขาดห่วง เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *‘ก๊อกๆ!’* รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกห่าง อาคเนย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตาคมกริบมองผ่านกระจกทึบออกไปด้านนอกด้วยความไม่สบอารมณ์ ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างรถ พร้อมกับชูซองเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นสูงผ่านกระจก... และใบหน้านั้น ทำให้อาคเนย์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของกำมะหยี่สีแดงเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%