ถุงกระดาษแบรนด์เนมสีดำสนิทใบใหญ่สามใบถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ในสตูดิโออย่างไม่เบามือนัก เสียงกระดาษหนาเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด อาคเนย์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรีทัชภาพ ปรายตามองสิ่งแปลกปลอมราคาแพงเหล่านั้นด้วยหางตา ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบกับดวงตาคู่คมของนักแสดงสาวชื่อดังที่ยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว รินรดาไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาเย็นชาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ท่าทางมั่นอกมั่นใจนั้นช่างน่าหมั่นไส้และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
"เปิดดูสิคะคุณช่างภาพ หรือกลัวว่าของข้างในมันจะแพงจนคุณไม่มีปัญญาซื้อคืนเลยล่ะคะ" รินรดาเปิดฉากยั่วประสาททันที น้ำเสียงของเธอเจือแววท้าทายที่มักจะทำให้หัวใจนิ่งสงบของอาคเนย์กระเจิงได้ทุกครั้ง
อาคเนย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกระอา เขายอมปิดโปรแกรมแต่งภาพแล้วดันเก้าอี้ถอยหลัง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่มีกองทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลตั้งอยู่ เขาหยิบกล่องสูทสีเข้มขึ้นมาเปิดดู ปรากฏชุดสูทตัดเย็บพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำระดับโลก เนื้อผ้าสีเทาเข้มทอประกายระยิบระยับยามต้องแสงไฟในสตูดิโอ มันดูหรูหรา ไร้ที่ติ และ... แพงระยับชนิดที่ช่างภาพอินดี้อย่างเขาไม่มีวันชายตามองด้วยซ้ำ
"ไร้สาระ" อาคเนย์พ่นคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย วางกล่องสูทกลับที่เดิมอย่างไม่แยแส "เอาเงินนี่ไปโปะค่ากระเป๋าแบรนด์เนมของคุณยังจะมีประโยชน์เสียกว่า คุณก็รู้ว่าผมใส่ชุดพวกนี้ไม่ได้หรอก รินรดา"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" รินรดาผละตัวออกจากผนัง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ลอยแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของอาคเนย์ให้ตื่นตัวโดยอัตโนมัติ เธอยื่นมือเรียวสวยไปแตะปกเสื้อยืดสีดำตัวเก่าของเขาเบาๆ ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านแผงอกกว้างอย่างจงใจยั่วเย้า "ชุดเก่าๆ ของคุณนี่มันหมดอายุการใช้งานมานานแล้วนะคะ อาคเนย์ ฉันแค่อยากเห็นคุณแต่งตัวให้สมเกียรติเวลาไปยืนข้างฉันในงานเปิดตัวนิทรรศการภาพถ่ายสัปดาห์หน้าบ้างเท่านั้นเอง หรือว่า... คุณกลัวว่าตัวเองจะดูดีจนสาวๆ ในงานเหลียวหลังมองจนคอเคล็ดกันหมดคะ?"
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองสบตากับหญิงสาวที่ยืนประชิดจนแทบจะแนบชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนเขาสามารถนับเส้นขนตาของเธอได้ รินรดากล้าหาญเหลือเกินที่กล้าเข้ามาเล่นกับไฟใกล้ชิดขนาดนี้ โดยไม่รู้เลยว่าความอดทนของเขามันมีขีดจำกัด
"ผมไม่เคยกลัวเรื่องพวกนั้นหรอก รินรดา..." อาคเนย์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูปรางแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและอันตรายจนรินรดาต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "แต่ปัญหาคือ... ผมไม่เหมาะกับมัน ชุดพวกนี้มันเหมาะกับคนใส่หน้ากากเข้าหากันในสังคมจอมปลอมพวกนั้น มากกว่าจะมาอยู่บนตัวช่างภาพที่มือเปื้อนฝุ่นและหมึกพิมพ์อย่างผม"
"แต่ฉันซื้อให้ค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตาสองข้างวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น เธอไม่ยอมแพ้ให้กับคำปฏิเสธเย็นชานั้นเด็ดขาด มือเล็กเลื่อนขึ้นมาจับปกเสื้อสูทราคาแพงแล้วดึงมันขึ้นมาทาบกับอกของชายหนุ่มเพื่อกะขนาด "เงินของฉัน ฉันจะซื้อให้ใครก็ได้ และตอนนี้ฉันอยากให้คุณใส่ไอ้ชุดราคาแพงนี่ เข้าใจไหมคะ?"
อาคเนย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นเอาแต่ใจของเธอ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นๆ จากมือของเธอที่แนบอยู่ใกล้หัวใจของเขาต่างหาก ความใกล้ชิดนี้มันรุนแรงเกินไป รุนแรงเสียจนเขากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกข้างซ้าย ชายหนุ่มรวบข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงเธอลดระยะห่างลงไปอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน
"ดื้อด้านจริงๆ นะครับ..." อาคเนย์หลุดปากเรียกสรรพนามที่เผลอตัวไปชั่วขณะ แต่ความดุดันในน้ำเสียงกลับเจือความอ่อนโยนเอาไว้อย่างปิดไม่มิด "คุณคิดว่าใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้รึไง หื้ม?"
"ได้อย่างน้อยก็แก้ปัญหาความหัวรั้นของคุณไม่ได้เหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตารั้นระคนท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เธอยอมรับเลยว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะยับเยินภายใต้การกุมมือของเขาแบบนี้ แต่ใครสนล่ะ ในเมื่อเธอเป็นสายเปย์ที่ต้องการอะไรก็ต้องได้ และเป้าหมายตอนนี้คือการเห็นผู้ชายปากแข็งคนนี้สวมชุดที่เธอเลือกด้วยมือของตัวเอง
อาคเนย์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความดื้อรั้นของเธอมันช่างน่าหยิกให้ช้ำนัก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดึงดูดใจเขาจนแทบคลั่ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของช่างภาพหนุ่ม ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"ถ้าผมยอมใส่... คุณต้องมีรางวัลให้ผมด้วยนะ รินรดา"
รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจกระตุกวูบวาบอย่างแรงกับประโยคกำกวมนั้น "รา... รางวัลอะไรของคุณคะ?"
"รางวัลสำหรับคนปากร้ายแต่ใจดี..." อาคเนย์ลากเสียงยาว แววตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "เช่น... จ่ายค่าตัวผมในการเป็นนายแบบส่วนตัวให้คุณทั้งคืนดีล่ะ?"
ยังไม่ทันที่รินรดจะได้อ้าปากโต้เถียงกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อน เสียงเคาะประตูกระจกสตูดิโอดังขึ้นสามครั้งติดกันขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์เสียก่อน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาตเสียด้วยซ้ำ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหันไปเห็นใบหน้าคุ้นเคยของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตู
เมฆายืนยิ้มเย็นชาอยู่ที่นบทางเข้า ในมือถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชูขึ้นเล็กน้อย สายตาร้ายกาจกวาดมองทั้งสองคนที่ยืนแนบชิดกันอยู่ด้วยรอยเย้ยหยัน
"ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทหวานนะครับ อาคเนย์..." เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยnเยือก ชวนให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น "แต่ผมคิดว่าคุณคงอยากจะดูของขวัญอีกชิ้นที่ผมเอามาฝากมากกว่านะ... ของขวัญที่จะทำให้สตูดิโอพังพินาศในข้ามคืนนี้เลยล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา•ตอนที่ 16
สายเปย์ปะทะสายเย็นชา
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!