คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 5

ลักลอบค้าขาย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"หยุดอยู่ตรงนั้น! ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลต้องสงสัยลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืดกบดานอยู่ที่นี่... ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!" เสียงตะโกนก้องกังวานของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กระทบกับพื้นดินเปียกชื้นของตรอกแคบหลังตลาดมืด ทำให้หัวใจของหลินเฟยเฟยกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางหาได้แสดงอาการตื่นตระหนกจนเสียกระบวนไม่ ในยุคปี 1980 ที่นโยบายเศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างรอยต่อของการปฏิรูป การค้าขายเสรีนอกระบบราชการยังถือเป็น "อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ" ที่มีโทษหนักหนาถึงขั้นติดคุก แต่นางหลินเฟยเฟยผู้ทะลุมิติมาจากศตวรรษที่ 21 มีหรือจะยอมให้หยาดเหงื่อและสินค้าคุณภาพเยี่ยมในมิติลับต้องสูเปล่า หลินเฟยเฟยกระชับผ้าคลุมไหล่สีดำตัวเก่าให้แนบชิดติดกาย มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกำห่อผ้าสำליลีที่บรรจุ "เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรโบราณ" และ "ไข่เป็ดพะโล้สีทองอร่าม" ไว้แน่น กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีน ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกไทยดำที่ผ่านการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนในมิติลับนานหลายชั่วโมง เล็ดลอดออกมาเตะจมูกท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือกของยามวิกาล แม้ในยามคับขันเช่นนี้ กลิ่นอาหารอันเย้ายวนใจก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับเยาะเย้ยสถานการณ์อันตึงเครียดรอบตัว ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบด้านอย่างรวดเร็ว ตรอกนี้เป็นทางตัน ทว่าเบื้องหน้าของนางคือแผงลอยร้างที่เต็มไปด้วยลังไม้เก่าๆ สัญชาตญาณและการคำนวณความน่าจะเป็นในหัวทำงานอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ นางไม่ลังเลที่จะก้าวถอยหลังเข้าไปในเงาสลัว พร้อมกับจิตใต้สำนึกที่เชื่อมโยงกับ "มิติลับ" ในพริบตาเดียว ร่างของนางก็วับหายเข้าไปในพื้นที่ปลอดภายนอกทันที ก่อนที่แสงไฟฉายกราดเกรี้ยวของเจ้าหน้าที่วับแวมจะสาดส่องมาถึงจุดที่นางยืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที *ฟู่... เกือบไปแล้ว* หลินเฟยเฟยผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาในความเงียบสงบของมิติลับ ที่นี่... ภายในพื้นที่ส่วนตัวที่กว้างขวางและกาลเวลาหยุดนิ่ง มีแปลงผักไฮโดรโปนิกส์เขียวขจี ชั้นวางขวดเครื่องปรุงรสราคาแพงจากยุคหน้า และตู้เก็บเสบียงที่ไม่มีวันพร่อง นางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเบาๆ พลางนึกถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในตลาดมืดแห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะสะใภ้ใหญ่ หลี่ฉิน ที่วันๆ เอาแต่เป่าหูแม่สามีให้ตัดงบค่าอาหารของลูกๆ ทั้งสอง จนเด็กน้อยผอมแห้งจนน่าสงสาร มีหรือที่อดีตเชฟมือทองอย่างนางจะต้องยอมลดตัวลงมาทำ "เศรษฐกิจใต้ดิน" เพื่อหาเงินสกุลเหรินหมินปี้มาจุนเจือครอบครัว การใช้ชีวิตเป็นคุณนายแม่ทัพที่สามีอย่างจางเหว่ยหานเอาแต่ฝึกทหารจนแทบไม่กลับบ้าน ช่างน่าเบื่อหน่ายและยากลำบากเกินกว่าจะทนไหว หากไม่ลงมือสร้างความมั่งคั่งด้วยมือตนเอง นางและลูกๆ คงต้องอดตายก่อนที่สามีจะเลื่อนขั้นเป็นนายพลเสียอีก หลังจากตั้งสติได้และความอลหม่านภายนอกสงบลงผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง หลินเฟยเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่มุมถนนอีกด้านหนึ่งของตลาดมืด ใบหน้าของนางถูกอำพรางด้วยผ้าปิดปากสีขาวสะอาดตา เหลือเพียงดวงตาคมปลาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจ เป้าหมายของนางในคืนนี้ไม่ใช่การขายส่งให้พ่อค้าคนกลางรับไปกดราคา แต่เป็นการเจาะกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่ต้องการอาหารชั้นเลิศเพื่อบำรุงกำลัง นางเดินลัดเลาะมาหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งแม้จะปิดทำการแล้ว แต่ด้านหลังยังมีประตูไม้บานเล็กที่เปิดต้อนรับ "แขกพิเศษ" หลินเฟยเฟยเคาะประตูเป็นจังหวะสามครั้งตามรหัสที่ตกลงไว้กับ "เถ้าแก่เฉิน" พ่อค้าตลาดมืดผู้กุมเครือข่ายกระจายสินค้าครึ่งหนึ่งของเมือง แอ๊ด... เสียงประตูไม้ผุกร่อนเปิดออก ใบหน้ายับย่นของเถ้าแก่เฉินโผล่อออกมาพร้อมกับสายตาระแวดระวัง แต่เมื่อกลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้สูตรลับลอยเข้าจมูก ดวงตาฝ้าฟางของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด "แม่นาง... เจ้ากล้ามากนะที่คืนนี้กล้าเข้ามา เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเข้มงวดแทบพลิกแผ่นดิน" เถ้าแก่เฉินกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความตกใจแกมทึ่ง หลินเฟยเฟยหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงใสราวน้ำค้างยามเช้าแต่ราบเรียบเต็มไปด้วยความเยือกเย็น "ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนก็ย่อมสูงตามไม่ใช่หรือคะ เถ้าแก่เฉิน? ท่านเองก็คงไม่อยากให้ลูกค้าคนสำคัญของท่านต้องผิดหวังกับอาหารมื้อดึกหรอกกระมัง" ว่าแล้ว นางก็เปิดห่อผ้าสำลีออกเผยให้เห็นเนื้อหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนหนังสีแดงฉ่ำวาว ไข่เป็ดสีทองที่ซึมซับเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ และที่สำคัญคือ "ข้าวสวยร้อนๆ" ที่นางแอบตักมาจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าในมิติ ใส่ไว้ในปิ่นโตเก็บความร้อนสแตนเลสเงางาม ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทำเอาเถ้าแก่เฉินถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะหยิบจับ "นี่มัน... กลิ่นนี่มันช่าง..." เถ้าแก่เฉินอุทานออกมาอย่างลืมตัว อาหารในยุคนี้ส่วนใหญ่มีแต่ความมันและเค็มจากเกลือ น้อยนักที่จะมีความกลมกล่อมล้ำลึกเช่นนี้ "ชิมดูก่อนสิคะ แล้วเราค่อยคุยเรื่องราคากัน" หลินเฟยเฟยกล่าวอย่างผู้กุมความได้เปรียบ นางรู้ดีว่าในยุคที่ข้าวยากหมากแพง รสชาติคืออำนาจต่อรองที่ทรงพลังที่สุด ผ่านไปเพียงสิบนาที ปิ่นโตทั้งเถาถูกกวาดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซอส เถ้าแก่เฉินวางธนบัตรใบสีแดงและสีเขียวปึกหนาลงบนโต๊ะด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความทึ่ง เงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับเงินเดือนของคนงานในโรงงานทั้งเดือน! "แม่นางหลิน! ฝีมือระดับนี้ ข้าขอเหมาหมดทุกล็อตที่เจ้าจะทำมาพรุ่งนี้ได้หรือไม่?" เถ้าแก่เฉินเอ่ยปากชวนด้วยความกระตือรือร้น หลินเฟยเฟยเก็บธนบัตรเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นภายใต้ผ้าปิดปาก "เรื่องนั้นต้องดูก่อนนะคะ เถ้าแก่เฉิน... เพราะสามีของฉันที่เป็นนายทหาร อาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่าเหตุใดภรรยาของเขาถึงหายออกจากห้องนอนในยามวิกาลบ่อยเสียเหลือเกิน" พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เถ้าแก่เฉินยืนมองตามด้วยความรู้สึกทึ่งแกมหวาดหวั่นในความกล้าหาญของสตรีผู้นี้ ร่างบางเดินลัดเลาะกลับมาถึงบ้านพักตระกูลจางในยามดึกสงัด ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่มุมปากของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ขณะที่นางกำลังจะเอื้อมมือผลักประตูห้องนอน เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งก็ดังขึ้นจากความมืดที่มุมห้อง **"ดึกดื่นป่านนี้... ภรรยาของผมเพิ่งกลับมาจากไหนหรือครับ?"** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%