“คุณบอกว่างานนี้คือ ‘ผลงานชิ้นเอก’ ของสตูดิโอคุณงั้นเหรอคะ?”
รินรดากดเสียงต่ำ สายตาคมกริบมองเอกสารสัญญาในมือด้วยความรู้สึกหยามเหยียด เธอเลื่อนมันกลับไปบนโต๊ะไม้สักตัวหรูของอาคเนย์ด้วยปลายนิ้ว เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง “แต่น่าเสียดายนะคะที่มาตรฐานของ ‘นายช่างภาพเย็นชา’ ในสายตาคนอื่น มันดูจะต่ำลงกว่าที่ฉันคาดหวังไว้เยอะเลย”
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาสีเข้มดุจท้องฟ้ายามไร้แสงจันทร์จ้องมองเธอผ่านเลนส์แว่นสายตาที่เขาเพิ่งสวมขึ้นมาเพียงเพราะต้องการใช้มันเป็นเกราะป้องกันความหงุดหงิดในใจ
“ถ้ามาตรฐานของผมมันไม่ถึงใจคุณ รินรดา… ทำไมคุณไม่ลองเดินไปจ้างพวกมืออาชีพที่ถ่ายภาพออกมาแล้วดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาถูกตามนิตยสารเล่มอื่นดูล่ะครับ? อ้อ จริงสิ ผมลืมไปว่าคุณชอบจ่ายเงินเพื่อซื้อความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีสินค้าชนิดนั้นขาย”
รินรดาสะอึกเล็กน้อย เธอเดินเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธออบอวลไปทั่วบริเวณนั้นจนอาคเนย์ต้องสูดลมหายใจลึก เขาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เต้นตุบอยู่ในอก—ความรู้สึกที่อยากจะกระชากคนตรงหน้าเข้ามาใกล้แล้วปิดปากที่ชอบพูดจาเชือดเฉือนนี่เสียด้วยวิธีการอื่น
“ความมั่นใจเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะในลำคอ “อาคเนย์… ฉันมีมันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วค่ะ สิ่งที่ฉันต้องการคือความจริงใจต่างหาก แต่ดูเหมือนสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่คนเย็นชาอย่างคุณหาไม่เจอในเซฟเฮาส์แคบๆ นี่”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยอีโก้ ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—จังหวะการเคาะที่ฟังดูโอหังและคุ้นเคยเกินกว่าจะเป็นผู้ช่วยของเขา
“ขอโทษที่ขัดจังหวะรักสามเส้าของพวกคุณนะครับ แต่ดูเหมือนวันนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญแวะมาเยี่ยมเยียนสตูดิโอที่แสนอบอุ่นนี่หน่อย”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากหน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวเข้ามา อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตรายขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ในขณะที่รินรดาหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ
ชายคนนั้นคือ ‘เมฆา’ อดีตเพื่อนสนิทที่เคยร่วมงานกับอาคเนย์มานับสิบปี คนที่เคยขโมยผลงานของเขาไปสวมรอยจนทำให้อาคเนย์ต้องถอยออกมาตั้งหลักในเซฟเฮาส์แห่งนี้
“มึงมาทำไมที่นี่?” อาคเนย์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหว แต่ทว่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะกลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา
เมฆาเหยียดยิ้มพลางกวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอ ก่อนจะหยุดสายตาที่รินรดา เขาโค้งให้เธออย่างสุภาพเกินงาม “ผมแค่แวะมาแจ้งข่าวดีครับอาคเนย์ พอดีนิตยสารชื่อดังที่เพิ่งเซ็นสัญญาจ้างรินรดาไปเมื่อเช้า เขาต้องการ ‘ช่างภาพฝีมือดี’ ไปคุมโปรเจกต์ใหญ่ที่ปารีส และเผอิญ… ผมเป็นตัวเลือกแรกที่เขาเลือก”
รินรดาขมวดคิ้วแน่น “ฉันไม่เคยตกลงว่าจะเปลี่ยนตัวช่างภาพ”
“คุณอาจจะยังไม่ทราบครับรินรดา” เมฆาเดินเข้าไปใกล้รินรดามากขึ้นจนอาคเนย์ต้องก้าวขวาง “แต่ในสัญญาข้อที่ 24 ระบุชัดเจนว่า หากช่างภาพหลักไม่สามารถการันตีภาพถ่ายในระดับเวิลด์คลาสได้ ทางบริษัทมีสิทธิ์ขาดในการเปลี่ยนตัวทันที และผม… ก็มาที่นี่เพื่อเป็น ‘ทางออก’ ให้คุณ”
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุก “แกยังใช้วิธีเดิมๆ นะเมฆา ซื้อบริษัท ซื้อสัญญา แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าแกไม่เคยซื้อ ‘มุมมอง’ ของภาพได้เลย”
“มุมมองของแกมันล้าสมัยไปแล้วอาคเนย์” เมฆาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอาคเนย์ที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “โลกเขาเปลี่ยนไปแล้ว รินรดาต้องการแสงไฟ ไม่ใช่เงามืดในเซฟเฮาส์ห่วยๆ ของแก”
รินรดามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใจที่เต้นรัว เธอไม่ได้ตกใจเรื่องงาน แต่เธอตกใจที่เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของอาคเนย์ถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตา เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก และเธอก็รู้ดีว่าอาคเนย์กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความโกรธของตัวเอง
“ออกไป” อาคเนย์พูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว “อย่าให้ฉันต้องให้รปภ. ลากคอแกออกไปเหมือนครั้งที่แล้ว”
เมฆาไม่สะทกสะท้าน เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทวางลงบนโต๊ะของอาคเนย์ ก่อนจะหันไปสบตารินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย “ผมจะรอคำตอบนะครับรินรดา… คืนนี้ที่งานกาล่า ผมหวังว่าคุณจะตัดสินใจได้ว่า อยากจะจมหายไปกับช่างภาพตกอับ หรือจะเดินเฉิดฉายไปพร้อมกับคนที่พร้อมจะปั้นคุณให้เป็นตำนาน”
เมื่อเมฆาเดินจากไป ความเงียบกลับมาปกคลุมสตูดิโออีกครั้ง อาคเนย์ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น รินรดาค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขา เธอเห็นมือที่สั่นเทาของเขาจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมเอาไว้แน่น
“เขาไม่ใช่คนที่จะทำลายคุณได้ง่ายๆ หรอกค่ะ” รินรดากล่าวเสียงนุ่ม
อาคเนย์หันมาสบตาเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความสับสนและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “คุณไม่รู้อะไรเลยรินรดา… เขาไม่ใช่แค่คู่แข่ง แต่เขารู้ความลับที่ผมพยายามปกปิดมาตลอดสิบปี”
รินรดาชะงัก เธอเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น
“ความลับอะไรคะ?” เธอถามพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
อาคเนย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองเอกสารออกมาวางตรงหน้าเธอ “มันไม่ใช่แค่เรื่องงานถ่ายภาพ แต่มันเป็นเรื่องของอุบัติเหตุในคืนนั้น… คืนที่ผมเสียทุกอย่างไป รวมถึงคนสำคัญที่ผมรักที่สุด”
ขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายนั้น เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงชื่อที่ทำให้เธอถึงกับหน้าถอดสี... มันเป็นเบอร์ของเมฆา ที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องนี้ไม่ถึงห้านาที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่เปี่ยมไปด้วยไฟแค้นและแรงรักของคู่นี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 23
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!