เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 4

เงาที่ตามติด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระแทกของกล่องอุปกรณ์สตูดิโอที่วางลงบนพื้นคอนกรีตอย่างแรงดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้างของสตูดิโอถ่ายภาพใจกลางเมือง “ถ้ากองนี้มันบริหารจัดการได้แค่นี้ ก็เตรียมตัวจ่ายค่าเสียหายรอบกองถ่ายพังได้เลยค่ะ” เสียงใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของทีมงานนับสิบชีวิต รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเพอร์เฟกต์บลูยืนกอดอก ใบหน้าเรียบตึงด้วยความไม่พอใจ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังวาดมองไปยังผู้จัดฉากที่หน้าซีดเผือด ปัญหาใหญ่หลวงในกองถ่ายโฆษณาแฟชั่นเซ็ตล่าสุดกำลังปะทุขึ้น เมื่อฉากหลังจำลองขนาดใหญ่เกิดพังถล่มลงมากะทันหันเนื่องจากความสะשלของทีมงานซัพพลาย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมฆา ช่างภาพรับเชิญอีกคนที่ถูกดึงเข้ามาเสริมทัพ กำลังยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่มุมห้อง ทำท่าเหมือนรอดูความฉิบหายด้วยความสะใจ อาคเนย์ที่ยืนถือกล้องเลนส์เทเลย์อยู่มุมเสา ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบผิดกับคนอื่น เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นฝีมือของใครบางคนที่จงใจดิสเครดิตโปรเจกต์นี้ “ริน คุณใจเย็นก่อน” อาคเนย์เอ่ยเสียงเรียบ เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างนางเอกสาวกับผู้จัดฉากที่กำลังจะร้องไห้ “เย็นเหรอคะอาคเนย์? เวลาทำงานของฉันมีค่าเป็นวินาทีนะคะ แล้วดูพวกเขาสิ ทำงานกันเหมือนเด็กฝึกงาน” รินรดาหันมาเหวี่ยงใส่ช่างภาพหนุ่มทันที แต่อาคเนย์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่น พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องชะงักลมหายใจ “ถ้ามัวแต่ยืนด่าทีมงาน เวลาที่คุณอยากจะพักผ่อนมันจะหายไปครึ่งชั่วโมง... อยากให้งานเสร็จเร็ว หรืออยากยืนเถียงให้ชนะคะ?” น้ำทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นกึ่งดุแต่แฝงความเย้าแหย่จนรินรดาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยัยตัวแม่สายเปย์อย่างเธอถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ “แล้วคุณจะทำยังไงล่ะคะ นายช่างภาพปากจัด” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความใจเต้นแรง “ถอยไปยืนดูเงียบๆ แล้วเปิดกระเป๋าตังค์ของคุณไว้ซะ... ฉันจะแสดงให้ดูว่ามืออาชีพเขาแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันยังไง” อาคเนย์ยักคิ้วข้างหนึ่ง เป็นรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็น มันเป็นรอยยิ้มที่อันตรายต่อหัวใจเสียยิ่งกว่าฉากถล่มเมื่อครู่ ช่างภาพหนุ่มหันไปตบโต๊ะสั่งการทีมงานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจทันที “ยกไฟแฟลชตัวหลักมาทางซ้ายสามสิบองศา! เปลี่ยนฉากหลังเป็นกำแพงปูนเปลือยดิบๆ ฝั่งโน้น... เราจะไม่ซ่อมฉากเก่า แต่เราจะเปลี่ยนคอนเซปต์เซ็ตนี้ให้เป็นสไตล์สตรีทอาร์ตดิบเถื่อนแทน!” คำสั่งที่เฉียบขาดและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีทำเอาทุกคนในกองตื่นตัวขึ้นมาทันที รินรดาแอบมองแผ่นหลังกว้างของอาคเนย์ที่กำลังเดินไปจัดมุมกล้องด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของเขาจริงจัง ทรงพลัง และมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยสักนิด สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะหลังเลนส์ที่ต่อให้ใครก็โค่นไม่ลง ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดเซปต์ใหม่ เมฆาที่ยืนมองอยู่มุมห้องก็เดินเข้ามาใกล้รินรดา ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พยายามเข้ามาตีสนิท “ผมว่าอาคเนย์ทำเกินไปนะคุณรินรดา งานนี้เละแน่ๆ ให้ผมช่วยคุยกับโปรดิวเซอร์...” “ไม่ต้องค่ะ” รินรดาหันขวับไปตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาเหยียดมองเมฆาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เพราะฉันเชื่อใจฝีมือของคนของฉัน... มากกว่าคนขี้อิจฉาแถวนี้ก็แล้วกันค่ะ” คำว่า ‘คนของฉัน’ ทำเอาเมฆาหน้าเสียไปถนัดตา ส่วนอาคเนย์ที่ยืนอยู่ไกลออกไปถึงกับชะงักมือที่กำลังปรับขาตั้งกล้อง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มกว้างขึ้นโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที เซ็ตถ่ายภาพชั่วคราวแต่ทรงพลังถูกเนรมิตขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ รินรดาก้าวเข้ามาหน้ากล้องด้วยอินเนอร์ที่ดุเดือดและเซ็กซี่กว่าเดิมเป็นเท่าตัว ทุกชัตเตอร์ที่อาคเนย์กดลงไปคือการฟาดฟันทางอารมณ์ผ่านเลนส์ รินรดาจ้องมองกล้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่อาคเนย์รัวชัตเตอร์ตอบรับทุกอารมณ์นั้นอย่างรู้ใจ เคมีระหว่างทั้งคู่ระอุจนทีมงานรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง เมื่อสิ้นสุดเสียงชัตเตอร์สุดท้าย อาคเนย์กดดูภาพในจอหลังกล้อง ภาพที่ออกมาคือความสมบูรณ์แบบที่เกิดจากความวิกฤต รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาด้วยความมั่นใจ พร้อมกับคว,กระเป๋าแบรนด์หรูหยิบสมุดเช็คออกมาเซ็นตวัดอย่างรวดเร็ว “สำหรับค่าไอเดียเฉพาะหน้า... และค่าความปากเก่งของคุณวันนี้ค่ะ” เธอยื่นเช็คเงินสดจำนวนมหาศาลให้อาคเนย์ อาคเนย์ก้มมองตัวเลขในเช็คก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดาราสาวผู้หยิ่งทะนง เขาไม่ได้หยิบเช็คนั้นทันที แต่กลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวรินรดาจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาสตูดิโอ รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเล็กยกขึ้นดันอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ “ฉันไม่ได้อยากได้เงินของคุณหรอกนะรินรดา...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว “แล้วคุณ... อยากได้อะไรล่ะคะ” รินรดาหัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก แต่ยังคงเชิดหน้าถามกลับด้วยความท้าทาย อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอนิ่งค้าง “อยากได้... คำตอบว่าที่คุณบอกว่าฉันเป็น ‘คนของคุณ’ เมื่อกี้... หมายความว่ายังไงกันแน่ครับ... เอ๊ย... คะ?” บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดหมุน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่คนปากแข็งอย่างเขาแกล้งล้อเลียนคำพูดเธอเมื่อครู่ ขณะที่อาคเนย์กำลังจะโน้มริมฝีปากลงมาปิดระยะห่างนั้น... “คุณอาคเนย์คะ! มีแขกไม่ได้รับเชิญมาหาที่ห้องแต่งตัวค่ะ!” เสียงผู้จัดการส่วนตัวของรินรดาตะโกนแทรกขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ รินรดารีบผลักอกอาคเนย์ออกทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ส่วนอาคเนย์ถอนหายใจยาวด้วยความเสียดายอย่างที่สุด เขากวาดสายตาคมกริบไปยังร่างของบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูสตูดิโอ... บุคคลที่ไม่คาดฝัน และกำลังถือเอกสารบางอย่างที่พร้อมจะพลิกเกมชีวิตของพวกเขาให้พังทลายในพริบตา! ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะหอมหวานปนอันตรายของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%