คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 25

ความห่วงใยที่ไม่แสดงออก

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว หลี่ฉินยืนเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนแทบเสียโฉม ดวงตาเรียวรีถลึงมองหลินเฟยเฟยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กลิ่นหอมกรุ่นของไก่ตุ๋นเห็ดหอมที่ยังคงลอยอวลอยู่จางๆ ในห้องครัวทรุดโทรมแห่งนี้ ยิ่งเป็นน้ำมันราดลงบนกองเพลิงโทสะของสะใภ้ใหญ่ "นังตัวดี! แกเอาเงินจากไหนมาซื้อของฟุ่มเฟือยให้พวกเด็กเหลือขอเหล่านี้! แล้วยังกล้าทำอาหารดีๆ กินกันลับหลังครอบครัวใหญ่อีกรึ! คายเงินทั้งหมดออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้เหว่ยหานหย่ากับแกซะ!" เสียงแหลมสูงของหลี่ฉินบาดแก้วหูจนเด็กๆ ที่ยืนหลบอยู่หลังร่างเพรียวบางของหลินเฟยเฟยต้องห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว เจ้าสี่ตัวน้อยซุกหน้าเข้ากับชายเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ของมารดา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ไม่มีใครร้องไห้งอแงสักคน พวกเขาเรียนรู้แล้วว่าในยามนี้ มารดาคือเกราะคุ้มภัยที่ดีที่สุด หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงอย่างใจเย็น เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มเยาะหยันแตะแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "หย่ารึ?" เฟยเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนหลี่ฉินชะงักไปชั่วขณะ "พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเอาอำนาจส่วนไหนมาพูดจาพล่อยๆ เช่นนี้ สามีของฉันไปปฏิบัติ ภารกิจรับใช้ชาติที่ชายแดน ส่งเงินเดือนมาให้ลูกเมียกินอยู่ตามสิทธิ์ของเขา เงินที่ฉันใช้ซื้อแป้งสาลีและไก่ตัวนี้ เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ฉันหามาได้จากการเย็บผ้าและเข้าป่าเก็บสมุนไพร ไม่ได้เบียดบังข้าวสารในยุ้งฉางส่วนกลางของตระกูลจางแม้แต่ขีดเดียว หรือว่า... ท่านอิจฉาที่ลูกๆ ของท่านไม่ได้กินอิ่มหนำสำราญเหมือนลูกฉันกันแน่?" คำพูดแทงใจดำทำเอาหลี่ฉินหน้าซีดสลับแดงด้วยความโกรธจัด นางพยายามจะพุ่งเข้ามาตบตีสั่งสอนสะใภ้รองผู้ปากกล้าคนนี้ แต่ทว่า— "เกิดอะไรขึ้นเสียงดังเอะอะโวยวายไปถึงนอกบ้าน!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของผู้อาวุโสบ้านจางดังขึ้นที่หน้าประตู ทำให้หลี่ฉินต้องชะงักมือที่เงื้อง่าไว้ทันที นางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสาร บีบน้ำตาหยดแหมะลงมาทันทีที่หันไปฟ้องพ่อสามี "คุณพ่อดูนางสะใภ้รองสิคะ! ทำตัวกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพผู้ใหญ่ แอบซ่อนเงินทองไม่ยอมส่งเข้ากองกลาง แถมยังทำอาหารดีๆ กินกันเองตามลำพัง ไม่เห็นหัวพี่ๆ น้องๆ เลยสักนิด แบบนี้ถ้าเหว่ยหานกลับมา คงต้องอบรมตักเตือนเสียบ้างแล้ว!" หลินเฟยเฟยปรายตามองการแสดงงิ้วฉากใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย นางกำลังจะอ้าปากโต้กลับเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองและลูกๆ ทว่าจู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่เหน็บอยู่ใต้ธรณีประตู ซึ่งบุรุษไปรษณีย์คงจะหย่อนไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ลายมือหนักแน่นทรงพลังที่จ่าหน้าซอง... *ถึงภรรยา หลินเฟยเฟย* หัวใจดวงน้อยของเจ้าของร่างเดิมกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความรู้สึกของนาง แต่เป็นสัญชาตญาณลึกซึ้งจากเจ้าของร่างที่โหยหาการยอมรับจากสามีผู้เย็นชามาตลอดหลายปี หลินเฟยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองหน้าคนในบ้านจางที่กำลังรุมล้อมจะเอาเรื่อง ก่อนจะตัดสินใจหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาฉีกออกต่อหน้าต่อตา ความวุ่นวายรอบกายราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงลงชั่วขณะ เมื่อสายตาคมกริบกวาดอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น *‘เฟยเฟย...’* เพียงคำแรกที่ขึ้นต้นด้วยชื่อ ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง *‘ช่วงนี้ที่ค่ายทหารงานยุ่งมาก การฝึกภาคสนามกินเวลานานจนฉันไม่มีเวลาเขียนจดหมายกลับมาหาเธอกับลูกๆ ได้บ่อยนัก ได้ยินข่าวคราวจากทางบ้านผ่านจดหมายฉบับก่อนว่าเธอเปลี่ยนไปมาก... ในทางที่ดีขึ้น ฉันรู้สึกโล่งใจและภูมิใจในตัวเธอไม่น้อย’* มือเรียวบางที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย อ่านทวนประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา นี่คือจดหมายจากจางเหว่ยหาน—สามีผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเย็นชาต่อภรรยาคนนี้! *‘เรื่องเงินเดือนงวดนี้ ฉันได้ทำเรื่องเบิกพิเศษและส่งตรงถึงมือเธอแล้ว หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาภาระในการดูแลลูกๆ ทั้งสี่คนได้ ส่วนเรื่องคนในครอบครัว... หากใครมารังแกหรือเอาเปรียบเธออีก จงใช้ความเด็ดขาดจัดการได้เลย ไม่ต้องเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน แผ่นหลังของเธอยังมีฉันคอยค้ำจุนอยู่เสมอ...’* ประโยคสุดท้ายของจดหมายทำเอาขอบตาของหลินเฟยเฟยร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในยุคสมัยที่โหดร้ายนี้ สามีผู้เงียบขรึมคนนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เพิกเฉยต่อความเหนื่อยยากของนางเลย เขารู้ทุกอย่าง... และพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างนาง แม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกก็ตาม หลี่ฉินที่ชะเง้อคอพยายามจะชะโมองอ่านเนื้อความในจดหมายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่งเสียงแค่น in จมูกออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ "หึ! เขียนอะไรกันนักหนา ถึงกับต้องแอบอ่านลับหลังคนอื่น เชอะ! คิดว่ามีจดหมายจากเหว่ยหานแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง สะใภ้รอง แกจำไว้—" "พี่สะใภ้ใหญ่" หลินเฟยเฟยตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยประกายตาที่เฉียบคมจนอีกฝ่ายถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนใบหน้าสะสวย "สามีฉันบอกในจดหมายว่าอย่างไร, ท่านอยากฟังไหมล่ะคะ?" นางยกซองจดหมายในมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะกวาดสายตามองหน้าทุกคนในครอบครัวจางทีละคนอย่างท้าทาย บรรยากาศภายในห้องครัวที่เคยตึงเครียด บัดนี้กลับพลิกผันกลายเป็นความกดดันระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ทว่า ในวินาทีที่หลินเฟยเฟยกำลังจะเอ่ยข้อความท่อนสำคัญเพื่อตบหน้าสะใภ้ใหญ่ให้หงายเงิบ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านหญิงผู้หนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน "เฟยเฟย! แย่แล้ว! รีบออกไปดูเร็วเข้า หน้าหมู่บ้านมีคนกลุ่มใหญ่กำลังแห่กันมา... และดูเหมือนพวกเขาจะมาหาเธอโดยเฉพาะเลยนะ!" หลินเฟยเฟยขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงด้วยความสงสัย คนกลุ่มใหญ่รึ? ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ใครกันที่จะเจาะจงมาหาแม่หม้ายลูกสี่อย่างนางถึงหน้าบ้าน? (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมาค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%