เสียงกัมปนาทของบานประตูไม้สักที่ถูกกระแทกเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ดึงสติของรินรดาลอยกลับมาสู่ความเป็นจริง ร่างบางที่กำลังยืนจ้องหน้าอาคเนย์ด้วยความกรุ่นโกรธสะดุ้งสุดตัว ทว่าดวงตากลมโตกลับไม่ได้มองไปยังผู้มาเยือนทันที เธอกลับถูกดึงรั้งไว้ด้วยอุ้งมือหนาของช่างภาพหนุ่มที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“ใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เมฆา”
อาคเนย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตกใจระคนหวาดหวั่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหันไปมองผู้บุกรุก ร่างสูงใหญ่ของเมฆายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่โชยกลิ่นคลุ้งมาแต่ไกล ด้านหลังของอดีตคู่หูยังมีชายฉกรรจ์อีกสองคนในชุดสูทสีดำยืนคุมเชิงอยู่
รินรดากวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สมองของนักแสดงสาวแถวหน้าประมวลผลทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมฆาตั้งใจมาพังงานและทำลายอาคเนย์ในยามวิกาลที่พายุโซนร้อนกำลังโหมกระหน่ำด้านนอก
“แกซ่อนยัยนี่ไว้สินะ อาคเนย์!” เมฆาพุ่งเป้าสายตามาที่รินรดา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนมุมปาก “ข่าวฉาวหน้าหนึ่งกำลังสนุกเลยนี่ นึกไม่ถึงว่าช่างภาพผู้รักสันโดษ จะแอบกินดาราดังลับหลัง แถมยังพามาซุกหัวอยู่ในเซฟเฮาส์ส่วนตัว... ท่าทางจะรักกันมากสินะ”
“ปากดีแบบนี้ สมแล้วล่ะที่ยังจมปลักอยู่ที่เดิม” รินรดาแค่นหัวเราะ สะบัดข้อมือจากการเกาะกุมของอาคเนย์เพียงครั้งเดียวก็หลุดเป็นอิสระ เธอก้าวขึ้นมาบังหน้าชายหนุ่มไว้ครึ่งก้าว เชิดหน้าขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงตามสไตล์ซูเปอร์สตาร์ “ถ้าสมองนายยังมีเซลล์เหลือพอก็ควรหัดใช้คิดบ้างนะคะ ว่าการบุกรุกยามวิกาลแบบนี้มีโทษทางอาญาข้อหาอะไรบ้าง”
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ คุณรินรดา!” เมฆากัดฟันกรวด ก้าวเข้ามาประชิดตัวแต่ถูกมือหนาของอาคเนย์คว้าไหล่ไว้เสียก่อน
“พอได้แล้ว เมฆา” อาคเนย์กดเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มดุจเสือซุ่มสะท้อนประกายอันตราย “นายอยากได้อะไรก็พูดมา อย่ามาพาลใส่คนอื่น”
“กูอยากได้อนาคตของมึงคืนไง ไอ้คเนย์! มึงแย่งทุกอย่างไปจากกู งานระดับประเทศ สปอนเซอร์รายใหญ่ แม้กระทั่งชื่อเสียงที่กูควรจะได้! แต่มึงกลับมาเสวยสุขอยู่ในสตูดิโอหรูๆ กับผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ!” เมฆาตวาดลั่น เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวสอดรับกับบรรยากาศภายนอกที่ฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุพัดกระแทกหน้าต่างกระจกเสียงดังสนั่นจนไฟในสตูดิโอเกิดอาการกะพริบไหวและดับวูบลงในที่สุด
พรึบ!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่มุมห้องและแสงแฟลชจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ
ในความมืดที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด รินรดากลับรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นจัดที่เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ แล้วออกแรงดึงให้ถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นอกกว้างของอาคเนย์อย่างปกป้อง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากตัวเขาทำให้อารมณ์พะว้าพะวังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
“อย่าขยับ” กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูของเธอ ชวนให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะท่ามกลางเสียงฝน
“นายไหวเหรอ...” เธอเอ่ยถามเบาๆ ด้วยความกังวล
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือความดุดันแต่แฝงความห่วงใยไว้เต็มเปี่ยม “ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้”
สิ้นคำพูด อาคเนย์ก็พุ่งเข้าประจันหน้ากับเมฆาในความสลัว เสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงข้าวของในสตูดิโอหล่นแตกกระจายดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุน รินรดากำมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดเสียว แม้เธอจะรู้ว่าอาคเนย์ไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับคนถึงสามคนในที่มืดมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพล้ง! เก้าอี้สตูดิโอตัวใหญ่ถูกเหวี่ยงจนล้มคว่ำ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนที่ร่างหนึ่งจะกระเด็นมาชนชั้นวางอุปกรณ์ถ่ายภาพจนล้มระเนระนาด
“ระวัง!” รินรดาร้องเตือนเมื่อเห็นลูกน้องคนหนึ่งของเมฆาคว้าท่อเหล็กจากมุมห้องแล้วเงื้อมขึ้นหมายจะฟาดเข้าที่ศีรษะของอาคเนย์จากด้านหลัง
อาคเนย์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่ไหล่ขวาโดนกระแทกเต็มแรงจนเซถลาถอยหลังมาชนร่างของรินรดาที่ยืนอยู่ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูก
“อาคเนย์!” รินรดาผวาเข้าไปประคองเอวหนาไว้ มือเรียวสัมผัสโดนความเปียกชื้นที่หัวไหล่ของเขา “นายเลือดออก...”
“ฉันไม่เป็นไร...” เขาพยายามฝืนยืนตรง แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้น
แต่สถานการณ์ไม่ได้ให้เวลาพวกเขาพักหายใจ เมฆาที่ลุกขึ้นมาได้ด้วยใบหน้าสะินโคมและแววตาเคียดแค้นสุดขีด คว้าแจกันแก้วคริสตัลราคาแพงบนโต๊ะทำงานขว้างมาทางพวกเขาอย่างไม่ใยดี
“ตายซะเถอะ!”
อาคเนย์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารวบเอวบางของรินรดาแล้วดึงเข้าหาตัว พลิกกายเอาแผ่นหลังของตัวเองเป็นเกราะกำบังรับแรงกระแทกจากเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้น พร้อมกับพาเธอล้มกลิ้งหลบไปหลังโซฟาตัวใหญ่ด้วยกัน
แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่แนบชิดกันสนิท ร่างกายของรินรดานอนทับอยู่บนแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของกันและกัน ความเงียบงันเข้าครอบงำชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นและเสียงฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดอาคารด้านนอก
อาคเนย์ใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขยับเขยื้อン ขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นประคองศีรษะเธอไม่ให้กระแทกพื้น ดวงตาคมกริบในความมืดมองตรงมาที่ใบหน้าของเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง
“เจ็บตรงไหนไหมคะ” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถาม ชิดริมฝีปากจนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่น
รินรดานิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวที่วางอยู่บนแผงอกเขาค่อยๆ เลื่อนขึ้นสัมผัสไรหนวดเคราและโครงหน้าชัดเจนของช่างภาพหนุ่มผู้เย็นชา
“ฉันไม่เป็นไร... แต่คุณบ้าหรือเปล่า เอาตัวมาบังฉันทำไมถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาล่ะ” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด ความพยศและอีโก้ทั้งหมดถูกหลอมละลายหายไปในความมืดและความใกล้ชิดนี้
“ก็บอกแล้วไง... ว่าฉันหวง” อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนทำให้หัวใจของซูเปอร์สตาร์สาวกระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งและเคมีอันร้อนแรงจะก้าวล้ำไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึกและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุจากระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอ
“ตำรวจครับ! เปิดประตู!”
เมฆาและลูกน้องหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกทางประตูหนีไฟด้านหลังอย่างลุกลี้ลุกลน ทิ้งให้ภายในสตูดิโอเหลือเพียงความเงียบและเสียงฝน
ในความสลัวของแสงไฟฉุกเฉิน อาคเนย์ยังคงตรึงร่างของรินรดาให้อยู่ใต้ร่างของเขา สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความปากแข็งและอีโก้กำลังพังทลายลงทีละน้อย
อาคเนย์เลื่อนมือลงมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยร่องรอยคราบฝุ่นบนพวงแก้มให้อย่างทะนุถนอม สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะเปิดเผยให้ใครเห็น
“ดูเหมือนว่าคืนนี้... เราคงต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันยาวเลยสินะครับ... เอ๊ย... นะคะ” อาคเนย์หลุดคำพูดแปลกหูออกมาเพราะความเผลอไผล แต่มันกลับทำให้รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
“ปากบอกว่าเย็นชา แต่การกระทำนี่มันตรงกันข้ามเลยนะยะ ตาช่างภาพ” เธอเย้าแหย่ เสียงหัวเราะแผ่วเบาทำให้อารมณ์ตึงเครียดผ่อนคลายลง
อาคเนย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอเรื่อยๆ จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันก็คงต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นชัดๆ แล้วล่ะว่าฉันไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิด”
พูดจบ เขาก็ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธอแผ่วเบา ทว่าลึกซึ้งและกินพื้นที่หัวใจจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอกที่ไม่อาจเทียบความรุนแรงกับไฟรักที่กำลังโหมไหม้ในหัวใจของคนทั้งคู่ได้เลย
แต่แล้ว... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสอันแสนหวานนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเธอกลับแผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นชื่อผู้โทรเข้าที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ—**‘ท่านประธานค่ายเพลงคู่แข่ง’** และข้อความแจ้งเตือนข่าวด่วนจากสำนักข่าวบันเทิงที่เพิ่งเด้งขึ้นมาพร้อมรูปถ่ายปริศนาของเธอและอาคเนย์ในอดีต!
รินรดาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากร่างหนาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นหัวข้อข่าวที่พาดหัวหราว่า: **"ซูเปอร์สตาร์สาวแอบกกช่างภาพตกอับในเซฟเฮาส์ลับ! แฉเบื้องหลังความสัมพันธ์ฉาวสะเทือนวงการ!"**
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 10
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!