คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 4

แม่สามีจอมเฮี้ยบ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ใครกล้าส่งเสียงโวยวายยามวิกาลบ้านตระกูลจาง!" เสียงตวาดแหลมสูงทรงพลังดังทะลุประตูไม้เก่าๆ ออกไป ก่อนที่ร่างผอมเกร็งแต่วิ่งว่องไวราวกับเสือชีตาร์ของ 'แม่สามีจาง' จะพุ่งพรวดออกมาจากห้องโถง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีเข้มจ้องเขม็งไปยังแสงไฟฉายกราดเกรี้ยวที่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ ทว่าเมื่อแสงนั้นหยุดนิ่งลงที่ใบหน้าของแขกยามดึก แม่สามีจางก็ชะงักกึก สีหน้าที่เตรียมจะด่าทอถูกกลืนหายลงคอไปทันที "หัวหน้าหมู่บ้าน... ผู้ใหญ่เฉิน? แล้วนี่... เจ้าหน้าที่คอมมิวนิตี้กับคนจากกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทำไมถึงยกกันมาเป็นพรวนแบบนี้ล่ะคะ!" น้ำเสียงของแม่สามีจางเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็นความประหลาดใจแกมหวาดระแวง นางเหลือบสายตาไปเห็นสะใภ้ใหญ่ 'หลี่ฉิน' ที่แอบย่องตามหลังมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกปนสะใจเล็กๆ หลี่ฉินรีบขยับเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูแม่สามีทันที "แม่ค่ะ... เมื่อกี้ฉันได้กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยออกมาจากห้องครัวของยัยสะใภ้สาม... ทั้งๆ ที่พวกเราตกลงกันแล้วว่าบ้านนั้นต้องแยกเสบียงและห้ามใช้ฟืนสิ้นเปลือง แต่กลิ่นมันหอมเย้ายวนจนผิดปกติ ฉันกลัวว่ายัยนั่นจะแอบขโมยเสบียงส่วนรวมมาทำกินเอง เลยไปตามผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบค่ะ..." หลี่ฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้ฟังดูน่าสงสารและห่วงใยส่วนรวม แต่แววตากลับเป็นประกายมุ่งร้ายอย่างปิดไม่มิด ในขณะเดียวกัน ภายในห้องครัวที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น 'จางเหว่ยหาน' ที่เพิ่งถือชามซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนค้างไว้กลางอากาศ ค่อยๆ ลดมือลงอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นสามส่วน ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านประตูครัวออกไปด้านนอก เขารู้ดีว่าภรรยาของเขา 'หลินเฟยเฟย' เพิ่งต้มซุปนี้ขึ้นมาจากมิติลับในตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสบียงส่วนรวมแม้แต่น้อย แต่ในสายตาของคนนอกและแม่สามีจางที่จ้องจะเล่นงานสะใภ้สามมาตลอด นี่คือ "หลักฐานชิ้นโต" ที่มัดตัวแน่นหนา หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หญิงสาววางทัพพีลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามอง นางปัดเศษแป้งบางเบาที่เปื้อนเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินก้าวออกมาจากห้องครัวเคียงข้างสามี ใบหน้าเรียบเนียนแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ลมอะไรหอบผู้ใหญ่บ้านกับเจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้านตระกูลจางกันล่ะคะ หรือว่าทางการมีประกาศนโยบายใหม่เรื่องการนอนดึกตื่นสาย ถึงได้ต้องมาเคาะประตูบ้านชาวบ้านกันถึงห้องครัวแบบนี้" หลินเฟยเฟยเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนผู้ใหญ่เฉินถึงกับขมวดคิ้ว ผู้ใหญ่เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้าน ก่อนที่จมูกของเขาจะกระตุกเบาๆ เมื่อสูดเอา "กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นและเครื่องเทศชั้นดี" ที่ลอยอวลอยู่ทั่วบริเวณเข้าเต็มปอด กลิ่นนี้ช่างเย้ายวนจนกระเพาะอาหารของชายวัยกลางคนส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงที่เนื้อสัตว์เป็นของหายาก กลิ่นอาหารแบบนี้ถือเป็นหลักฐานฟุ่มเฟือยชั้นยอด "สะใภ้สาม หลินเฟยเฟย..." ผู้ใหญ่เฉินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือหนาไขว้หลังตามวิสัยคนมีอำนาจในหมู่บ้าน "มีคนมาร้องเรียนว่าบ้านของเธอแอบซุกซ่อนเสบียงและลักลอบทำอาหารกินกันเองยามวิกาล ฝ่าฝืนกฎระเบียบการใช้ชีวิตร่วมกันในคอมมิวนิตี้ช่วงยุคปฏิรูปนี้ เธอรู้ไหมว่ามันมีความผิดฐานกักตุนและฟุ่มเฟือย!" สิ้นคำของผู้ใหญ่บ้าน หลี่ฉินก็รีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ใช่ค่ะ! ผู้ใหญ่บ้านดูสิคะ บ้านพวกเราทุกคนต้องประหยัดอดออม กินโจ๊กเจือจางน้ำกันทุกมื้อ แต่ดูบ้านสามสิคะ กลิ่นเนื้อหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบ้านขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ขโมยเสบียงส่วนรวมมาทำกิน จะเอามาจากไหนล่ะคะแม่!" หลี่ฉินหันไปฟ้องแม่สามีต่อ แม่สามีจางหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นทันที นางเกลียดที่สุดคือคนในบ้านที่ทำตัวโดดเด่นและสร้างปัญหาให้เสื่อมเสียชื่อเสียง นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าหลินเฟยเฟยให้สะใจ "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงเอาเสบียงในบ้านไปแอบทำกินคนเดียว แถมยังลากเอาคนนอกมาวุ่นวายบ้านฉันอีก วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้หลาบจำ!" ทว่า... ก่อนที่นิ้วเหี่ยวย่นนั้นจะทันได้แตะชายเสื้อของหลินเฟยเฟย ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยหานก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้เป็นโล่มนุษย์ ดวงตาสคมดุจเหยี่ยวตวัดมองมารดาและพี่สะใภ้ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนทุกคนในรัศมีสามเมตรต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ใครบอกว่านี่คือเสบียงส่วนรวม?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ความเย็นชาในน้ำเสียงทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น จางเหว่ยหานหันไปสบตากับภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่บ้านและมารดาของตนเอง "เหว่ยหาน แกอย่ามาเข้าข้างเมียนะ! แกก็เห็นอยู่ว่ากลิ่นมันฟุ้งขนาดนี้..." หลี่ฉินยังคงดึงดันไม่เลิก "เนื้อชิ้นนี้... และซุปชามนี้ เป็นกระดูกหมูที่ผมไปล่าสัตว์ป่ามาได้จากชายป่าหลังภูเขาเมื่อสองวันก่อน และนำมาแลกเปลี่ยนกับสหายในเมืองด้วยแรงงานส่วนตัวของผมเอง ไม่ได้ใช้เสบียงของคอมมิวนิตี้แม้แต่ขีดเดียว!" จางเหว่ยหานโกหกคำโตได้อย่างแนบเนียนอย่างไร้ที่ติ เพราะเขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีความลับเรื่องมิติลับ และเขาพร้อมที่จะปกป้องนางด้วยชีวิต ผู้ใหญ่เฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง การล่าสัตว์ป่าในยุคนี้แม้จะเป็นเรื่องยากและต้องแอบทำ แต่หากทำได้จริงและไม่ได้ไปเบียดเบียนเสบียงส่วนรวม มันก็ไม่ใช่ความผิดทางกฎหมายคอมมิวนิตี้โดยตรง สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเริ่มลังเล หลินเฟยเฟยแอบอมยิ้มในใจ นางเหลือบมองสามีที่ยืนยันปกป้องตนเองอย่างแข็งขัน ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายคนนี้นอกจากจะกินเก่งแล้ว ยังเป็นโล่กำบังชั้นดีที่พึ่งพาได้จริงๆ "ถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่เชื่อ และพี่สะใภ้ยังสงสัยว่าพวกเราแอบขโมยเสบียง..." หลินเฟยเฟยเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงใสชัดเจน รอยยิ้มมั่นใจประดับอยู่บนใบหน้าสะสวย "เชิญเข้ามาตรวจสอบในครัวได้เลยค่ะ เชิญพิสูจน์ให้เห็นกับตาเลยว่า ในหม้อของฉันมีแม้แต่เมล็ดข้าวหรือแป้งของคอมมิวนิตี้สักเม็ดไหม!" ความกล้าหาญและท่าทีที่ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยของหลินเฟยเฟย ทำให้ผู้ใหญ่เฉินและเจ้าหน้าที่คอมมิวนิตี้เริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน แม่สามีจางกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ นางส่งสัญญาณให้หลี่ฉินรีบเดินนำเข้าไปตรวจค้นในครัวทันทีด้วยความกระหายอยากจะจับผิด หลี่ฉินยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจ นางรีบพุ่งตัวผลักประตูห้องครัวให้เปิดกว้างออก แล้วก้าวเข้าไปค้นทุกซอกทุกมุมด้วยความหวังว่าจะเจอหลักฐานมัดตัว แต่ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องครัว กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องตุ๋นยาจีนและซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เคี่ยวจนได้ที่ก็พุ่งเข้ากระแทกจมูกอย่างจังจนหลี่ฉินถึงกับสำลัก บนเตาไฟ... หมวดดินเผาใบเล็กกำลังเดือดปุดๆ ไอความร้อนพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่ทำให้หลี่ฉินและทุกคนที่เดินตามเข้ามาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ก็คือความจริงที่ปรากฏตรงหน้า... ในหม้อนั้น ไม่มีร่องรอยของธัญพืชส่วนรวมเลยแม้แต่น้อย มีเพียงชิ้นกระดูกหมูติดเนื้อชิ้นโตที่เปื่อยนุ่มจนหลุดล่อน น้ำซุปสีขาวข้นราวกับน้ำนม โรยด้วยสมุนไพรบำรุงกำลังชั้นดีที่แม้แต่ขุนนางในเมืองยังหาทานได้ยาก และที่มุมห้อง... มีตระกร้าไม้ไผ่เก่าๆ วางอยู่ ซึ่งข้างในนั้นเต็มไปด้วย "เห็ดป่าหายาก" และ "โสมป่าขนาดกลาง" สองหัวที่วางอยู่เด่นหลา! หลี่ฉินหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือที่ชี้ไปที่หม้อซุปสั่นเทาด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะคลั่ง แม่สามีจางที่เดินตามเข้ามาเห็นเข้าถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเมื่อเห็นโสมป่าและวัตถุดิบราคาแพงเหล่านั้น นางไม่คาดคิดเลยว่าสะใภ้สามที่นางรังเกียจนักหนาจะมีความสามารถหาของล้ำค่าเหล่านี้มาได้ด้วยตัวเอง หลินเฟยเฟยเดินเข้ามาใกล้หม้อซุป ตักน้ำซุปสีทองใสรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย้านวนใจ "เป็นยังไงบ้างคะผู้ใหญ่บ้าน... สะใภ้ใหญ่... เห็นชัดหรือยังคะว่าบ้านเราไม่ได้ทำผิดกฎ หรือว่า... อยากจะลองชิมฝีมือการตุ๋นซุปกระดูกหมูของฉันสักชาม เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจดีล่ะคะ?" ผู้ใหญ่บ้านกลืนน้ำลายลงคอกร้วือกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดหนึ่งพร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มของ 'สารวัตรทหาร' ประจำอำเภอที่เดินทางมาตรวจตราความเรียบร้อยยามวิกาล ก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับคำสั่งที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องสะดุ้งสุดตัว— "หยุดอยู่ตรงนั้น! ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลต้องสงสัยลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืดกบดานอยู่ที่นี่... ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความอร่อยและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%