ความเงียบระหว่างคนสามคนเฉียบคมเสียยิ่งกว่าใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ รินรดายืนอยู่ตรงนั้น เบื้องหน้าคือเมฆา อดีตคู่หูผู้เคยใช้เลนส์กล้องบันทึกความสกปรกในจิตใจตัวเองมาทำลายคนอื่น ส่วนเบื้องหลังคืออาคเนย์ ชายหนุ่มผู้กักขังหัวใจตัวเองไว้ในห้องมืดแห่งอดีต และไม่ยอมเปิดรับแสงสว่างใดๆ อีกเลยนับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น
"ริน ถอยมา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันของอาคเนย์ไม่ได้มีความนุ่มนวลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหม่นหมองและระAหองระแหงที่พยายามกดทับเอาไว้ แต่มันกลับสั่นน้อยๆ จนคนฟังรู้สึกได้
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืน เธอไม่ได้ขยับถอยตามคำสั่ง กลับกัน เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดเมฆาอีกหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตฉายแววเยື้ยวหยันอย่างไม่เกรงกลัว
"ทำไมคะคุณเมฆา กลัวความจริง หรือว่ากลัวว่าภาพที่คุณพยายามปั้นแต่งมันจะพังทลายลงต่อหน้าฉันกันแน่" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังหน้าชา
เมฆาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยเป็นมิตรในอดีตบัดนี้เต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มเยาะเย้ย เขามองข้ามไหล่บางของหญิงสาวไปยังร่างสูงที่ยืนหน้าเครียดขึงอยู่เบื้องหลัง
"ห่วงเขาเหรอ รินรดา? ระวังเถอะ... ผู้ชายที่แม้แต่เงาของตัวเองยังไม่กล้าเผชิญหน้าอย่างไอ้อาคเนย์น่ะ วันหนึ่งเขาจะผลักคุณลงเหวเหมือนที่เคยทำกับฉัน!"
*พลั่ก!*
หมัดหนักๆ ของอาคเนย์พุ่งเข้ากระแทกโหนกแก้มของเมฆาเต็มแรงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ร่างของอดีตเพื่อนสนิทเซถลาไปตามแรงปะทะ ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นถนนยางมะตอย เมฆายกมือขึ้นแตะมุมปากที่มีรอยเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่นอย่างคนเสียสติ
อาคเนย์หอบหายใจหนักหน่วง ไหล่กว้างไหวสะท้อนตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ไสหัวไปซะเมฆา..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน "อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นคราวหน้า... ฉันจะไม่ใช้แค่หมัด"
เมฆาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตาดุดันมองอาคเนย์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะเหลือบมองรินรดาแล้วหัวเราะเยาะ
"ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกันคุณนางเอก... คนที่คิดว่าจะเยียวยาเขาได้ สุดท้ายมักจะเจ็บเจียนตายที่สุด เพราะหัวใจของไอ้อาคเนย์มันตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว!"
พูดจบ เมฆาก็หันหลังเดินหายไปในความมืด เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจของคนทั้งคู่ให้จมดิ่ง
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งรากับรูปปั้นหิน อาคเนย์หลบตาเธอ เขาเสมองไปทางอื่น ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวเขากลับมาเยียบเย็นและปิดตายอีกครั้ง ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เพิ่งทลายลงเมื่อครู่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หนากว่าเดิม
"กลับขึ้นรถค่ะ อาคเนย์" รินรดาเอ่ยเสียงนุ่มลง พยายามลดความแข็งกร้าวในน้ำเสียงลงเมื่อเห็นสภาพจิตใจของเขา
"ไม่ต้องมายุ่ง..." อาคเนย์พึมพำออกมาเสียงเบาหวิว ราวกับกระซิบกับตัวเอง "คุณกลับไปซะรินรดา... ผมบอกแล้วไงว่าเรามันคนละโลกกัน"
รินรดาใจหายวาบกับคำพูดนั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนหันหลังให้ มือเรียวเล็กยื่นไปคว้าข้อมือหนาเอาไว้ทันที แต่อาคเนย์กลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย
"อย่ามาทำเป็นเข้าใจผม!" อาคเนย์หันกลับมาตวาดใส่เธอ ดวงตาที่มักจะนิ่งสงบกลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่แต่ไม่ยอมไหลร่วงลงมา มันคือความอ่อนแอที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี "คุณเป็นใคร รินรดา? คุณเป็นแค่นักแสดงสาวชื่อดังที่เดินเข้ามาในชีวิตผมชั่วคราว คุณไม่รู้หรอกว่าผมผ่านอะไรมาบ้าง!"
"ใช่! ฉันไม่รู้!" รินรดาขึ้นเสียงบ้าง ความอดทนที่มีต่อความซึนและกำแพงหนาเตอะของเขาเริ่มหมดลง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ "เพราะคุณไม่เคยคิดจะบอก! คุณเอาแต่ผลักไสฉัน เอาแต่สร้างกำแพง แล้วก็บอกว่าฉันไม่เข้าใจ! ถ้าคุณไม่พูด ฉันจะเอาสมองส่วนไหนไปรู้ล่ะคะอาคเนย์!"
บรรยากาศเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันใต้แสงไฟริมถนน
อาคเนย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้ดวงตากลมโตแดงก่ำ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงมาอาบแก้มเนียนอย่างเงียบๆ หัวใจของช่างภาพหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกยิ่งกว่าตอนที่ถูกเมฆาเยาะเย้ยเสียอีก
เขาเกลียด... เกลียดตัวเองที่ทำให้น้ำตาเม็ดนั้นร่วงหล่นลงมา
"ริน..." อาคเนย์เรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนและหวาดกลัวลึกๆ ในแววตา
"ถ้าคุณยังยึดติดกับอดีต แล้วปล่อยให้มันมาทำลายปัจจุบัน ทำลายคนที่รักคุณ..." รินรดาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว "งั้นเราก็พอแค่นี้เถอะค่ะ"
คำว่า 'พอแค่นี้' เหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของอาคเนย์อย่างจัง ร่างสูงพุ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายลับไปกับอากาศธาตุจริงๆ
"คุณหมายความว่ายังไง... ริน" เสียงของเขาแหบพร่า สั่นระริกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
รินรดาสบตาเขานิ่ง แววตาคู่นั้นว่างเปล่าจนอาคเนย์รู้สึกหนטาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยประโยคตัดสินอนาคตความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่
ทว่า... ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปากนุ่ม
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอาคเนย์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันอย่างไม่รู้กาลเทศะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ปลายสายที่ปรากฏชื่ออยู่กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบลงทันที
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าครึ่งบกครึ่งผีของอาคเนย์ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ใครโทรมาคะ?" รินรดาถามด้วยความสงสัยระคนระแวง
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยชื่อคนปลายสายออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านจนแทบไม่เป็นภาษา
"พ... พิมพ์รตา..."
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ชื่อนั้น... ชื่อของผู้หญิงที่เป็นปมในอดีตซึ่งฝังรากลึกอยู่ในใจของอาคเนย์ และเป็นคนที่ควรจะหายสาบสูญไปจากชีวิตเขาตั้งแต่หลายปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของพี่อาคเนย์กับน้องรินนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 27
คำตอบที่คลุมเครือ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!