"ป้ายร้าน 'หอมหมื่นลี้' แผ่นนี้... ฉันว่าเอาเอียงไปทางซ้ายอีกนิดจะรับกับฮวงจุ้ยการค้าพอดีนะคะ เถ้าแก่หลิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของสหายร่วมหุ้นรุ่นใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยหานที่ปีนขึ้นไปยืนมั่นคงอยู่บนบันไดไม้ไผ่ มือหนาสวมถุงมือผ้าฝ้ายหนากำลังขยับป้ายไม้แกะสลักลงรักปิดทองอย่างประณีต กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายความเจริญของย่านการค้าใจกลางมณฑลโชยมาแตะจมูก หลินเฟยเฟยหรี่ตามองพิจารณาก่อนจะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ผ่านพ้นมรสุมการกลั่นแกล้งจากคนในตระกูลเดิมมาได้ จนบัดนี้สองสามีภรรยาตระกูลจางได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารและสินค้าแปรรูปรายใหญ่ที่มีสาขาแรกตั้งตระหง่านอย่างสง่างามในเขตเมืองหลวงของมณฑล ถนนเบื้องหน้าคราคร่ำไปด้วยผู้คนแต่งกายทันสมัยตามแฟชั่นยุค 80 รถจักรยานและรถบรรทุกสินค้าวิ่งผ่านไปมาไม่ขาดสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักที่ต่างจากอำเภอชนบทลิบลับ
"ตรงนั้นแหละค่ะพี่เหว่ยหาน พอดีเป๊ะเลย ไม่ต้องขยับแล้ว ลงมาเถอะค่ะ เดี๋ยวตกลงมาจะเจ็บตัวเอา" หลินเฟยเฟยเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้น วันนี้คือวันเปิดทำการวันแรกของร้านใหญ่ "หอมหมื่นลี้" สาขามณฑล หลังจากที่พวกเขาซุ่มเตรียมการและแอบขนวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับออกมาแปรรูปอย่างลับๆ มานานหลายสัปดาห์
จางเหว่ยหานกระโดดลงจากบันไดอย่างคล่องแคล่วสมชายชาตรี นายทหารหนุ่มปลดหมวกแก๊ปออก ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงคมกวาดมองภรรยาคนสวยที่วันนี้สวมชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีครีมเรียบหรูทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงผ้าลินินสีน้ำตาลเข้ม ดูทะมัดทะแมงและทรงอำนาจในคราบนักธุรกิจหญิงยุคใหม่ สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่และภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
"เหนื่อยไหมเฟยเฟย? ตั้งแต่ย้ายสำมะโนครัวมาจัดการเรื่องร้านนี้ เธอไม่ได้พักผ่อนเต็มอิ่มเลยนะ" มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของภรรยาอย่างเบามือ
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้เห็นความฝันเป็นรูปเป็นร่างแถมเงินทองไหลมาเทอมะลอแบบนี้ แรงฮึดฉันมีเป็นร้อยเท่า" หลินเฟยเฟยยิ้มกว้าง เอียงแก้มแนบฝ่ามืออุ่นของสามีอย่างออดอ้อนเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองภายในร้านที่ตกแต่งด้วยโทนไม้สีอบอุ่น ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูตุ๋นสูตรลับมิติลับ" และ "น้ำพริกสูตรโบราณ" ที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่ตีสามส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหยุดชะมองลอดกระจกใสบานใหญ่เข้ามา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นหูก็แวบเข้ามาทำลายบรรยากาศอันชื่นมื่น
"หลินเฟยเฟย! นังเด็กอกตัญญู! แกหลบหน้าหลบตาครอบครัว หนีมาเสวยสุขถึงในเมืองใหญ่ ปล่อยให้พวกฉันต้องทนลำบากหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินที่บ้านเกิดอย่างนั้นเรอะ!"
ร่างท้วมของหลี่ฉิน หรือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง ก้าวเข้ามาหยุดยืนเท้าสะเอวหอบแฮกอยู่หน้าร้าน ใบหน้าฉาบด้วยเครื่องสำอางราคาถูกบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ด้านข้างมีแม่สามีที่ใบหน้าบูดบึ้งราดก้นหม้อคอยพยุงอยู่ ทั้งสองคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าราวกับจงใจสร้างภาพให้คนรอบข้างเห็นว่าพวกตนถูกทอดทิ้งจากลูกสะอกตัญญู
ผู้คนบนทางเท้าเริ่มหยุดยืนมุงดูเหตุการณ์ เสียงซุบซิบดังขึ้นระงม หลี่ฉินเห็นสบโอกาสจึงแกล้งบีบน้ำตาโฮใหญ่ ร้องเรียนเสียงดังหวังทำลายชื่อเสียงร้านใหม่ของน้องสะใภ้
"ทุกคนดูเถอะค่ะ! นี่คือน้องสะใภ้ฉัน รวยล้นฟ้าเปิดร้านใหญ่โตในเมือง แต่กลับเนรคุณไม่ยอมส่งเงินไปเลี้ยงดูแม่สามีและญาติพี่น้อง ปล่อยให้พวกเราอดอยากปากแห้งชะตากรรมรันทดเหลือเกิน ฮือๆๆ!"
หลินเฟยเฟยหรี่ตามองสองแม่ลูกตระกูลจางที่ตามมาตอแยถึงในเมืองด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ ก้าวเดินออกจากประตูร้านด้วยท่าทีสง่างาม รอยยิ้มเย็นเยียบประดับบนเรียวปากอิ่ม
"พี่สะใภ้ใหญ่... พูดจาให้เกียรติสถานที่และเกียรติของตัวเองหน่อยนะคะ" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วบริเวณ ทำให้ฝูงชนเงียบเสียงลงเพื่อคอยฟัง "พวกเราแยกบ้านกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีพยานรู้เห็นทั้งหมู่บ้าน เงินทองทุกหยอดที่ฉันหามาได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการค้าขายสุจริต ไม่เคยไปปล้นชิงใครมา แล้วที่สำคัญ..."
หลินเฟยเฟยเว้นจังหวะ กวาดสายตามองรอยเปื้อนโคลนที่ตั้งใจป้ายบนรองเท้าของหลี่ฉินอย่างรู้ทัน "ก่อนจะมาเรียกร้องความกตัญญูจากฉัน ช่วยจำใส่สมองด้วยนะคะว่า ตอนที่ตระกูลพวกคุณรวมหัวกันจะฮุบเงินเก็บของฉันเพื่อเอาไปเล่นการพนันและส่งเสียลูกชายคุณเรียน ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายไล่พวกเราสามพ่อแม่ลูกออกไปตากฝนข้างถนนอย่างไร้เยื่อใย!"
หลี่ฉินหน้าซีดเผือดเมื่อถูกจี้ใจดำ อ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่หาคำพูดไม่ได้ ขณะที่จางเหว่ยหานก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามแบบนายทหารปลดประจำการที่ผ่านสนามรบมาจริง จนสะใภ้ใหญ่และแม่สามีต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งเจ้าหน้าที่ข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ... ก็ไสหัวออกไปจากหน้าร้านของภรรยาผมซะ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต ทำให้สองแม่ลูกหน้าเสีย ถอยกรูดหนีหายไปกับฝูงชนอย่างรวดท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวเมือง
เมื่อความสงบกลับคืนมา หลินเฟยเฟยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกว้างให้สามี ประตูร้าน "หอมหมื่นลี้" เปิดต้อนรับลูกค้ากลุ่มแรกอย่างเป็นทางการ กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารจีนโบราณประยุกต์สูตรพิเศษเตะจมูกผู้คนจนแถวยาวเหยียดภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ยอดขายทะลุเป้าตั้งแต่วันแรกอย่างถล่มทลาย
ทว่า ในขณะที่ความอลหม่านกำลังเปลี่ยนเป็นความชื่นMน จางเหว่ยหานที่กำลังช่วยต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านก็ชะงักฝีเท้า เมื่อชายวัยกลางคนสวมสูทจีนโบราณเนื้อดี ใบหน้าคมคายละม้ายคล้ายคลึงกับใครบางคนที่เขาฝังใจมาตลอดชีวิต ก้าวลงมาจากรถยนต์สีดำสนิทป้ายทะเบียนพิเศษ... และกวาดสายตาตรงมาที่เขาราวกับรอคอยเวลานี้มาเนิ่นนาน
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับความตั้งใจของหลินเฟยเฟยมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 37
ขยายธุรกิจสู่ระดับมณฑล
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!