เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 26

จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไต้ใส่ฉัน ฉันจะเดินลงไปเหยียบเท้าไอ้คนหน้าประตูคนนั้นให้ดูเดี๋ยวนี้จริงๆ ด้วยนะคะ" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะฉายประกายเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเอง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย เธอปรายตามองไปยังชายแปลกหน้าที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างรถ ก่อนจะหันกลับมาจ้องร่างสูงที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังพวงมาลัย อาคเนย์ยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบราวน้ำลึก บัดนี้ไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ด้วยสัญชาตญาณดิบที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภาพของชายหนุ่มนอกกระจกที่ชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นสูง ราวกับเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในเกมเดิมพันนี้ ทำให้บรรยากาศภายในรถอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "อาคเนย์..." รินรดาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะท่อนแขนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดจนแข็งเป็นหิน "ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แล้วซองเอกสารนั่น... เกี่ยวอะไรกับคุณ" ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ราวกับกำลังรวบรวมสติทั้งหมดที่มีในชีวิต เขากะพริบตาช้าๆ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกาย ดวงตาคู่นั้นซ่อนความเจ็บปวดและความระแวงไว้ลึกจนเธอรู้สึกแปลบในอก "ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องใส่ใจ..." อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปราศจากความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทที่เขาชอบใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกเช่นเคย "ลงไปรอผมที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนก่อน... เดี๋ยวผมตามไป" "พูดบ้าอะไรของคุณคะ!" รินรดาชักสีหน้าใส่ทันที ความเป็นคนไม่ยอมใครพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนกลบความกลัวไปหมดสิ้น "เรานั่งรถมาด้วยกันนะ แล้วจู่ๆ จะให้ฉันลงไปเดินตากแดดรอกลางถนนเนี่ยนะ? คิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง!" "รินรดา... ฟังผม..." อาคเนย์หันมามองเธอเต็มตา มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้ามือเธอมากุมไว้ แต่แล้วเขาก็ชะงัก ชักมือกลับราวกับกลัวว่าความเปราะบางของตัวเองจะส่งผ่านไปถึงเธอ "อย่าดื้อ... ครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ" "ถ้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมพูดความจริงล่ะคะ!" น้ำเสียงของเารเริ่มสั่นด้วยความน้อยใจ ผสมผสานกับความโกรธที่ถูกกีดกันออกจากปัญหา "เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่แล้ว อาคเนย์... หรือในสายตาคุณ ฉันมันก็เป็นแค่ดาราสาวเอาแต่ใจที่วันๆ เอาแต่ใช้เงินซื้อความสบายไปวันๆ เท่านั้นเหรอคะ?" คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจของช่างภาพหนุ่มอย่างจัง อาคเนย์เบิกตากว้างเล็กน้อย ร่องรอยความเจ็บปวดฉายชัดในแววตา เขาไม่ได้มองเธอด้วยความรำคาญเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ตรงกันข้าม... เขากำลังมองเธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย "คุณไม่ใช่แบบนั้น..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณมีค่ามากกว่าที่ตัวเองคิด... และนั่นแหละคือเหตุผลที่ผมไม่อยากให้คุณต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องโสโครกพวกนี้" รินรดาชะงัก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโมโห กลับกระตุกวูบและเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด คำพูดห้วนๆ ปากจัดๆ แบบฉบับของอาคเนย์ มักจะมีประกายความคลั่งรักซ่อนอยู่เสมอ แม้เขาจะพยายามพรางมันไว้ด้วยท่าทีเย็นชาแค่ไหนก็ตาม "ถ้าฉันมีค่า... งั้นก็ตอบคำถามฉันมาให้เคลียร์ค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น สายตาดุดันและจริงจังไม่แพ้กัน "สถานะของเราสองคนตอนนี้มันคืออะไรกันแน่คะ... อาคเนย์?" บรรยากาศภายในรถเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องยนต์แอร์เบาๆ ที่ทำหน้าที่ของมัน เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นแข่งกันอย่างบ้าคลั่งในพื้นที่แคบๆ นี้ รินรดากลั้นหายใจรอคำตอบ เธอรุกไล่เขาจนมุมด้วยคำถามที่ค้างคาใจมานาน และตอนนี้... เธอต้องการความชัดเจน อาคเนย์จ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่รั้นจนน่าตีของหญิงสาว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการปกป้องเธอให้อยู่ในเซฟโซน กับการยอมพังทลายกำแพงในใจของตัวเองเพื่อดึงเธอเข้ามาเผชิญชะตากรรมร่วมกัน "คุณยังกล้าถามอีกเหรอ..." อาคเนย์พึมพำเบาๆ รอยยิ้มหยันตัวเองปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าผม..." *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกรถฝั่งคนขับดังขึ้นขัดจังหวะสำคัญอย่างไม่รู้กาลเทศะ อาคเนย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปมองทันที ใบหน้าที่เคยยิ้มระรื่นของ 'เมฆา' อดีตคู่หูผู้จมปลักอยู่กับความอิจฉา บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่าสะบิดสะออน เมฆาไม่ได้เคาะเรียกเฉยๆ แต่จงใจใช้ปลายนิ้วเคาะกระจกเน้นๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระจกใส แล้วส่งสายตาคุกคามมองข้ามไหล่ของอาคเนย์มายังรินรดาที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ อาคเนย์ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด มือหนากำพวงมาลัยรถจนข้อต่อสีขาวโพลน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที เขากำลังจะเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูเพื่อลงไปจัดการกับไอ้ตัวปัญหา แต่มือเรียวบางของรินรดาซะอีกที่ยื่นมาคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน "อย่าเพิ่งค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา แต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความพายุ "ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมนี้กับเรานัก... ฉันนี่แหละจะเป็นคนเปิดประตูต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้เองค่ะ" พูดจบ รินรดาก็เอื้อมมือไปดึงเปิดลิ้นชักหน้ารถ คว้าแว่นกันแดดแบรนด์เนมตัวโปรดขึ้นมาสวมทับดวงตาคู่สวยอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปกดปุ่มปลดล็อกเซ็นทรัลล็อกด้วยตัวเอง *คลิก!* เสียงกลไกประตูรถปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ อาคเนย์หันขวับมามองเธอด้วยความตกใจระคนไม่เข้าใจ "รินรดา! คุณจะทำอะไร!" รินรดาหันมาส่งยิ้มมุมปากให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ทรงพลัง เย้ายวน และอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต เธอยื่นมือไปผลักประตูรถฝั่งตัวเองให้เปิดออกอย่างสง่างาม "ฉันก็แค่อยากรู้เหมือนกันค่ะว่า... เอกสารในซองสีน้ำตาลนั่น มันจะมีปัญญาทำลายความสัมพันธ์ที่เรายังเคลียร์ไม่จบได้สักแค่ไหนกันเชียว!" แล้วรินรดาก็ผลักประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้ากับเมฆาที่ยืนรออยู่ข้างนอก โดยไม่เปิดโอกาสให้อาคเนย์ได้ทัดทานแม้แต่น้อย ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบผลักประตูฝั่งตัวเองตามลงไปติดๆ ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%