คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 8

สะใภ้ใหญ่จอมโวย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เสียงโวยวายของเจ้าไม่ช่วยให้แป้งสาลีในไหของข้าเพิ่มขึ้นมาได้หรอกนะพี่สะใภ้ใหญ่ ถ้ามีแรงเหลือเฟือที่จะมายืนแผดเสียงหน้าบ้านข้า สู้เอาเวลาไปซ่อมแซมหลังคาเรือนของท่านที่กำลังจะพังลงมาทับหัวลูกๆ เสียดีกว่าไหมคะ" เสียงใสแต่กังวานราดรดลงไปกลางวงล้อมของผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ราวกับน้ำเย็นจัด หลินเฟยเฟยยืนพิงกรอบประตูเรือนด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ในมือเรียวบางกำลังถือผ้าสะอาดเช็ดคราบแป้งสีขาวที่ติดอยู่บนปลายนิ้ว ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ทว่ากลับสร้างความสะท้านเยือกให้แก่ผู้ที่จ้องมองได้อย่างประหลาด หลี่ฉิน หรือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีหมึก นางสะบัดหน้าเร่าๆ นิ้วชี้สั่นระริกพุ่งตรงมาที่หน้าผากของหลินเฟยเฟยโดยไม่รักษามารยาทแม้แต่น้อย "หลินเฟยเฟย! เจ้าอย่ามาทำเป็นปากดีนะ! ใครๆ ในหมู่บ้านเขาก็ลือกันให้แซ่ดว่าเจ้าแอบซุกซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินเองคนเดียว ปล่อยให้แม่สามีต้องกินข้าวต้มก้นหม้อที่แทบไม่มีเมล็ดข้าวอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้า... ลูกๆ ของข้าต้องทนหิวโซจนผอมแห้งแรงน้อย แต่เจ้ากับสามีกลับ... กลับแอบกินเนื้อหมูตุ๋นซอสแดงจนกลิ่นโชยไปทั่ว คราบความเห็นแก่ตัวของเจ้ามันปิดไม่มิดหรอกนะ!" คำกล่าวหาอันดุเดือดและน้ำเสียงที่จงใจบิดเบือนให้เกินจริง เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มายืนออกันอยู่หน้าลั้วะบ้านได้เป็นอย่างดี หลายคนเริ่มส่งสายตาสمเพชเวทนาสลับกับความริษยามายังหลินเฟยเฟย ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและการปันส่วนอาหารยังคงเข้มงวด การถูกกล่าวหาว่ากักตุนเสบียงหรือกินดีอยู่คนเดียวถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจดึงดูดสายตาอันไม่เป็นมิตรจากคณะกรรมการหมู่บ้านได้ทันที ทว่า หลินเฟยเฟยกลับไม่สะท้านสะเทือน นางเพียงแค่ปรายตามองไหผักดองที่ตั้งอยู่มุมห้องครัวผ่านทางหน้าต่าง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หึ... กลิ่นเนื้อหมูตุ๋นซอสแดงอย่างนั้นหรือคะ?" หลินเฟยเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่ง "แปลกเสียจริง สามีของข้า... พี่เหว่ยหานเพิ่งกลับมาจากค่ายทหารเมื่อวานซืน เบี้ยเลี้ยงและคูปองเนื้อของเขายังไม่ได้เบิกออกมาใช้เลยด้วยซ้ำ แล้วตระกูลจางของเราในตอนนี้จะมีเนื้อหมูตุ๋นซอสแดงมาจากไหนกันคะ หรือว่า... พี่สะใภ้ใหญ่มีตาตาทิพย์ หรือว่าจมูกของท่านมีความสามารถพิเศษที่คนธรรมดาไม่มี ถึงได้กลิ่นอาหารที่แม้แต่เงาหมูก็ยังไม่เคยเฉียดเข้ามาในครัวเรือนของเราเลย" "เจ้า! เจ้ากล้าหาญมากนะที่มาว่าข้าตวาดใส่ข้า!" หลี่ฉินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางหันไปโวยวายกับแม่สามีที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆ "คุณแม่ดูนางสิคะ! สะใภ้รองคนนี้ช่างปีปีนเกลียวเสียจริง แต่งเข้าบ้านมาไม่นานก็กลisกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ แถมยังซ่อนของดีไว้เสพสุขกันตามลำพังสองคนผัวเมีย ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดนะคะท่านแม่ ต้องให้นางเปิดไหตรวจค้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!" แม่สามีขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาฝ้าฟางตามวัยทอดมองหลินเฟยเฟยด้วยความไม่ไว้วางใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสะใภ้รองคนนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขยันขันแข็ง และไม่ค่อยสร้างเรื่องราวเหมือนก่อน ทว่ากิเลสและความอิจฉาริษยาที่สะใภ้ใหญ่เป่าหูมาตลอดหลายวันประกอบกับความอยากรู้อยากเห็น ก็ทำให้หัวใจของคนแก่เกิดความโลเลขึ้นมา "เฟยเฟย..." แม่สามีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ถ้าพวกเจ้าไม่ได้ซ่อนอะไรไว้จริงๆ ให้พี่สะใภ้เขาดูเสียหน่อยก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่ เพื่อความบริสุทธิ์ใจของพวกเราเอง" ประโยคนี้เองที่ทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลินเฟยเฟยจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีด ตระกูลจางแห่งนี้ หากนางไม่ออกโรงปกป้องสิทธิ์ของตนเองและสามี เกรงว่าอีกไม่นานคงถูกคนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ยิ่งในยามที่จางเหว่ยหานไม่อยู่บ้าน สะใภ้ใหญ่คนนี้มักจะหาเรื่องมารังแกและตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวอยู่ร่ำไป "ท่านแม่พูดเช่นนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะคะ" หลินเฟยเฟยยืดตัวขึ้นตรง น้ำเสียงกังวานและหนักแน่นจนผู้คนที่มุงดูอยู่ถึงกับเงียบเสียงลง "บ้านเรือนเป็นของส่วนบุคคล การจะเข้ามาตรวจค้นข้าวของภายในห้องพักของผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน นอกจากจะละเมิดความเป็นส่วนตัวแล้ว มันยังแสดงถึงความไร้มารยาทอย่างที่สุด!" "เจ้าด่าว่าใครไร้มารยาท!" หลี่ฉินกรี๊ดลั่น พุ่งตัวจะเข้ามาผลักอกหลินเฟยเฟยด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า... มีหรือที่หลินเฟยเฟยผู้ผ่านการฝึกฝนร่างกายด้วยน้ำทิพย์จากมิติพิเศษมาแล้วจะยอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ ร่างเพรียวบางขยับหลบอย่างว่องไวดุจสายลม ราวกับปลาไหลที่ลื่นไหลจนจับต้องไม่ได้ ในขณะที่หลี่ฉินพุ่งตัวเลยหลักไปชนเข้ากับวงกบประตูเต็มแรง เสียง "โอ๊ย!" ดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบอ้วนที่เซถลาล้มลงไปนั่งกองกับพื้น ฝุ่นละอองกระจายฟุ้ง เสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้านดังเล็ดลอดออกมาจากกลุ่มผู้มุงดู ทำให้หลี่ฉินอับอายจนหน้าดำคร่ำเครียด นางยิ่งกรีดร้องดิ้นเร่าๆ มากกว่าเดิม "ช่วยด้วย! สะใภ้รองรังแกพี่สะใภ้! บ้านนี้ไม่มีขื่อมีแปแล้ว แม่คะ! ท่านดูนางสิ!" "ถ้าอยากจะดูนัก..." หลินเฟยเฟยสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นพล่านบนพื้น ชายกระโปรงสีหม่นขยับพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ไหดินเผาขนาดกลางที่ตั้งอยู่หลังฉากกั้นห้องครัว "ถ้าอยากจะค้นนัก ข้าจะเปิดให้พวกท่านดูให้หนำใจเลยค่ะ! แต่..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังเงยขึ้นมามองด้วยแววตาสสมรู้ร่วมคิด และใบหน้าตกใจระคนโล่งอกของแม่สามี "ถ้าหากว่าภายในไหและห้องครัวของข้า... ไม่มีแม้แต่เงาของเนื้อหมูตุ๋นซอสแดงอย่างที่พี่สะใภ้ใหญ่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายป้ายสีข้าล่ะ? ท่านสะใภ้ใหญ่... จะเอาอะไรมาเดิมพันกับความบริสุทธิ์ของข้าคะ!" คำท้าทายนี้ดังชัดเจนแจ่มแจ้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ หลี่ฉินชะงักไปเล็กน้อย นางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นความมั่นอกมั่นใจในแววตาของหญิงสาวตรงหน้า ทว่าศักดิ์ศรีและความโลภที่อยากจะได้เสบียงอาหารมาเป็นของตน ทำให้สะใภ้ใหญ่กัดฟันกรอด ยันกายลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัวแล้วเชิดหน้าขึ้น "ถ้า... ถ้าไม่มีจริง ข้า... ข้าจะยอมก้มหัวขอโทษเจ้ากลางลานหมู่บ้านสามครั้งสามหนเลย! แต่ถ้ามี... เจ้าต้องยกแป้งสาลีและไข่ไก่ทั้งหมดในครัวให้ข้า!" หลินเฟยเฟยยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยር "ดีมากค่ะ! คำพูดไหนคำพูดนั้น ห้ามคืนคำเด็ดขาดนะคะ" สิ้นคำ หลินเฟยเฟยก็หมุนตัวเดินตรงไปยังไหดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดฝาไหออกอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่ชะเง้อมองเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งหมักและเกลือลอยกรุ่นออกมาจากปากไห ทว่า... ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้น ไม่มีกลิ่นซีอิ๊วหวาน และไม่มีแม้แต่เงาของชิ้นเนื้อสีแดงแม้แต่น้อย! ภายในไหมีเพียงแป้งสาลีหยาบๆ ครึ่งไห และผักกาดดองสีเหลืองอร่ามที่เรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านจนแม้แต่ผู้ตรวจการจากคอมมูนมาเองก็ยังต้องเอ่ยปากชม หลี่ฉินเบิกตากว้างจนแทบถסתออกจากเบ้า นางพุ่งตัวเข้ามาผลักหลินเฟยเฟยออกแล้วชะโงกหน้ามองลงไปในไหด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่ๆ! เมื่อวานซืนข้าได้กลิ่น... ข้าได้กลิ่นจริงๆ นะ! เจ้าเอาเนื้อไปซ่อนไว้ที่ไหน! นังสารเลว เจ้าต้องแอบเอาไปซ่อนไว้ที่อื่นแน่ๆ!" "พี่สะใภ้ใหญ่คะ..." หลินเฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องสะดุ้ง "การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นในยุคสมัยนี้ มีโทษฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสร้างความแตกแยกในชุมชนนะคะ ถ้าท่านยังไม่เลີยกพฤติกรรมโวยวายอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า ประธานกลุ่มคอมมูนคงต้องเชิญท่านไปนั่งดื่มน้ำชาอบรมที่ทำการหมู่บ้านเสียหน่อยแล้วกระมังคะ" คำขู่เรื่องประธานกลุ่มคอมมูนทำเอาหลี่ฉินหน้าซีดเผือดลงทันที ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจ ในยุคนี้ไม่มีใครอยากมีปัญหากับทางการหรือคณะกรรมการหมู่บ้านเด็ดขาด แม่สามีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกปนความละอายใจ นางหันไปถลึงตาใส่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนตัวสั่นเทิ้ม "เหลวไหลสิ้นดี! เจ้าทำให้ตระกูลจางเราต้องอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขาไม่พอใจยังจะมาสร้างเรื่องวุ่นวายอีก! กลับเรือนของเจ้าไปเดี๋ยวนี้เลยนะหลี่ฉิน!" หลี่ฉินกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความคับแค้นใจ นางจ้องมองหลินเฟยเฟยด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ทว่าไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก ได้แต่สะบัดหน้าหนีแล้วเดินหนีหายไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่พากันส่ายหัวด้วยความสมเพช เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศรอบตัวก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ หลินเฟยเฟยหันกลับมาจัดข้าวของในครัวต่ออย่างไม่รีบร้อน ทว่าในขณะที่นางกำลังจะปิดฝาไหผักดอง กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นและเนื้อสัตว์ชั้นดี ก็โชยทะลักออกมาจาก "มิติพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ภายในห้วงความคิดของนางเอง... กลิ่นเนื้อตุ๋นน้ำแดงสูตรลับจากภัตตาคารหลวงที่นางเพิ่งทดลองทำเก็บไว้ในมิติเมื่อคืนนี้... กำลังส่งกลิ่นเย้ายวนอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัว และดูเหมือนว่า... มันจะเข้มข้นเสียจนลมพัดพาออกไปนอกหน้าต่างบ้านเรือนแล้วด้วยซ้ำ! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกรั้วบ้าน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบที่เพิ่งปลีกตัวกลับมาจากกองพันด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน ทว่าดวงตากลับเป็นประกายวาววับทันทีที่สูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด... "เฟยเฟย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง "เจ้าแอบทำอะไรกินอีกแล้วล่ะ หอมเสียจนข้าเดินตามกลิ่นมาถึงนี่เชียว..." (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%