"หลักฐานฉบับนี้ ลงลายมือชื่อและประทับตรานิ้วมืออย่างชัดเจนโดยหัวหน้ากองผลิตผลทางการเกษตร ประจำคอมมูนอำเภอ การที่สะใภ้ใหญ่หลี่กล่าวหาว่าโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของฉันลักลอบนำวัตถุดิบเถื่อนมาจำหน่าย จึงไม่ต่างอะไรกับการสาดน้ำสกปรกใส่หน่วยงานรัฐ... ทางเราได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจคอมมูนไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
น้ำเสียงของหลินเฟยเฟยราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่มุงดูอยู่รอบลานตากข้าวด้วยแววตานิ่งสงบ แต่กลับสร้างความหนาวเยือกให้แล่นพล่านไปตามสันหลังของทุกคนที่สบตา โดยเฉพาะหลี่ฉิน สะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
บรรยากาศรอบลานตากข้าวในยามบ่ายแก่ๆ เงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงจิ้งจกในพงหญ้าข้างกำแพงยังฟังดูดังชัดเจน ลูกสะใภ้ใหญ่ที่เคยเชิดหน้าชูตาเที่ยวปล่อยข่าวลือเสียหายใส่ร้ายป้ายสีตระกูลจางมาหลายเดือน บัดนี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินแห้งกรัง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อเห็นใบหมายจับและเอกสารราชการสีขาวโพลนในมือของเจ้าหน้าที่คอมมูนที่ยืนประกบซ้ายขวา
"ไม่... ไม่จริงนะ! ฉัน... ฉันแค่พูดตามที่คนอื่นเขาเล่ากันมาเฟยเฟย! เธออย่าเอาเจ้าหน้าที่มาขู่กันนะ!" หลี่ฉินกรีดร้องเสียงแหลม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและตื่นตระหนก มือสั่นเทาพยายามควชายเสื้อของแม่สามีที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ข้างๆ แต่ทว่า หญิงชราตระกูลจางในยามนี้กลับเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจและตื่นกลัวไม่แพ้กัน ความโลภที่เคยถูกสะใภ้ใหญ่เป่าหูให้เกลียดชังหลินเฟยเฟย มลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อรู้ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว
หลินเฟยเฟยแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ผู้หญิงที่สร้างความปั่นป่วนให้ครอบครัวเธอมาโดยตลอดทีละก้าว รองเท้าผ้าใบสีดำเหยียบลงบนพื้นดินส่งเสียงดังฟังชัด สติปัญญาและแผนการที่เธอเตรียมการมาอย่างรอบคอบตลอดสัปดาห์ ไม่เปิดโอกาสให้งูพิษตัวนี้ได้พลิกลิ้นรอดตัวไปได้อีกแม้แต่น้อย
"คำว่า 'คนอื่นเล่ามา' ใช้เป็นข้อแก้ตัวในชั้นศาลไม่ได้หรอกนะคะ สะใภ้ใหญ่หลี่" เฟยเฟยโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันมหาศาล "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน เลี้ยงลูก ส่งเสียสามีรับใช้ชาติ ไม่เคยไปหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้าใครคิดจะมาทุบหม้อข้าวของลูกฉัน ฉันก็พร้อมจะถอนรากถอนโคนคนคนนั้นให้พ้นจากหมู่บ้านนี้เช่นกัน"
จางเหว่ยหานที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ด้านหลัง ก้าวออกมาข้างหน้าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างสูงใหญ่สง่างามแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องถอยร่น สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่คอมมูนด้วยท่าทีเยือกเย็น
"ในฐานะทหารประจำการ ผมไม่อนุญาตให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวและหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจสอบพบว่ามีใครอยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงครั้งนี้ ทางเราจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนในตระกูลเดียวกัน"
ประโยคคำพูดหนักแน่นทรงพลังของจางเหว่ยหาน ทำให้ผู้ใหญ่บ้านตระกูลหวังที่ยืนลบมุมอยู่รีบก้าวออกมาประสานมือโค้งคำนับขอขมาเป็นการใหญ่ เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังของผู้นำชุมชนผู้เฒ่า ใครจะไปคาดคิดว่าสะใภ้รองที่เคยอ่อนแอคนนั้น จะพลิกสถานการณ์กลายเป็นเสือซ่อนเล็บที่มียอดฝีมืออย่างนายทหารจางคอยหนุนหลังอย่างเหนียวแน่นเช่นนี้
การจัดการกับพวกริษยาจบลงด้วยภาพของหลี่ฉินที่ถูกเจ้าหน้าที่คอมมูนควบคุมตัวไปสอบสวนและคาดโทษปรับฐานสร้างความตื่นตระหนกและเผยแพร่ข่าวเท็จต่อสาธารณชน เสียงซุบซิบนินทาเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยโจมตีหลินเฟยเฟย กลายเป็นการชื่นชมความเก่งกาจและเด็ดเดี่ยวของแม่บ้านตระกูลจางแทน
เมื่อความวุ่นวายคลี่คลายลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น ลมหนาวระลอกแรกพัดโชยกลิ่นอายความสะอาดและสดชื่นเข้ามาในลานบ้านตระกูลจาง หลินเฟยเฟยผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ความเหนื่อยล้าจากการเดินหมากกระดานใหญ่พลันมลายหายไป เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจากสามี
"เหนื่อยไหมภรรยาของผม" จางเหว่ยหานเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นเข้ามาปัดเส้นผมที่ปรกลานหน้าผากของเธอออกอย่างเบามือ ความอ่อนโยนที่เขามีให้มีเพียงเธอกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ได้รับรู้
"ถ้าได้กินอะไรร้อนๆ ฝีมือฉัน คุณอาจจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งก็ได้นะคะ" เฟยเฟยยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายซุกซน
คืนนี้ เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะครั้งใหญ่และปัดเป่าเคราะห์ ภายในห้องครัวตระกูลจางจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศชั้นดีที่เธอนำออกมาจากมิติลับ หม้อดินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเตาถ่านไฟอ่อน เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนของ "เป็ดตุ๋นยาจีนฮ่องเต้" ที่เนื้อเป็ดตุ๋นจนเปื่อบนุ่มละลายในปาก ผสานกับกลิ่นหอมของโสมและเก๋ากี้ชั้นดีที่ช่วยบำรุงกำลัง ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นที่ลูกน้อยทั้งสองคนกำลังนั่งรอคอยด้วยความตื่นเต้น
ทว่า ในขณะที่หลินเฟยเฟยกำลังตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดเพื่อเตรียมยกเสิร์ฟความอร่อยให้สามีและลูกๆ อยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูกรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของเพื่อนบ้านคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"เฟยเฟย! แย่แล้ว! รีบไปดูที่หน้าร้านค้าสหกรณ์เร็วเข้า! มีคนจากตัวเมือง... คนจากสำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์มาหาเธอถึงที่ร้าน แถมพวกเขายัง..."
จางเหว่ยหานขมวดคิ้วมุ่นทันที วางตะเกียบในมือลงเสียงดังลั่นพร้อมกับก้าวออกไปบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ ขณะที่หลินเฟยเฟยชะงักมือที่ถือทัพพีค้างไว้ กลิ่นหอมกรุ่นของเป็ดตุ๋นยาจีนยังคงลอยอบอวลชวนน้ำลายสอ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับพลิกผันกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว!
(โปรดติดตามตอนต่อไป... ชะตากรรมของธุรกิจในมือเธอกำลังจะถูกตัดสินในค่ำคืนนี้!)
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับความตั้งใจของหลินเฟยเฟยมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 36
จัดการพวกริษยาให้จบสิ้น
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!