กลิ่นไอน้ำฝนอบอ้าวผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดในอากาศเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกแค่ครั้งเดียว รินรดา ฉันจะมัดคุณติดไว้กับเสาไฟหน้าปากซอยแล้วจัดการไอ้ส้นสูงปรี๊ดคู่นั้นด้วยคีมตัดเหล็กซะ”
เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบงัดขึ้น พร้อมกับมือหนาของอาคเนย์ที่เอื้อมมาคว้าข้อศอกของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ส้นเข็มราคาหลักแสนจะเหยียบลงบนเศษกระจกแตก รินรดาเบ้หน้าเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่ต้องตามล่าสตอล์กเกอร์โรคจิตอย่างเมฆา ชายหนุ่มก็ยังไม่วายปากร้ายใส่เธอได้ทุกวินาที
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังนะคะคุณอาคเนย์... เกิดฉันเปลี่ยนใจไม่เปย์เงินล้านให้ค่ากล้องรุ่นใหม่ที่คุณอยากได้ขึ้นมาจริงๆ คุณจะหนาว” รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดสลัวสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกร้างฝั่งตรงข้าม เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กัน
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงมองหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทเพื่ออำพรางตัว แต่ดันเลือกรองเท้าแบรนด์เนมส้นสูงปรี๊ดมาเดินป่าคอนกรีต ดื้อรั้นและไม่เคยฟังใคร... เป็นนิยามที่ตรงกับรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน
“เงินของคุณเก็บไว้ซื้อสมองเพิ่มเถอะค่ะ รินรดา... ตอนนี้เรากำลังตามรอยไอ้เมฆา ไม่ใช่มาเดินพรมแดงงานประกาศรางวัล”
น้ำเสียงของเขาดุดันแต่แฝงความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเย็นชา อาคเนย์ขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบางเพื่อดันเธอให้หลบเข้ามุมอับสายตาของเสาปูนเปลือย มือข้างหนึ่งของเขาถือกล้อง DSLR ติดเลนส์ซูมยาวพิเศษ ส่วนมืออีกข้าง... ปราศจากอาวุธ แต่หนักแน่นพอที่จะปกป้องผู้หญิงตรงหน้าหากมีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นระรัวแข่งกับเสียงสายฝนปรอยๆ ด้านนอก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของรินรดาผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของอาคเนย์ สร้างเคมีที่ร้อนแรงตัดกับความเย็นเยือกของสถานที่ร้างได้อย่างลงตัว
“คุณอาคเนย์คะ...” เสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่
“เงียบก่อนค่ะ” เขาเอ็ดเสียงเบา พร้อมกับใช้มืออีกข้างโอบเอวคอดเข้ามาแนบชิดเพื่อซ่อนตัวจากลำแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างชั้นสองของโกดัง
แสงไฟฉายกราดผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสองเมตร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาทีละนิด กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้ทั้งคู่จำได้แม่นยำ... เมฆา!
อาคเนย์ขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกสะสมมานาน อดีตกัลยาณมิตรที่กลายมาเป็นศัตรูตัวฉกาจ คนที่ขโมยแม้กระทั่งผลงานและพยายามทำลายชื่อเสียงของเขาให้ป่นปี้ รินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของชายหนุ่ม เธอจึงเอื้อมมือเรียวไปแตะหลังมือหนาที่กำหมัดแน่นไว้อย่างปลอบโยน สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้อาคเนย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมาสบตากับเธอในความมืด
สายตานั้น... ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันที่เจือด้วยความห่วงใยระคนคลั่งรักจนรินรดาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง
“ถ้าคืนนี้ฉันรอดไปได้ ฉันจะยอมให้คุณบ่นสามวันสามคืนเลยค่ะ” รินรดาพึมพำเบาๆ
อาคเนย์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบลงมาจนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ
“พูดแล้วนะคะ... ถ้าคืนนี้จบลงด้วยดี เตรียมตัวโดนฉันเอาคืนให้สาสมกับการดื้อรั้นของคุณได้เลย”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบโต้คำขู่ที่ชวนให้ใจสั่นระทัวนั้น เสียงฝีเท้าข้างนอกก็หยุดกريقตรงหน้าประตูห้องมืดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มือหยาบกร้านเอื้อมผลักบานประตูไม้ผุพังให้เปิดออกด้วยแรงกระแทกเสียงดังสนั่น!
แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาตรงจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่พอดี เมฆายืนถือไฟฉายมือหนึ่ง อีกมือถือท่อนเหล็กยาว ยิ้มเยาะเย้ยอย่างได้ใจเมื่อพบเหยื่อติดกับ
“เจอตัวสักทีนะ... ไอ้ช่างภาพตกอับ กับดาราสาวกระเป๋าหนัก คิดว่าจะหนีพ้นเหรอวะ?” เมฆาหัวเราะลั่นในลำคอ
อาคเนย์ก้าวออกไปบังร่างของรินรดาไว้มิดชิดทันที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอดีตเพื่อนรักด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว รินรดากำชายเสื้อสูทของชายหนุ่มแน่น หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อของเมฆากลับดังขึ้นทำลายบรรยากาศ เมฆาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักมือถือขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่งก่อนจะหน้าถอดสีทันทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า
อาคเนย์สังเกตเห็นความผิดปกติในเสี้ยววินาทีนั้น จึงพุ่งตัวเข้าประชิดตัวเมฆาอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาห์ ทว่าก่อนที่มือหนาจะคว้าตัวคนร้ายไว้ เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับสิบก็กรูเข้ามาล้อมรอบโกดังจากทุกสารทิศ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังทะลุสายฝนเข้ามา
“ตำรวจครับ! ห้ามขยับ! วางอาวุธลงซะ!”
แสงไฟไซเรนสีแดงน้ำเงินสาดส่องสว่างวาบเข้ามาทางหน้าต่างสาดกระทบใบหน้าของทุกคนในห้อง เมฆาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หันขวับมามองอาคเนย์และรินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้าย
“พวกแก... แจ้งตำรวจงั้นเหรอ?!” เมฆาคำรามเสียงต่ำด้วยความแค้น
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังอาคเนย์ค่อยๆ โผล่หน้าออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ถอดแบบมาจากคุณหนูผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง เธอชูสมาร์ทโฟนในมือหน้าจอเปิดระบบสตรีมมิ่งสดที่มีผู้ชมทะลุหลักแสนคนให้เมฆาดูชัดๆ
“เปล่าหรอกค่ะ... ฉันไม่ได้แจ้งแค่ตำรวจ” รินรดาเอ่ยเสียงใสแต่เฉียบคมบาดลึก “ฉันถ่ายทอดสดหลักฐานทั้งหมดที่คุณทำไว้ให้แฟนคลับทั่วประเทศดูต่างหากล่ะคะ... และตอนนี้ ตำรวจที่กำลังยืนล้อมคุณอยู่ข้างนอกนั่น ก็คือทีมสืบสวนพิเศษที่คุณพ่อฉันส่งมาเองค่ะ!”
เมฆาหน้าซีดเผือดเข่าทรุดฮวบทันที ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา แต่อาคเนย์กลับไม่ได้สนใจคนร้ายที่กำลังจะถูกรวบตัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบหันขวับมามองหญิงสาวข้างกายที่กล A-list ตัวแม่เล่นเกมเหนือเมฆได้เจ็บแสบจนเขาต้องยอมจำนน
อาคเนย์คว้าข้อมือเรียวของรินรดาแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะอกแกร่ง ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงเอะอะของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังกรูเข้ามาจับกุมตัวเมฆา ชายหนุ่มก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดโทษ
“กล้าดีนักนะ... เล่นใหญ่เกินงบแบบนี้ กลับไปฉันจะคิดบัญชีกับคุณทั้งต้นทั้งดอกแน่, รินรดา!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับแผนตลบหลังสุดแซ่บในตอนนี้ แล้วมาติดตามกันต่อค่ะว่าอาคเนย์จะลงโทษคุณหนูคนสวยจอมแสบด้วยวิธีไหนในตอนหน้าค่ะ!
กำมะหยี่สีแดง
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 8
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!